เธอทำให้เราหลงรักเรื่องบังเอิญ
แต่ก่อนเรามองเรื่องบังเอิญเป็นแค่ความบังเอิญปกติ ที่เราแค่ดันผ่านมาในสถานที่เดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน เราเลยได้พบกันแค่นั้น..

จนเราได้บังเอิญเจอเธอ เราสองคนบังเอิญเจอกันบ่อยจนน่าแปลกใจว่าคนเราจะบังเอิญเจอกันได้หลายรอบขนาดนี้มันปกติมั้ยนะ?

บังเอิญที่ 1
เรื่องปกติ
การบังเอิญเจอกันครั้งแรก เขาว่ามันเป็นเรื่องปกติ เหมือนที่คนอื่นๆชอบคิดกันว่าก็เจอกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละหน่า

แต่เพราะบังเอิญวันนั้นมันมีอะไรที่พิเศษกว่าการแค่เจอกัน แต่มันทำให้เราจำเธอได้ วันนั้นระหว่างที่กำลังกลับบ้านจาก bts  หลังจากที่มุดตัวขึ้นรถกระป๋องและหย่อนตูดนั่งเรียบร้อย จังหวะที่กำลังจะหันหน้ามามองทาง ก็มีผู้ชายพุ่งพรวดขึ้นมานั่งข้างๆเราตรงเบาะเล็กๆริมประตูที่เหลือว่างอยู่ที่เดียว  ไม่รู้เพราะที่นั่งแคบๆนั่นที่ทำให้รู้สึกว่าเราสองคนนั่งใกล้กันเกินไปหรือเพราะขนาดตัวที่ต่างกันของเรา มันเลยทำให้รู้สึกเขินขึ้นมาซะอย่างงั้น เรานั่งข้างกันจะมองหน้าก็ไม่ถนัดหรอก แต่ด้วยภาพแวบแรกที่เห็นบวกกับสิ่งที่สายตาสามารถมองได้ตอนนี้ ก็รู้สึกได้ว่าเธอน่ารักดีเนอะ
พอถึงบ้านเราก็ได้แต่กลับมาระบายกับเพื่อนว่า “โห กูไม่เคยเขินใครจนเสียอาการแบบนี้เลยว่ะ ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกมั้ย”
.
.
บังเอิญที่ 2
เราเคยเจอกันมาก่อนนี่หน่า
ผ่านมา 1 เดือน จนลืมเรื่องวันนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ ทุกวันก็ผ่านไปปกติ โบกรถไป bts แบบเดิม แต่วันนี้ขึ้นรถมาเจอผู้ชายคนนึงใส่เสื้อยืดสีพื้น กางเกงสีเข้ม กับรองเท้าผ้าใบและสะพายกระเป๋าคาดอก ในใจผู้หญิงเรียบร้อยๆอย่างเราก็ได้แต่แอบคิดในใจว่า “ผู้ชายคนนี้แต่งตัวธรรมดาแต่ดูดีจัง” จนเกือบจะถึง bts ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ เห้ย! เขาคือผู้ชายที่นั่งข้างเราวันนั้นนี่หว่า ก็เพิ่งได้เห็นเต็มๆตาก็วันนี้แหละที่เรานั่งตรงข้ามกัน แต่ถึงเขาจะไม่น่ารักเท่าที่จินตนาการไว้เมื่อวันแรก แต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี :)
พอมาถึง bts เราก็ต้องแยกกันเพราะต้องเติมเที่ยวเดินทางพอดี อดขึ้น bts พร้อมกันเลยอ่ะ
.
.
บังเอิญที่ 3
จำฉันได้รึป่าว

ระหว่างยืนรอ bts กลับบ้านก็มองไปรอบๆเพลินๆท่ามกลางผู้คนที่ยืนอยู่บนชานชลา สายตาก็ถูกดึงดูดด้วยผู้ชายคนนึงที่ยืนรอห่างจากเราไปสามแถว แต่เฮ้ย “นี่เราบังเอิญเจอกันอีกแล้วหรอ ตลกดี เพิ่งเจอกันอาทิตย์ที่แล้วเอง” 
มันอดไม่ได้จริงๆต้องเม้าท์กับเพื่อน “มึง..กูเจอเขาอีกแล้วอ่ะ” พอเงยหน้าขึ้นมาจากจอ เขากำลังมองเราอยู่ว่ะ แถมทำหน้าเหมือนสะดุดเล็กน้อยประมาณว่าจำกันได้อย่างนั้นแหละ ทำตัวไม่ถูกเลยอ่ะ หันหน้าหนีละกัน เดี๋ยวก็ต้องไปลงสถานีเดียวกันอยู่ดีแหละ
พอถึงจุดหมายปลายทาง ก็ยังไม่เห็นเขาเดินแซงมาเลย งั้นเราเดินช้าๆหน่อยละกัน
จนเดินมาต่อรถและคิดว่าเขาคงเดินตามไม่ทันเราหรอก สรุปคนสุดท้ายที่ขึ้นรถมาก็คือ เขานั่นเอง แผนเดินอ้อยได้ผลเว้ย “นี่เรากลับบ้านรถคันเดียวกันอีกแล้วอ่ะ”

แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าหน่อย ด้วยความที่บ้านเราถึงก่อน เราเลยต้องลงรถก่อนพอจ่ายเงินเรียบร้อย เราสองคนต่างคนก็ต่างแอบมองกันแบบแวบๆ 555 โมเม้นนี้มันตลกดีจัง และมันแปลว่าเราจำกันได้แล้วนะ
.
.
บังเอิญที่ 4
เศษวินาทีก็สำคัญ
วันนี้ก่อนไปฝึกงาน เราข้ามไปหาของกินในซอยตรงข้ามจุดที่รอรถประจำ แต่ไม่มีอะไรให้กินเลย เลยข้ามกลับมาโบกรถไป bts และใช่ครับเดาไม่ยากเราเจอกันอีกแล้ว ผู้ชายที่นั่งหันหลังชนกับคนขับคือเขา ส่วนเราที่นั่งเบาะข้างเข่าแทบชนกับเขาก็ได้แต่คีพลุค ไม่กล้าสบตา บังเอิญครั้งนี้มันเกินไปป่ะวะ

การเจอกันบนรถสาธารณะที่แล่นผ่านถนนเส้นนี้ในเวลานี้มีตั้งเกือบสิบคัน แต่ดันบังเอิญได้มาเจอกันได้มันจะไม่ดูพิเศษใส่ไข่มากกว่าปกติได้ไง หากเราคลาดกันแค่วินาทีเดียว ถ้าออกจากบ้านสายกว่านี้ ถ้าข้ามถนนช้ากว่านี้สักสองก้าว เราคงโบกรถคันนี้ไม่ทันและไม่ได้เจอกันแน่ๆ

อยากรู้จริงๆว่าเขาไปลงสถานีไหนนะ ระหว่างที่กำลังเดินตามเขาเงียบๆไปขึ้น bts เรารู้แหละที่เขาหันมองข้างทางบ่อยๆที่จริงแล้วสายตาเขามันมาทางข้างหลังต่างหาก วันนี้บัตรตังหมดอีกแล้ว แผนสะกดรอยตามงวดนี้ fail เพราะต้องมาต่อแถวเติมเงินแทนอีกแล้ว
ครั้งแรกคือความบังเอิญ ครั้งต่อมาคือความตั้งใจทั้งนั้นแหละ เป็นประโยคที่โผล่ขึ้นมาในหัว เมื่อเริ่มรู้สึกตัวว่า ไม่อยากให้เป็นแค่ความบังเอิญปกติอ่ะ บ้านเราคงจะอยู่ระแวกเดียวกัน แต่ทำไมเราเพิ่งจะเจอกันนะ แถมเจอกันบ่อยขึ้นๆ จนตอนนี้ก็อยากเจออีก จนอยากให้เจอกันเป็นประจำ
.
.
บังเอิญที่ 5
เหมือนจะตั้งใจแต่ก็บังเอิญ
บังเอิญครั้งนี้มีความตั้งใจปะปนอยู่ในตอนแรกแต่ก็ผิดแผน ด้วยการตั้งใจจะออกจากบ้านเวลาเดิม แต่สุดท้ายได้ออกจากบ้านสายไปสิบนาทีจากเมื่อวาน ในใจก็แอบคิดว่า “เมื่อวานเจอกันไปแล้ว ถ้าวันนี้ออกสายขนาดนี้ ถ้าได้เจออีกก็เว่อร์แล้ว”
ตามคาดวันนี้ขึ้นรถไปก็ไม่เจอจริงๆด้วย แฮะ นั่งมาได้ไม่นานรถกระป๋องคันหลังก็แซงมาตีคู่ มาถึงตรงนี้คงต้องถามว่าใครมันปล่อยคิวเนี่ย! วันนี้ไม่ได้นั่งคันเดียวกัน ยังจะมาเจอกันกลางทางอีก

