นิสัยการทำงานที่ไม่ธรรมดาของโตโยต้า
#นิสัยการทำงานที่ไม่ธรรมดาของโตโยต้า
#世界No1トヨタの非常識な45の習慣

ถ้าให้บรรยายความรู้สึกหลังอ่านเล่มนี้ก็คงจะเป็น
“เมามันและเร่าร้อน” 5555
อ่านแล้วหัวอุ่นถึงร้อน คิดไปด้วยว่าจะลองเอาอันไหนไปใช้ในที่ทำงานยังไงดี ใช้ยังไงดี อย่างนี้จะเวิร์คไหม ➕➗©️↗️🔂⬆️🔀⬅️ เมาหนังสือๆ555

ลองสรุปตามความเข้าใจของตัวเองได้เรื่องว่า
พวกนี้คือเรื่องสำคัญที่ควรคำนึงถึง
- การตระหนักถึงเรื่องที่ควรตระหนัก
- วิธีมอง/มุมมอง
- การลงมือทำ
- วิธีทำ
- การพัฒนาคน

- การตระหนักถึงเรื่องที่ควรตระหนัก
มีอยู่ตอนหนึ่งผู้เขียนพูดถึงเรื่องการลดต้นทุน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การทำให้ทุกคนตระหนักว่า “ต้องลดต้นทุน” ถ้าไม่มีการตระหนักตรงนี้ ต่อให้ “ข้างบน” สั่งอะไรลงมา ก็คงจะทำบ้างไม่ทำบ้าง ทำก็ทำแบบไม่อิน ฉะนั้นต้องทำให้ทุกคน “อิน” โดยตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องที่จะทำก่อน

- วิธีมอง/มุมมอง
เรื่องนี้ส่วนตัวเชื่อว่าสำคัญสุด ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่สำคัญต่อการใช้ชีวิตด้วย
คนเรามองเรื่องเดียวกันแต่คิดต่างกัน เข้าใจต่างกัน เพราะอะไร? เพราะมุมมองต่างกันนั่นเอง

การมองว่าคนเราเปลี่ยนยาก กับการมองว่าคนมีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองได้ไม่สิ้นสุด หรือ
การมองว่าสภาพที่เป็นอยู่มันก็ดีที่สุดได้เท่านี้ กับการมองว่ามันยังดีได้กว่านี้ ก็ส่งผลให้เกิดการกระทำที่ไม่เหมือนกัน

ผู้เขียนถึงกับบอกว่า “มุมมองของหัวหน้าส่งผลต่อสภาพขององค์กรโดยตรง”
คุณ “มอง” แบบไหน การกระทำคุณก็ไปทางนั้น และแน่นอนว่าผลก็จะออกมาในทำนองเดียวกัน
ฉะนั้นระวัง “มุมมอง” ของตัวเองให้ดี

- การลงมือทำ
ผู้เขียนบอกว่าโตโยต้าให้ความสำคัญกับการลงมือทำ ถ้าถูกถามว่า “เข้าใจหรือยัง” แล้วเราตอบไปว่า “เข้าใจ” ก็ควรลงมือทำอย่างแข็งขัน ถ้าไม่ลงมือทำ ปล่อยไว้เฉย ๆ แปลว่ายังไม่เข้าใจ

