ฝน
หยาดน้ำจากท้องฟ้ากระหน่ำโปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน กระทบเข้ากับหลังคาของอาคารที่ฉันใช้ซุกหัวนอนอยู่จนเกิดเสียงรบกวนดังสนั่น

เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนหนักหน่วงมากจนบดบังทัศนียภาพไปเสียหมด 

หดหู่จัง

ความขมุกขมัวของชั้นบรรยากาศ ความดำมืดของกลุ่มเมฆดึงเอาฉันให้ดิ่งลึกลงไปในความมืดมนนั้น 

สภาพจิตใจฉันแย่ลง - แพทย์กล่าว 

อา...

บางทีอาการป่วยก็ทำให้ตัวฉันกลายเป็นฉันในรูปแบบที่ไม่นำพา 


ฉันใช้ชีวิตโดยมีหมวกใบใหญ่ที่เรียกว่า "โรคซึมเศร้า" สวมอยู่เหนือหัวมาจะสามปีแล้วล่ะ

ครั้งแรกฟื้นตัวมาพบว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อนฉันว่า "แกพยายามจะจมตัวเองลงไปในสระ" 

ฉันพยักหน้ารับรู้ ตอนนั้นฉันมีสติ และตั้งใจจะทำแบบดังกล่าวจริง ฉันมีอาการแปลกไประหว่างพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลจนแพทย์จับพิรุธได้

และใช่ 
นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้สนทนากับจิตแพทย์ ตามมาด้วยนักจิตบำบัด

ฉันเป็นโรคซึมเศร้าระยะรุนแรงและเรื้อรัง - ผลสรุปอาการออกมาเป็นแบบนี้ 

จิตแพทย์กล่าวว่าฉันป่วยมาเป็นระยะเวลานาน และไม่รู้ตัว ปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตโดยมีสารอันไม่สมประกอบในสมองไปเรื่อย ๆ 

จากอาการระยะแรกเริ่มสั่งสมมาเรื่อย ๆ จนถึงขั้นเรื้อรัง

การรักษาเริ่มต้นด้วยความยากลำบาก เพราะฉันเองไม่เชื่อว่าตัวเองป่วย ฉันไม่ยอมรับมัน

ความคิดในหัวของฉันสับสน ตีกันมั่วซั่วไปหมด ความรู้สึกดิ่งวูบคล้ายโดดลงเหวลึกที่ไม่เห็นก้นเกิดขึ้นกับฉันตลอดเวลา

มันแย่มาก 
ฉันหมายถึงการนอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยที่มีพยาบาลเข้ามาสอดส่องตลอดเวลา และแย่เข้าไปใหญ่ตอนที่ต้องกินยามื้อละหลายเม็ด 

ผลกระทบจากยารุนแรงไม่หยอกเลยล่ะ มันทำฉันเซื่องซึม มึนไปทั้งวัน แต่ก็ว่าดีไปอีกแบบตรงที่ไม่มีความคิดแปลก ๆ แล่นวาบเข้ามาในหัว 


ฉันเข้ารักษาอาการป่วยในช่วงฤดูฝน

ฝนตกโปรยปรายทุกวันที่ด้านนอกของอาคารที่ฉันพักอาศัย ฉันเกลียดมัน เพราะมันทำให้ฉันย่ำแย่

ฉันรักษาตัวเองอยู่หนึ่งปีกับอีกสี่เดือน อาการถึงคงตัว

ฉันกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนปกติ แต่ฉันรู้ดีว่ามันไม่เหมือนเดิม

ฉันสูญเสียความสามารถในการทำอะไรไปหลายสิ่งจนเริ่มตีตัวออกจากผู้คน ขังตัวเองไว้ในห้องสี่เหลี่ยมมืด ๆ จะออกไปเผชิญหน้ากับความจริงก็แค่เวลาจำเป็นเท่านั้น

อย่าทำแบบนี้ - หนึ่งในเพื่อนที่ฉันรักที่สุดกล่าว ฉันดูย่ำแย่จนเขาแสดงแววตาเจ็บปวดออกมาอย่างไม่ปกปิด

ฉันยิ้มให้เขา ฉันบอก "ฉันโอเคดีกับการเป็บแบบนี้" 

ฉันคิดว่าตัวเองอยู่กับมันได้ แต่ความจริงแล้วฉันก็แค่พยายามหลีกหนีมัน...ก็เท่านั้น

ฉันปล่อยให้อาการซึมเศร้ากลืนกินตัวฉันไปทีละน้อยจนกระทั่งตัวตนของฉัน, ความเป็นคุณตะวันหายลับไป

ฉันมีแผลใหญ่โต เป็นแผลฉกรรจ์ที่รักษาไม่หาย

ไม่สิ 

ฉันควรกล่าวว่ามันเกือบจะหายหลายครั้ง หากพอแผลจวนจะปิด มันก็ถูกกระชากให้เปิดออกมาอีกครั้ง 

ฉันเจ็บปวด 
...เจ็บปวดจนกระทั่งมันด้านชาไปเอง ฉันชินเสียแล้วกับการถูกเปิดแผลแล้วราดแอลกอฮอล์ลงไปซ้ำ ๆ 


ความสัมพันธ์ที่คิดว่าจะเยียวยาฉันได้ กลับกลายเป็นการบ่มทำลายกันจากภายใน

ฝนตกอีกแล้ว ตกไม่หยุดหย่อน ฉันแค่นยิ้ม กว่าจะฟันฝ่ามาจนถึงจุดนี้ก็สูญเสียไปเยอะ, ความรู้สึกน่ะ ร้าวรานเป็นเศษแก้วที่ถูกปั้นประกอบกลับมาใหม่ 


หากรอยรั่ว รอยร้าวยังคงอยู่ ทุกครั้งที่เติมน้ำลงไปจะมีจุดที่ซึมออกมาด้านนอกทุกครั้ง

จนถึงทุกวันนี้ฉันคิดว่าฉันเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันได้แล้ว ปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตร่วมกับหมวกใบนี้คงจะเป็นการทานยาให้สม่ำเสมอ พบแพทย์ตามนัด และพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เรามีความสุข

ข้อสุดท้ายอาจจะทำได้ยากที่สุด เพราะไม่ว่าที่ไหน ไม่มีอะไรที่ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง การใช้ชีวิตแบบไม่คาดหวังในสิ่งใดทำให้เกิดความรู้สึกลบคงจะง่ายที่สุด


ฉันสวมหมวกใบนี้แล้ว, หมวกใบที่เรียกว่า "โรคซึมเศร้า" และมันจะอยู่กับฉันไปตราบนานกว่าอายุขัยจะหมดลง
ฝนที่ด้านนอกยังคงตกต่อไป คงจะตกลงมาทั้งคืน แต่ให้มันตกแค่ที่ฟ้าข้างนอกก็พอ อย่าให้มันย้ายมาตกในใจจนท่วมท้นความรู้สึกให้จมดิ่งไปกับมัน

ฉันเกลียดฤดูฝน


แต่ฉันเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน...ได้แล้ว


สวัสดี, เดือนเก้าที่ฝนยังกระหน่ำตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ตะวันวาด, คนเดิมที่ยังเป็นซึมเศร้า


SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments