เมื่อฉันเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (3)






การเขียนเรื่องราวชีวิตตัวเองมันเขียนยากกกว่าเรื่องสั้นที่เคยเขียนมาหรือฟิคที่เขียนไว้
เราจะเริ่มจากตรงไหนดี จะเล่าว่าอะไร...หรือจะบอกคนอ่านว่าวันนี้ต้องมาอ่านเรื่องเล่าจากเรา
เราจะเล่าแบบไปยุ่งยาก ก็คงแบบเดิมๆ



อาทิตย์นี้ไม่มีนัดกับหมอค่ะ
ตอนแรกก็ว่าจะเขียนตอนหลังพบหมอทุกครั้ง
แต่นิสัยที่ยังติดเขียนเลยออกมาเขียนดีกว่า...
ตอนแรกก็คิดถึงเรื่องเพื่อนที่ตัวเองเฟดตัวออกมา 
เดือนสิงหาคมที่ผ่านเป็นช่วงที่ยากเย็นสำหรับเรา
เราไม่อยากอารมณ์เสียใส่เพื่อน
เหตุผลเพราะเครียดแล้วฉุนเฉียว เลยเก็บตัวไม่อยากพูดกับใคร...กดดันตัวเองไปหมด



ช่วงที่ห่างจากเพื่อนไปหมดกลุ่มก็เงียบ ว่าง่ายๆเงียบทั้งกลุ่ม
ความรู้สึกของเราก็คือแม่งจะเหมือนเดิมหรือเปล่า (?)
ช่วงก่อนหน้านั้นก็พูดจาไม่น่ารักใส่ไปออกแนวหงุดหงิด
เราต่างดูหงุดหงิดกันทั้งคู่ สุดท้ายแล้วเราต่างมีเรื่องที่ต้องจัดการชีวิตตัวเอง
แค่แยกย้ายกันไปจัดการ ส่วนตัวฉันก็คงเป็นเรื่องการรักษาใจตัวเอง




เป็นไรขนาดนั้น...อย่าเข้าโลกโซเชียลมากละกัน อยู่กับแบบสังคมรอบตัวเยอะๆ




นั้นเป็นคำของเพื่อนที่หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาสักพัก
เราต่างเห็นกันในสตอรี่ไอจีในพื้นที่ ที่ฉันยังพอเคลื่อนไหวบ้าง
ในทวิตเตอร์กลับหายเงียบ ใช่...อย่าถามถึงเฟสบุ๊คเลย
ก็เพิ่งกลับมาเล่นหลังจากปรับเปลี่ยนตารางชีวิต
สำหรับเราพื้นที่บนโลกโซเชียลมันไม่ได้ร้ายแรงมาก แค่ยังไม่อยากยุ่งกับมันมาก
คำถามเดิมๆที่รุมเข้ามาจากคนที่ไม่เห็นเราบนพื้นที่
ไม่อยากตอบ เบื่อ แค่เข้ามาอัพเดตเฉยๆเองนั้นคือความคิดของเรา




ส่วนเรื่องรับเลี้ยงน้องแมว ตอนนี้เหมือนกำลังจะมีลูก
ต้องหาข้อมูลว่าต้องเลี้ยงเขายังไง ไปหาสัตวแพทย์ที่ไหนดี
หรือว่าต้องกินอาหารแบบไหน...ส่วนข้าวของก็ค่อยๆซื้อมารอน้อง
ส่วนชื่อของน้อง ยังหาข้อสรุปไม่ได้เลย
แต่ก็อยากให้ชื่อของแมวมีความหมาย เหมือนเป็นกาวใจตัวเอง
ไปเจอตัวน้องมาแล้ว น้องก็มีสุขภาพแข็งแรงดี...ตอนนี้แค่รอ
รอให้ครบวันหย่านมของน้อง เราจะไปรับน้องมาเลี้ยงเอง
เหมือนเป็นคุณแม่มือใหม่เลย ตลกดีนะ...ครั้งก่อนหน้านั้นเลี้ยงแมวจร
แมวจรหนีออกจากห้องด้วยความที่เป็นตัวผู้ด้วยมั้ง
ตอนนั้นร้องไห้พอๆกับอกหักเลย แต่ดันโดนแมวทิ้งไม่ใช่คนทิ้ง




ต่อมาก็คงเป็นเรื่องการงดกินชา กาแฟและน้ำอัดลม
เป็นพวกที่กินแค่นิดๆหน่อยๆก็นอนตาค้าง
สงสารตัวเองที่เป็นแบบนี้แต่กลับชอบกินชา 
การที่ต้องรักษาตัวเองก็ต้องปรับตัวเยอะ รวมถึงการกินด้วย
กลายเป็นว่าขนมก็ไม่กิน ของจุกจิกก็ไม่กิน
เหลือก็แค่ห่างออกจากชา กาแฟ น้ำอัดลม
เพิ่มเรื่องการกินอาหารที่ดี พวกผลไม้กลับเป็นเรื่องที่ฉันไม่ค่อบชอบ
กินยาก เรื่องมากจริงๆ
อีกเรื่องก็คือการลุกขึ้นไปออกกำลังกาย ต้องลากตัวเองให้ได้
ถ้ากลับห้องหลังจากเขียนงานก็ต้องพยายามบอกตัวเอง
ออกไปเดินออกกำลังได้แล้ว อย่าอุดอู้แบบเดิมๆเหมือนออกมาเจอคน




ส่วนเรื่องงานก็กำลังดีขึ้น พยายามหากำลังใจให้ทำงาน
กระตุ้นตัวเองให้ตื่นตัว เราแค่อยากหลุดพ้นจากเรื่องเดิมๆ
การคุยงานแบบถี่ยิบทำให้เราต้องเพิ่มความเร็วในการทำงาน
มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป...เราแค่พยายามทำให้ทันเวลา
ตอนนี้ลึกๆในใจยังมีความกดดันอยู่ เรารู้ตัว
แต่ก็อยากให้ชนะมัน อยากทำให้มันจบไวๆ




อาทิตย์นี้ก็ไม่มีอะไรมากแค่อยากเล่าเรื่องที่ผ่านมาในแต่ละอาทิตย์
หวังว่าหลายๆคนคงเข้าใจ อีกเรื่องคือถ้าคุณมีเรื่องที่เครียดมากๆ
จนกดดันอย่าทิ้งตัวเองไว้คนเดียวเลยค่ะ
การคุยกับจิตแพทย์ไม่ได้น่ากลัว มันคือรักษาใจตัวเอง
ขอบคุณและคิดถึงทุกคนค่ะ




SHARE
Written in this book
บันทึกหลายสี
เมื่อเริ่มรักษาโรคซึมเศร้าที่สะสมมา 3 ปีกับการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้ง จุดหมายคือการมีความสุขที่แท้จริง
Writer
talkxritta
Night Owl.
บทสนทนาบนโต๊ะน้ำชาและหน้าหนังสือ

Comments