ฉันที่ใช่, หรือใครที่เธอเลือก



เคยได้ยินประโยคนี้ไหม 

ถ้าเราสำคัญ ความสัมพันธ์จะชัดเจน

ตอนแรกที่เลื่อนผ่านประโยคนี้บนหน้าไทม์ไลน์เฟสบุ๊ค ฉันยังคิดนะ ว่ามันคงไม่เกิดขึ้นกับคนที่อ่อนประสบการณ์ด้านความรักอย่างฉันหรอก ใช่ เพราะฉันไม่เคยคิด ว่าคำหวานเลี่ยนอย่่างความรัก มันจะเกิดขึ้นกับฉัน


ย้อนกลับไปก่อนที่ฉันจะเห็นข้อความนี้ ก่อนที่ฉันจะเพิ่มเพื่อนคนหนึ่งบนเฟสบุ๊ค ก่อนที่ฉันจะย้อนกลับมาอ่านประโยคนี้ และได้ทบทวนมันอีกครั้งหนึ่ง

นั่นน่าจะเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก...อ้อ ไม่สิ นั่นคือคืนก่อนหมดวันแรกของเดือนสาม คืนที่ฉันนั่งดื่ม ณ บาร์เล็กๆ หลังหนึ่งพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ก่อนเผอิญสบสายตาเข้ากับเพื่อนข้างโต๊ะ แปลกแต่จริง เพราะล่าสุดที่ใจของฉันเต้นไม่เป็นระส่ำครั้งแรกนั้น มันผ่านมาแล้วเมื่อสี่ปีก่อน เราสบสายตากันอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งต้องมีใครเริ่มทำอะไรสักอย่าง นั่นคือจุดเริ่มต้นก่อนที่เราจะเริ่มรู้จักกัน


ก่อนนั้นเรายังเป็นเพื่อนกันดีอยู่ แม้ว่าสิ่งที่เรากระทำมันอาจจะดูเหมือนมากกว่า แต่เชื่อเถอะว่าเราคงยังสถานะเป็นเพียงเพื่อนกัน...

"คนนี้แฟนพี่หรือ ฉันเคยเห็นพี่แท็กเธอด้วย เธอน่ารักดีนะ" 

"โอย ไม่ใช่ เพื่อนกัน พี่ไม่มีทางชอบยัยนั่นแน่ บังเอิญวันนั้นไปกินข้าวกันสามคน แต่อีกคนเขาไม่มีแอคเคาท์น่ะ พี่เลยแท็กเธอเฉยๆ เพราะร้านนั้นเธอเป็นคนแนะนำ ถ้าใครจะเป็นแฟนพี่ คนนั้นคงจะเป็นเธอมั้ง" ประโยคยืดยาวเหมือนแหย่เล่นที่ทำเอาใจสั่นนั้นฉันยังจำได้ดี ก่อนที่เราจะเริ่มก้าว มาเป็นมากกว่าเพื่อนกันจริงๆ 


"พี่ชอบเธอนะ ที่พี่กล้าพูดแบบนี้เพราะพี่ชอบเธอจริงๆ" ฉันพยายามคิดและชั่งน้ำหนักทุกเรื่องราว แต่ไม่มีสิ่งไหนมีน้ำหนักมากพอจะกลบความรู้สึกที่ฉันมีได้เลย ใช่ ฉันตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะตกหลุมรักฉันเสียอีก 


ทุกสิ่งอย่างดูลงตัวไปเสียหมด ในที่สุดคนที่ไม่เคยสมหวังในความรักอย่างฉัน ได้ตกหลุมรักอีกครั้ง แต่กลับเป็นครั้งแรกที่ฉันจริงจังกับความสัมพันธ์ และได้เริ่มต้นเรียกมันว่า ความรัก ที่เกิดขึ้นจากคำว่าเรา





"ฉันรอดูรูปอยู่นะ อย่าลืมนะคะพี่" จูบลานั้นยังชัดเจนอยู่ในทุกห้วงความรู้สึก แต่กลับคงอยู่ได้ไม่นานคล้อยหลังจากนั้น 


ฉันจำได้ว่าผู้ชายคนนั้นเคยอัพโหลดรูปภาพมากมายบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เคยอัพโหลดกระทั่งรูปที่เคยถ่ายให้ฉันลงอัลบั้มโดยที่ฉันไม่เคยขอ ครั้งนี้จึงมีเหตุผลที่ทำให้ฉันยังเชื่อเสมอว่า จะมีสักรูปหนึ่งในนั้นให้สมกับที่ฉันถูกเรียกว่าคนรัก แทนที่จะเป็นบรรดารูปหลายใบในนั้นที่มีเธอคนนั้นเด่นชัดขึ้นมา แม้จะไม่มีใบหน้าของเธอบนรูปใดๆ เลยก็ตาม


"ฉันไม่ได้ขอให้พี่อัพรูปคู่ฉันลงไปในนั้นเลยนะ แต่แค่รูปของเราพี่ยังไม่เคยส่งให้ฉันดูบ้างเลย พี่ไม่ต้องอัพฯรูปฉันหรอก ฉันแค่ขอให้พี่อัพฯบางรูปบ้างให้เหมือนที่พี่อัพฯเวลาไปที่อื่น และส่งรูปของเราให้ฉันบ้างเท่านั้น"

"...มือถือพี่พังน่ะ สงสัยจะตกน้ำ ใช่ ตกน้ำเมื่อคืนแน่ๆ เลย เดี๋ยวพี่ส่งให้ทีหลังนะ เดี๋ยวอัพรูปที่เราไปเที่ยวกันด้วย" ตอนนั้นฉันเลื่อนผ่านคอมเมนต์หนึ่งที่อยู่ใต้รูปของผู้ชายที่เรียกฉันว่าคนรัก นั่นคือสิ่งที่ฉันเห็น สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นตอบกลับคอมเมนต์ของเธอ 


ต่างหูเหมาะกับเธอมาก ครั้งหน้าตอนมาเจอกันใส่มันมาอีกนะ ☺️


ฉันเริ่มร้องไห้ และกลายเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่งี่เง่า ความไว้ใจของฉันยังใช้ได้อยู่หรือไม่


เป็นสองอาทิตย์ถัดจากนั้น ที่คนรักที่ฉันเรียกอย่างเต็มปากเริ่มอัพโหลดรูปภาพลงบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คอีกครั้ง รูปทิวทัศน์ที่น่ามองนั่น มันห่างไกลจากคำว่ารูปที่ฉันรอคอยมากนัก มือของฉันสั่นแต่ยังคงกดหัวใจลงไปในนั้น และหลังจากนั้นไม่นานนัก คำอธิบายมากมายจึงตามมาอีกครั้ง 

"พี่เอาเครื่องเก่ามาใช้น่ะ นี่ไม่ได้ใช้มาสองปีแล้วนะ โชคดีที่ยังใช้ได้ ส่วนเครื่องนั้นพี่ยังหาร้านที่ซ่อมไม่ได้เลย เพราะหลายร้านบอกว่าถึงซ่อมได้ข้อมูลอาจหายหมด"

"หรือคะ... ฉันยังไม่เคยเห็นรูปเราในนั้นเลย มันคือความทรงจำ คือสิ่งสำคัญมากนะคะสำหรับฉัน"

"ใช่ สำหรับเรา แต่พี่สัญญานะ พี่จะพยายามหาทางซ่อมมันให้ได้ และเอารูปของเราคืนมา"


ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยหลังจากนั้น เราพูดคุยกันน้อยลง การพูดคุยกันของเราจืดชืด ไร้รสชาติ การรอคอยของฉัน และสิ่งที่เห็น ส่งผลให้เราเริ่มต้นปะทะกันทางอารมณ์ มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อยๆ ครั้งสุดท้ายที่เราเถียงกันเรื่องรูป และเธอคนนั้น ฉันจำได้ว่าผู้ชายคนนั้นส่งเสียงสะอื้น เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในหู และทำให้ฉันหลงเชื่อ ว่าคำว่ารักของเรานั้นยังดีอยู่ 


แต่...


เรายังคงพูดคุยกันน้อยลงไป น้อยลงไป ฉันเริ่มรอคอยคำตอบของคำถาม ที่ราวกับว่าจะไม่มีคำตอบอยู่ในนั้น ราวกับฉันเริ่มเป็นฝ่ายตอบคำถามของตัวเอง


"ฉันควรทำยังไง พี่ยังต้องการฉันไหม หรือฉันควรปล่อยพี่ไปเสีย" ฟางเส้นสุดท้ายของฉันขาดสะบั้น ทุกสิ่งอย่างนิ่งเงียบ ฉันกลั้นหายใจ น้ำตาของฉันเหือดไปนานแล้ว 


สมองของฉันรอฟังคำตอบ คำตอบที่ฉันคิดว่ารู้มันอยู่แล้ว เพียงแค่หัวใจของฉันยังไม่พร้อมยอมรับมันเท่านั้น


"พี่ซ่อมมือถือแล้วนะ แล้วพี่ก็คิดทบทวนเรื่องของเราตลอดทั้งวันนี้ พี่มีคำถามเดียวกันที่จะถามเธอ และพี่คิดว่าคำตอบคือเราควรจะเลิกทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระ แล้วหยุดกันที่ตรงนี้..." ถึงตรงนั้นฉันกลั้นก้อนสะอื้น 


ฉันทรุดตัวลง ปล่อยโฮลั่นอย่างไม่อายใคร เป็นมือของเพื่อนที่ประคองเอาไว้ก่อนที่เข่าของฉันจะกระทบกับพื้น 


เราไม่เพียงสิ้นสุดคำว่าคนรัก แต่มิตรภาพอันงดงามทุกเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นของเรา ได้สิ้นสุดลงไปด้วยนับแต่นั้น การเพิ่มเพื่อนบนเฟสบุ๊คในวันนั้นทำให้ฉันถูกลบออกจากเพื่อนในวันนี้ 


ภาพสุดท้ายที่ฉันได้เห็น คือวันที่ความสัมพันธ์ของเราจบลง และนั่นคือภาพรอยยิ้มของเธอในรูปนั้น กับผู้ชายคนนั้น และเพื่อนอีกหนึ่งคน พร้อมเค้กวันเกิด และข้อความขอบคุณของเธอบนคอมเมนต์ "ขอบคุณวันเกิดที่แสนพิเศษ ขอบคุณทุกคน และคนของฉันมากๆ นะที่ทำทำให้มันเกิดขึ้น~♡" 


ฉันกลับมานั่งทบทวนกับประโยคที่เคยเห็นผ่านตาไปแล้วอีกครั้ง และค้นพบว่ามันคือเรื่องจริง ในวันที่ฉันได้เข้าใจ ความชัดเจนบนความสัมพันธ์ของเราควรจะอยู่ที่ใคร ฉันคนไหน หรือใครที่สำคัญ





SHARE
Writer
itschalee
นักฝัน
คนคนนั้น คือฉันผู้หลงทาง

Comments