กริ๊ง กริ๊งงง

“มึงไปเที่ยวกันมั้ย”

เมื่อเพื่อนเดินทางจากต่างจังหวัดมาเที่ยวกรุงเทพ จึงถือโอกาสชวนฉันไปเป็นเพื่อร่วมทางด้วย

“ไปดิ”

เมื่อนัดแนะเวลากันเรียบร้อย ฉันก็ตื่นและเตรียมตัวไปอย่างรวดเร็วโดยเผื่อเวลาเล็กน้อย แต่ก็ฉันมักเป็นฝ่ายรอซะส่วนใหญ่

การรอคอยมันก็ไม่ได้แย่นัก

เมื่อรวมตัวครบเราก็เดินทางไปยังจุดหมายด้วยเรือข้ามฟาก นั่นเป็นสิ่งที่ชวนอ้วกที่สุดของวัน เพราะฉันไม่ถูกกับพาหนะทางน้ำสักอย่าง

จุดหมายแรกคือการหาข้าวเช้ากินแม้ตอนนี้จะเกือบเที่ยงแล้วก็ตาม

เราเช่าจักรยานกันคนละคันปั่นไปตามเส้นทาง ใต้เมฆสีเทา ที่เริ่มมืดครึ้ม

“เหมือนฝนจะตกเลยแฮะ”

ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าขณะหยิบกล้องขึ้นมาปรับแสงระหว่างรออาหารที่สั่งไป

และแล้วฝนก็ตกลงมาจนได้ ทำให้เราต้องนั่งรออยู่ที่เดิมไปก่อน

จนเมื่อฝนเริ่มซาพวกเราจึงเริ่มลุกออกไปเดินซื้อขนมทานไปพลางๆ เพื่อรอฝนหยุด

เมื่อท้องฟ้าสว่างอีกครั้ง เราเริ่มออกปั่นจักรยานกัน เสียง ‘กริ๊ง กริ๊ง’ ที่ดังส่งต่อๆกันมา
เส้นทางยาวไกลหลายกิโล
ถนนกว้างที่รถเยอะ
ทางแคบที่คดเคี้ยว
สะพานที่ไม่สมบูรณ์
ถนนที่ปียกชุ่ม
เนินสูงชัน

ทั้งหมดในวันนี้คงไม่สนุกแน่ถ้าเรามาคนเดียว

แต่เมื่อมีเพื่อนร่วมทาง สนุก เลอะเทอะ เปียก เหนื่อย แวะพัก เดินทางไปพร้อมๆกันมันจึงสนุกมาก

ฉันไม่ได้ปั่นจักรยานแบบนี้มานาน แม้จะเปียกชื้นจากละอองฝนไปบ้าง

อากาศที่อบอ้าวทำให้เหงื่อออก

เส้นทางลำบากที่ทำให้เราค้องยกรถหรือเข็นจักรยานเป็นระยะๆ

จุดแวะพักแอร์เย็นฉ่ำที่ทำให้ไม่อยากลุก

สิ่งที่ฉันชอบที่สุดของวันคงเป็นเสียง ‘กริ๊ง กริ๊ง’ จากเสียงจักรยานของพวกเราที่ดังระงม และสายลมที่ปะทะใบหน้ายามออกเดินทางด้วยจักรยาน

แน่นอนว่าเมื่อถึงบ้าน ขาปวดระบมไปหมดจนสลบคาที่นอนอย่างรวดเร็ว

ปล. ดีที่ตื่นมาแล้วไม่ปวดขา(ฮา)
SHARE
Written in this book
วันๆหนึ่งที่ผ่านไป
ประสบการณ์ชีวิต เรื่องเล่า เหตุการณ์ที่ได้เจอในแต่ละวัน แต่ละคนก็ต่างกันไป บางทีมันอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกมากมาย
Writer
DifficultToWriteName
Designer
ชื่อเขียนยาก

Comments