สติหลุดและเป้าหมายที่หายไป
ช่วยด้วย !!ใจเธอร้องตะโกนก้องอยู่ใต้ผิวน้ำ ทำได้เพียงคิดตะโกนดัง ๆ ในใจ สองขาตะเกียกตะกายเพื่อพาให้ตัวเองโผล่พ้นน้ำ
สองมือเหยียดขึ้นสุดพยายามโบกสะบัดขอความช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด

เธอกำลังจะจมน้ำ...
เธอมองเห็นคนอยู่บนโขดหิน 
เธอเห็นคนยืนส่งยิ้มอยู่ริมฝั่ง
เธอเห็นมีคนอยู่บนผิวน้ำ
แต่ทุกอย่างเลือนลาง และไกลออกไปทุกที 
เธอดิ่งลึกลงไป...
ไม่มีใครเห็นว่าเธอจมน้ำหายลงไปแล้ว 

ในห้วงวินาทีนั้น เธอกลั้นใจ พลิกตัวแนวราบ แค่เสี้ยววินาทีเธอโผล่พ้นขึ้นมาเหนือน้ำด้วยวิชาลอยตัว นอนลอยนิ่ง ๆ เหมือนก่อนหน้านี้แค่ลงไปดำน้ำเล่นเท่านั้น

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานมาแล้ว วันนั้นคิดว่าตัวเองกำลังจะจมน้ำตายไปแล้วซะอีก จริง ๆ ว่ายน้ำได้นิดหน่อยไม่ถึงกับแข็งแรง ดำได้แบบไก่กาอาราเล่ไม่กี่นาที วันนั้นเป็นเรื่องของอุบัติเหตุมากกว่า บังเอิญมีคนว่ายน้ำไม่ได้ลื่นไถลลงมาทับเราในจุดที่เราเล่นน้ำ ซึ่งเป็นบริเวณน้ำลึก อีกทั้งยังเชี่ยวแรงมาก เขาจับเราไว้แน่นมากในขณะที่เราพยายามพยุงเขาขึ้นเหนือน้ำไปริมฝั่ง แต่เนื่องจากน้ำแรงมากบวกกับอาการตกใจกลัวของอีกฝ่ายทำให้จากที่จับเราไว้แน่นนั้น เริ่มตะเกียกตะกายตะกุยมือพยุงตัวเองขึ้นและถีบ ๆ เราแทน กลายเป็นว่าเขาถีบเพื่อส่งตัวเองขึ้นในขณะที่เราจมลึกลงไปอีกหน่อย โชคดีที่เขาถีบจนโผล่พ้นน้ำและมีคนช่วยพยุงมือเขาไว้ได้ ส่วนเราที่ไม่เหลือแรงตะกายขึ้นไปแล้ว เลือกพลิกตัวนอนลอยขึ้นมาแทน วิธีนี้เราใช้เอาตัวรอดได้เสมอ ตอนเด็ก ๆ ที่เริ่มหัดว่ายน้ำในทะเลกับเด็กคนอื่น ๆ เราว่ายแพ้ทุกคนเลย ไม่ว่าใครจะพยายามสอนท่ายาก หรือง่ายขนาดไหนก็ไม่รอด แต่เราสามารถลอยตัวได้ก่อนใครและนอนนิ่ง ๆ ในน้ำได้นานที่สุดด้วย ดังนั้นทุกคนที่เริ่มรู้สึกหมดแรง เราจะเปลี่ยนเป็นโหมดนอนเก็บพลังและค่อย ๆ ไต่ไปที่หมายอย่างช้า ๆ หรือแค่นอนเฉย ๆ จนรู้สึกว่าหายเหนื่อยจึงค่อยพลิกกลับไปว่ายน้ำใหม่อีกครั้ง 
ไม่รู้ว่ามันเป็นวิธีที่ดีหรือถูกและใช้กับคนอื่นได้ผลไหมนะ แต่อย่างน้อยก็เอาตัว(เอง)รอดมาได้หลายต่อหลายครั้ง สนามฝึกของเราคือทะเลที่ล้อมรอบบ้านนี่แหละ หน้าบ้านคือทะเลอันดามันผืนกว้างใหญ่ หลังบ้านคือร่องน้ำป่าชายเลนอันร่มรื่นและยาวไกล ไม่มีหรอกไปเรียนว่ายน้ำในสระสวยสีฟ้าสดกับครูผู้เชี่ยวชาญน่ะ 


กระนั้น เหนือทักษะอื่นใดที่พึงมี เราตระหนักได้ว่า สิ่งสำคัญในทุก ๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตไม่ว่าเรื่องใด ล้วนแล้วแต่ต้องมี "สติ" 
ไอ แฮฟ สติสติ คำนี้สำคัญ ต้องมี ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอไม่ว่ากับเรื่องใด ๆ ใช่แต่จะเรื่องความเป็นความตายหรือการจมน้ำนี้เพียงเท่านั้น เราหมายรวมถึงปัญหา การใช้ชีวิต ครอบครัว สังคม ทุก ๆ เรื่องที่ถาโถมเข้ามา 