- วิธีทำ
วิธีทำกระจายอยู่ทั่วเล่ม พูดตรงนี้ไม่หมดจริง ๆ 55
ขอยกวิธีที่คิดว่าน่าสนใจมาเล่าให้ฟังนิดหน่อยละกัน
• เวลาเกิดอุบัติเหตุให้ไปยังที่เกิดเหตุทันที อย่าฟังแค่ลูกน้องมารายงานแล้วคุยกันในห้องประชุม ลูกน้องอาจจะรายงานไม่หมดก็ได้ เขาอาจจะมองไม่เห็นปัญหาบางจุดก็ได้
จริง ๆ เรื่องนี้โดนฝึกมากับตัว ไม่ใช่แค่ตอนเกิดอุบัติเหตุ แต่ปัญหาหรือเรื่องสำคัญ ๆ ที่ควรต้องเห็นเองจะโดนถามตลอดว่า “ตรวจสอบด้วยตัวเองหรือยัง?” นิสัยต้องตรวจสอบด้วยตัวเองทุกครั้งก็เลยติดตัวมา
• ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันลดต้นทุน ไม่ใช่ให้แต่ฝ่ายผลิตทำ ต่อเนื่องจาก “ความอิน” ที่ว่าไปเมื่อกี้ ถ้าทุกคนตระหนัก ก็จะเข้าใจ ยอมรับ และนำไปปฏิบัติง่ายขึ้น ในที่นี้ก็คือหาจุดที่ทำให้เกิดความสูญเปล่า และช่วยกันคิดหาทางลดต้นทุน
• ตรวจสอบหา “สาเหตุ” ของความผิดพลาด แล้วปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่หา “คน” ที่ทำให้เกิดความผิดพลาด
อันนี้เข้าใจง่าย เรามักจะหา “คนทำ” มารับผิด ซึ่งมันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเท่าไหร่ ธรรมชาติของคน ถ้าทำผิดแล้วโดนลงโทษ โดนด่าเละเทะ คราวหน้าถ้าพลาด ก็จะปกปิด ไม่ยอมรายงาน ปัญหาลุกลามจนปิดไม่ไหวคนอื่นถึงรู้ ดังนั้นถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น ใช้สมอง กำลังกาย และเวลากับการหาสาเหตุ และคิดวิธีแก้ไข+ป้องกัน แทนที่จะหาคนทำผิด

- การพัฒนาคน
ทรัพยากรมนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญมากสำหรับองค์กร จำเป็นต้องได้รับการพัฒนา
หัวหน้าต้องพัฒนาลูกน้องให้มีความสามารถทัดเทียมกัน เพื่อให้ความสามารถเฉลี่ยของคนในองค์กรสูงขึ้น ไม่ใช่ให้คนเก่งทำงานคนเดียว เพราะจะกลายเป็นว่าสถานการณ์ของทีมขึ้นอยู่กับคน ๆ เดียว
และแต่ละคนมีจุดเด่นของตัวเอง ให้เขาได้ทำงานที่ได้ใช้จุดเด่นของตัวเองอย่างเต็มที่
ถ้าลูกน้องทำงานไม่ได้เรื่อง ต้องฝึกให้แก้ปัญหายาก ๆ เพื่อกระตุ้นให้ใช้ความคิด ไม่ใช่โอดครวญว่าลูกน้องไม่มีความคิด
มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก ในฐานะลูกน้อง เมื่อได้รับคำสั่งให้แก้ปัญหายาก ๆ ควรหาทางแก้ให้ได้ ไม่ใช่หาเหตุผลที่แก้ไม่ได้
เรื่องนี้เคยคุยกับรุ่นน้องเหมือนกันตอนที่เขามาบอกว่า “ทำไม” ถึงทำไม่ได้ ว่าพี่รู้ว่ามันยาก ทำไมพี่จะไม่รู้ และมันก็มีเหตุผลเป็นร้อยเป็นพันว่าทำไมถึงทำไม่ได้ แต่ที่พี่อยากรู้คือเรามีไอเดียอะไรในการจะทำมันให้ได้
นี่ก็คือหนึ่งในกระบวนการพัฒนาคน

ใครที่อยากลองปรับปรุงการทำงาน เล่มนี้แนะนำเลย แต่บางเรื่องก็อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจนะ อาจจะเพราะประสบการณ์น้อย หรือความรู้น้อยไม่แน่ใจ แต่ส่วนใหญ่ก็เข้าใจง่ายอยู่
ในรีวิวมีความคิดป่านปนอยู่ อยากอ่านเพียว ๆ หาหนังสือมาอ่านนะ ราคาบนปก240บาท

ขอให้สนุกกับการทำงานค่ะ : ]
SHARE
Written in this book
Reading Time
Writer
Pan-non
Friend of time
เขียนสิ่งที่อยากเขียน มารู้สึกไปด้วยกันนะ : ] ただ書きたいことを書いてる私と一緒に感じてくれるといいなぁ^ ^

Comments