คนเฒ่าคนแก่
ทำไม ทำไมไม่ฟังที่พูด ท่าจะดื้อแบบนี้ก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก!



เป็นอีกครั้งที่เราทะเลาะกัน ทุกครั้งที่มีการตัดสินอะไรที่ทำให้ฉันต้องเดินทาง มันมักจะเป็นปัญหาภายในบ้านของฉันเสมอ


หรือเรียกว่าเป็นปัญหาของฉันกับพ่อจะถูกกว่า

สมัยเด็กการขอไปเที่ยวมักเป็นเรื่องยากเพราะพ่อมักเป็นห่วงว่ามันไกลจะไปทำไม

...แต่มันก็ไม่ได้ไกล และเดินทางลำบากอย่างที่คิด เมื่อตอนนี้มีรถไฟฟ้า

สมัยวัยรุ่นการเรียนต่อมหาลัยก็เป็นเรื่องยาก เพราะพ่ออยากให้เรียนใกล้บ้าน

...แต่สุดท้ายก็ต้องเรียนไกลเพราะฉันสอบไม่ติดมหาลัยดีๆ

เมื่อถึงเวลาทำงาน พ่อก็ยังคงไม่พอใจที่ฉันได้งานไกลบ้านแล้วขอไปอยู่หอ

...มันเป็นปัญหาที่ไม่จบไม่สิ้น

ทุกอย่างในชีวิตที่ฉันได้รับจากพ่อ ฉันเข้าใจถึงความเป็นห่วงเป็นใย และความรู้สึกของคนแก่อาบน้ำร้อนมาก่อนเป็นอย่างดี

แต่ก็อยากให้เข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่างานแต่ละงานนั้นไม่ได้ได้มาง่ายๆ

ยุคที่ประชากรกำลังเพิ่มขึ้นแต่กลับวิวัฒนาการสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเครื่องจักรมากกว่าจะจ้างแรงงานมนุษย์

ฉันเองก็เป็นเพียงเด็กจบใหม่ที่พึ่งออกมาเผชิญโลกความเป็นจริง ที่คิดว่างานคงหาไม่ยากหรอก

แต่กลับได้สัมผัสชีวิตคนตกงานอย่างจริงจัง

ทำให้เมื่อมีบริษัทใดเรียกไปสัมภาษณ์ฉันเองก็อยากที่จะลองดู มันคงไม่ดีถ้าเราจะปฏิเสธโอกาสที่ได้รับมานี้

แต่พ่อกลับไม่เห็นด้วยอย่างแรง เราทะเลาะกันค่อนข้างหนักจนฉันคิดที่จะปฏิเสธงานที่นี่ แต่สุดท้ายพ่อก็ยอมให้เดินทางไปสัมภาษณ์แต่โดยดี

แม้จะยังไม่ตัดสินใจว่าฉันควรจะจัดการยังไงกับปัญหาเหล่านี้ดีนั้น

ฉันก็ได้แต่อิจฉาคนอื่น...

เพราะบางครั้งความเป็นห่วงนั้นมันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่ฉันเรียกมันว่า

‘ความไม่เชื่อใจ’

‘ดูถูก’

พ่อมักเอาแต่พูดว่า ไปเองไม่เป็นหรอก ทำเองไม่ได้หรอก เป็นอย่างนี้จะออกไปเผชิญโลก ทำไม่ได้หรอก ไม่แต่โดนคนหลอก

มันช่างเป็นคำกล่าวที่สร้างความเจ็บแสบเหมือนเอาน้ำเกลือมาสาดแผลสดจริงๆ

หรือกระทั่งมองจากคนภายนอกก็ยังบอก ก็ให้เขาไปเองดูสิจะได้รู้ ให้ไปรู้จักโลกกว้างซะจะได้รู้ว่ามันลำบาก

ก็ไม่ได้ช่วยปลอบความรู้สึกให้ดีขึ้นแม้แต่น้อยมันกลับรู้สึกเหมือนถูกของมีคมมากรีดแผลเดิมให้บาดลึกเพิ่มขึ้นไปอีก

จริงอยู่การเชื่อฟังคนเฒ่าคนแก่เป็นเรื่องที่ดี

แต่นี่อาจเป็นช่องว่างระหว่างวัยจริงๆ

ฉันอยากเหลือเกินให้ช่องว่างระหว่างวัยนี้มันหายไปโดยที่เราเรียนรู้ไปด้วยกันถึงอดีตและปัจจุบัน

อาจเพราะภาพลักษณ์ภายนอกของฉันมันช่างดูบอบบาง อ่อนแอ ลูกคุณหนู ผอมแห้ง แรงน้อย ทำอะไรเองไม่น่าเป็น

ทุกคนที่ได้เจอฉันครั้งแรกมักจะพูดแบบนี้เสมอ

แต่เมื่อรู้จักกันทุกคนจะพูดเหมือนกันหมดว่าฉันมันเถื่อน ปากหมา อึดถึก กินยิ่งกว่าหลุมดำ ใช้ชีวิตมาเยอะ

น่าเสียดายที่เรื่องราวเหล่านี้ครอบครัวคงไม่มีทางได้รู้ เพราะฉันถูกดูแลเหมือนนกในกรง จนเมื่อได้อยู่หอไกลบ้านครั้งแรกมันทำให้เก็บเกี่ยวประการณ์จากอิสระที่ได้รับมาตลอด 4 ปีอย่างคุ้มค่า

ฉันรับรู้ความลำบากของชีวิตได้เป็นอย่างดี แม้จะรู้ว่ามันคงยังไม่เพียงพอแต่นั่นทำให้ฉันเห็นคุณค่าของชีวิตและเข้าใจถึงความห่วงใย แม้จะน้อยใจไปบ้าง

แต่ไม่มีลูกคนไหนที่จะสามารถถูกพ่อแม่ปกป้องได้ตลอดไป
ทุกคนต้องได้เรียนรู้ถึงวิธีใช้ชีวิตบนโลกใบนี้เพื่อสักวัน พวกเราก็จะเติบโตและดูแลคนรุ่นต่อไป

SHARE
Written in this book
วันๆหนึ่งที่ผ่านไป
ประสบการณ์ชีวิต เรื่องเล่า เหตุการณ์ที่ได้เจอในแต่ละวัน แต่ละคนก็ต่างกันไป บางทีมันอาจสร้างแรงบันดาลใจให้ใครอีกมากมาย
Writer
DifficultToWriteName
Designer
นามปากกา : ชื่อเขียนยาก

Comments

Freedom_J
2 months ago
บทความนี้อ่านเเล้วทำให้นึกตัวเอง เป็นตัวเราเองที่เข้าใจตัวเองมากที่สุด คนอื่นที่คิดว่ารู้จักเรา ที่จริงเเล้ว เขาไม่เคยรู้อะไรเลย
Reply
🙂
Djung
2 months ago
แม่เราก็ประมาณนี้ เถียงกันตลอด ความห่วงที่มากเกินไป มันเหมือนคอกดีๆ
Reply
😔