สติดี ทุกเรื่องราวจะดี มันจะนำพาให้เราไปสู่การเป็นผู้รอดชีวิต 

แต่ที่ผ่าน ๆ มา เรามักจะ "สติหลุด!!!"
เป็นอาการของคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา บางครั้งมันนำพามาซึ่งความสูญเสีย ความร้าวฉาน และความพังทลายในหลาย ๆ ระบบ เราพยายามอย่างมากที่จะควบคุมมัน แต่เห็นได้ชัดว่ายิ่งควบคุมมันเท่าไหร่ มันยิ่งแกร่งและแข็งข้อมากขึ้นเท่านั้น กว่าที่เราจะรู้ตัวว่าตัวเองสติหลุดไปแล้วนั้น ทุกอย่างก็พังราบไม่เหลือชิ้นดี โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึก 

"เราจะจัดการอารมณ์ ความรู้สึกพวกนี้ได้อย่างไร หากเราโกรธและทะเลาะกันใหญ่โต เรื่องราวบานปลาย แล้วสุดท้ายเรากลับรู้สึกเกลียดตัวเองที่ทำลงไปแบบนั้นจนร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ คนเดียว" 

บางทีการร้องไห้มันอาจจะช่วยบรรเทาและเรียกสติเราให้กลับมาเข้าที่เข้าทางมากขึ้น หรือบางทีการได้คุยกับใครสักคนที่สามารถนำแสงสว่างกลับคืนเราได้ 

ใครสักคน...
แต่จะใครล่ะ ?
มันต้องไม่ใช่ใครก็ได้ 
ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจไม่ต้องคิดขนาดนี้ 
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ และคนที่จะไกด์ไลน์เรื่องเหล่านี้ได้ จะเป็นใครไม่ได้อีกแล้ว 
คำตอบนั้นมันเลยตกไปที่เธอ 

เราอาจจะลังเลในตอนแรก เราไม่เคยคุยกันแบบซีเรียส หรือเรื่องดราม่าอะไรทำนองนี้มาก่อน เดิมทีนั้นเราคิดว่าแค่เพื่อความสบายใจเล็ก ๆ เธอคือส่วนนั้น ส่วนของรอยยิ้ม ความสดใสและสบายใจ ไม่ได้หวังถึงอะไรที่มากกว่านั้นเท่าไหร่ น่าแปลกที่เธอเซอร์ไพรส์เราอีกแล้ว เธอเป็นใครอีกคนที่เราแทบจะไม่รู้จักกันเลย 

"เรื่องของความรู้สึกน่ะมันยากนะ และมันก็สำคัญด้วย เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่คนมากมายล้มเหลวในการควบคุมมัน ถึงมันจะคุมยากหน่อยแต่เราก็คุมมันได้นะ ไอ้พวกความรู้สึกโกรธเนี่ย ช่วงแรก ๆ มันอาจจะยากหน่อย เราอาจจะทำได้แค่ประคองมันไปให้เหมือนเดิมมากที่สุด แต่เข้าใจไหมว่ามันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก สักวันเราก็จะหายโกรธกัน เหมือนแผลอ่ะมันหายนะ แต่ดูเหมือนว่ามันจะทิ้งแผลเป็นไว้ด้วย และมันก็ยังคงอยู่ ถ้าคนเก่ง กล้าหน่อยก็คงไปลบรอยแผลเป็นนั้นมั้ง" 

'เธอพูดอะไรคม ๆ แบบนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่'
ฉันคิดแค่ในใจ เพราะสิ่งที่พูดไปจริง ๆ คือ 
"มีอีกเรื่องนะ"
"ว่า..."
"ระหว่างการยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องแต่อาจทำให้เธอต้องตาย กับการอยู่รอดแบบสบาย ๆ ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแต่ทางที่มันจะเป็น หลับหูหลับตาไม่รับรู้ว่าสิ่งที่ถูกที่ควรนั้นคืออะไร เธอจะเลือกตายไปพร้อมความถูกต้องหรือเลือกอยู่รอดแล้วค่อยคิดกลับตัวกลับใจไปสู่ทางที่ถูกต้องในภายหลัง"
"ตอบยากอ่ะ ปกติของสิ่งมีชีวิตเลือกที่จะรอด มันเป็นสัญชาตญาณ ยิ่งในภาวะกดดันคับขัน เมื่อรอดมาแล้วก็คงคิด เกิดการทบทวนและกลับไปสู่สิ่งที่ควรที่ถูก ไม่น่าจะลืมได้หรอก นอกจากจะทำเป็นลืมว่าที่ถูกที่ควรเป็นไง แต่สิ่งหนึ่งที่เหนือกว่าสัญชาตญาณ คือ สติ (แยกผิดชอบชั่วดี) ซึ่งคิดว่าก็คงเลือกอันแรก"

'อืม โดยมากแล้วจะเลือกการมีชีวิตรอด มันเป็นงั้นจริง ๆ แต่เราไม่มั่นใจเลย เราอยากรอดแต่กลัวว่าตัวเองจะทำผิดแล้วหาทางกลับมาสู่แนวทางที่ถูกต้องไม่ได้ อีกนัยหนึ่งก็กลัวว่าบางทีอาจจะตายก่อนได้กลับมายืนในหนทางที่ถูกที่ควรนะ'

เรามีคำถามและความคิดมากมายตบตีกันอยู่ภายใน จนลำดับออกมาไม่ได้ว่าควรจะบอกอะไรเขา หรือถามอะไรต่อไปดี หรือเราควรบอกเขาไปตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในใจและสมองของเราตอนนี้กันแน่ เรารู้สึกว่ามันอัดแน่นไปหมด หายใจไม่ออก เหมือนคนกำลังจะจมน้ำอีกครั้ง สองมือพยายามตะเกียกตะกายขอความช่วยเหลือ ในใจกู่ก้องร้องขอแสงสว่างให้เธอช่วยนำทาง แต่บางอย่างก็บอกว่าต้องตั้งสติและช่วยตัวเองด้วย ไม่มีใครเข้ามาช่วยแก้ไขอะไรให้เราได้หมดทุกอย่างหรอก
"เราสับสน ลังเล และกลัว อีกทั้งเริ่มไม่แย่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้นั้นดีหรือไม่ ถูกหรือผิด บางทีกลับคิกว่าตัวเองเป็นคนผิดไปซะงั้น"
"คำถามที่เกิดขึ้นน่ะ เกิดจากการที่เรามีเป้าหมายไม่ชัดเจนรึป่าว? การวางเป้าหมายให้ชัดเจนจะช่วยได้นะ"

'โหยยย' เราส่งเสียงร้องในใจ เราไม่แน่ใจว่านี่เราคุยกับเธอคนเดิมจริง ๆ รึป่าว ระยะเวลาที่เราห่างและไม่ค่อยได้คุยกันทำให้เธอโตขึ้นมากนะ เธอดูแปลกไปจากเดิมแต่เราก็รู้ว่านี่ยังเป็นเธอคนเดิม

"หื้อ เป้าหมายมันหายไปนานแล้วล่ะ เราแทบจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะหายไปน่ะ หน้าตาเป็นไง หลายครั้งที่พยายามจะกลับไปทำความสนิทคุ้นเคยกับมัน แต่เหมือนจะทำได้เพียงผิวเผินและหนีหายไปเช่นเคย"
"คำถามแบบเด็ก ๆ น่ะ ทำไมทำแบบนั้น ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องเป็นงั้น เป็นงี้ ดูเหมือนไม่มีอะไรนะ แต่ความจริงมันลึกซึ้งมากและก็ตอบยากด้วย บางคำถามก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเอาคำตอบจากที่ไหน มันควรจะเป็นคำถามสำหรับตัวเราเองด้วย ยิ่งพวกผู้ใหญ่ก็ยิ่งควรจะทำมัน เพราะมันจะทำให้เกิดการคิด ทบทวน ลดหรือตัดความวุ่นวายลง รู้เป้าหมายชัดเจนขึ้น อันนี้แนวคิดเรานะมันอาจจะถูกหรือผิดก็ได้"
"ถามจริงเถอะ นี่เราคุยอยู่กับใครวะ ทำไมไม่เหมือนนายจอมกวนเลย หรือนี่ไปจำมาจากหนังสือเล่มไหน เห้อ แต่ขอบคุณนะ ขอบคุณมาก ๆ จากใจ สำหรับทุกอย่างทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ที่ผ่านมาหรือในอนาคตก็เหอะ" 
"5555" เธอหัวเราะร่า 
"ก็ยังกวนเหมือนเดิมแหละ" ^^ เธอตอบพร้อมรอยยิ้มร่านั้น 

แด่ค่ำคืนที่ว้าวุ่นกายใจคืนหนึ่งจนน้ำตาอาบแก้มและไม่รู้ว่าจะจัดการมันอย่างไรให้มันสมูทที่สุดทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง
ขอบคุณนายจอมกวนที่เปลี่ยนตำแหน่งมารับเป็นเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาชั่วคราว และขอโทษที่รบกวนนายทั้งยังชอบอ่อนแอให้นายเห็นตลอดเลย 
SHARE
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments

9_tammada
11 months ago
เป็นเรื่อวสั้นที่ยาวเหมือนกันนะ
Reply
9_tammada
11 months ago
แต่ก็สนุกดี ทำให้นึกถึงตัวเองตอนเด็กๆเหมือนกัน
ItimZ
11 months ago
ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ ^^ เขียนไปเรื่อยไม่รู้มันออกมายาวขนาดนี้ได้ไง 5555