เราทั้งคู่ถึง bts พร้อมกันด้วยรถคนละคัน พอลงมาเจอหน้าเขา ไม่นะ..วันนี้มือสั่นอ่ะ ทำตัวไม่ถูกไม่กล้าหันไปมอง ปล่อยให้เขาอยู่ข้างหลังและตั้งหน้าตั้งตาเดินอย่างเดียว สุดท้ายพอถึงชานชลาเขาก็หายไปไหนแล้วไม่รู้

เราไม่ได้รู้สึกตึกตักแบบนี้มาเป็นปีแล้วอ่ะ
จริงๆแล้วเรากับเขาก็แค่คนที่ใช้เส้นทางเดียวกัน
ออกจากบ้านและกลับบ้านในเวลาประมาณเดียวกัน
การเจอกันบ่อยคงไม่แปลกหรอก
เป็นเพียงเพราะความประทับใจแรกต่างหากที่ทำให้ดีใจที่ได้เจอเขาในครั้งต่อๆมา โดยไม่สนใจด้วยว่าเขาอยากจะเจอเรามั้ย555
เอาเป็นว่าครั้งนี้ไม่อยากห้ามตัวเองเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว


อีกสองอาทิตย์ก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว เราจะได้เจอกันอีกมั้ยนะ.
.
เจอกันครั้งที่ 6
ไม่ต้องเรียกว่าบังเอิญมันแล้ว

พูดจริงๆว่าอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ฟีลแบบ ฉันมารอพี่ที่ชานชลาทุกวันเลย555 แอบมองหาไปเรื่อยหวังว่าจะเจอแต่ก็ไม่เจอ จนครั้งนี้ตอนที่ตัวอยู่ใน bts ประตูปิดลง แต่มองออกไป อ้าว..เจอเฉยเลยพ่อคุณ

พอถึงตรงนี้ก็แอบคิดนะ วันนี้ถึงเขาไม่เห็นเรา แต่เขาจะรู้สึกยังไงเวลาเจอเรา จะแปลกใจเหมือนกันมั้ย หรืออยากเจอกันรึป่าว ทุกครั้งเวลาเจอไม่กล้าที่จะมองเธอเยอะเลยอ่ะกลัวจะดูคุกคามเกินไป ถึงบางทีเราจะรู้ตัวว่าเธอก็แอบมองเราแวบๆเหมือนกัน

พักหลังพอได้เจอกัน เราจะพยายามบอกตัวเองว่า ถ้านี่คือครั้งสุดท้ายก็ต้องไม่เสียใจนะ และถ้าเราจะได้เจอกันจริงๆ ยังไงมันก็ต้องได้เจออีก
.
.
เจอกันครั้งที่ 7
วันนี้เที่ยวเดินทางในบัตรหมดอีกแล้ว คิดเล่นๆว่าเที่ยวหมดแบบนี้สงสัยคงได้เจอเขาอีกแน่ๆ...นี่คือคิดเล่นๆนะ
พอกระโดดลงรถมา ผู้ชายที่เดินข้างหน้า เสื้อยืด ผ้าใบ กระเป๋าคาดอกแบบนี้ ใช่เลย เซ้นเราแรงใช้ได้เลยว่ะ
ตลอดเวลาที่เดินอยู่ข้างหลังเขาอาการตื่นเต้นก็เริ่มมา งวดนี้ขอไม่แวะซื้อเที่ยวแล้วจ้า ติ๊ดบัตรเข้าไปเล้ย พอเดินเข้าประตูไปแล้วเขาค่อยหันมาเห็นกัน “วันนี้ได้ขึ้นขบวนเดียวกันสักทีเว้ย” เราต่างคนต่างหยุดรอในที่ประจำของตัวเอง ที่ห่างกันสองสามแถวนั่นแหละ ได้เจอแค่นี้ก็พอใจและ :)
ถึงเวลาต้องเปลี่ยนขบวน เธอที่เดินออกจากประตูข้างๆ ส่วนเราก็ต้องผ่าฝูงคนเพื่อไปอีกฝั่ง มีแค่เสี้ยววินาทีที่เราได้เจอกันอีกครั้ง (และขอหลงตัวเองหน่อย ว่าเธอก็มองเราอีกแล้ว) และเสี้ยวนาทีนั้นที่ไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย 
ถ้าเป็นไปได้ หลังจากเดือนนี้ไป อยากขอให้เราได้เจอกันครั้งที่8 ที่9 ไปเรื่อยๆ ในที่ไหนก็ได้สักที่นึง 
.
.
ไว้เจอกันใหม่นะ



SHARE

Comments