มิตรภาพ-ของขวัญ-ล้ำค่า-หายาก(จึงต้องรักษา)
ดุ๊กดิ๊กกับดีโด้ เป็นชื่อเพื่อนเราเอง
แต่ในพจนานุกรมของแม่คือลูกชาย-ลูกสาว
เราเจอกันในวันหนึ่งซึ่งเราเพิ่งจะอายุ17 ไม่ถึงวัน ส่วนเพื่อนทั้งสองน่าจะลืมตาดูโลกได้ยังไม่ถึงสองเดือนดี
เรางัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกถึงขนนุ่มปุยดิ้นเบาๆอยู่ข้างตัว เจ้าสี่ขา2ตัวหลับปุ๋ยด้วยท่าเอาคางเกยขาเรา ขนนุ่มปุยขาวสลับดำคล้ายลูกวัว ตัวใหญ่กว่าฝ่ามือหน่อยเดียว
"ตกหลุมรัก" ตั้งแต่ยังไม่เคยคุยกัน (และยังไม่รู้ฤทธิ์ความซน) ถ้าคุณเคยรู้สึกแบบนั้นกับใครซักครั้ง คุณคงเข้าใจ
เราพาตัวเองในปีที่17 เดินทางบนถนนสายชีวิต
เราโตมาพร้อมกัน แม้ว่าด้วยกายภาพจะพูดไม่ได้
แต่ขนนุ่มๆ ขาหน้า2ข้าง และยิ้มแบบยิงเขี้ยวก็พร้อมโอบรับเราเสมอ
ทุกเช้าก่อนไปเรียนจะมานั่งรอรถรับส่งเป็นเพื่อน
ส่วนตอนเย็นก็นั่ง(นอน)รอจนกว่าเรากลับแล้ววิ่งเข้าบ้านพร้อมกัน
แบบนี้ทุกวัน
ทุกครั้งที่เราจำเป็นต้องร้องให้ ทุกครั้งที่เราว้าวุ่นหวั่นไหว เราแค่นั่งข้างๆมัน กอดคอพร่ำบ่นให้ฟัง ไม่มีเสียงใดตอบมา เจ้าสี่ขามีแต่หน้าแหลมๆยิ้มยิงฟันกว้าง แล้วหันหน้ามาเลียหน้าเรา แค่เท่านั้น
แต่เป็นแค่นั้น ที่ช่วยให้เราหัวเราะออกมาได้
ในยามดีใจเราวิ่งเล่นด้วยกันที่สวนครัวของแม่. สนุกสนานจนกว่าจะถูกดุไปด้วยกันเพราะทำผักในแปลงของแม่เละเทะ ฮ่าๆ
มากกว่าเพื่อน ดิ๊กกับโด้ เป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา
เป็นลูกของแม่ เป็นน้อง เป็นมิตรภาพแสนบริสุทธิ์ที่ในชีวิตนี้เรายังไม่รู้จะเจอได้ที่ไหนอีกในโลกสีน้ำเงินกว้างใหญ่ใบนี้

มิตรภาพระหว่างพวกเรา ทำให้ยิ้มกว้างทุกทีที่เราเปิดลิ้นชักความทรงจำ
แม้เมื่อออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ดิ๊กจะจากเราไปได้ เกือบ 5 ปีแล้ว ส่วนดีโด้ก็ไม่มีทางที่จะกลับมาอยู่กับเราได้อีก
เรารู้ดีว่าชีวิตไม่แน่นอนและแสนจะสั้น ทั้งยังไม่มีทางเลือกให้เรียกร้องได้มากนัก
แต่ทุกครั้ง เราเตือนตัวเองเสมอ สำหรับ"มิตรภาพ" เมื่อพบเจอแล้ว จงรักษาและทะนุถนอม
เพราะนี่คือสิ่งหายากและล้ำค่าเกินกว่าจะเสียไปได้

ขอบคุณมิตรภาพจากมิตรทุกท่านที่ผ่านมามอบให้ ทั้งผู้ที่ยังอยู่ด้วยกันหรือผ่านออกไปแล้ว 
แต่เราขอเก็บรักษามิตรภาพที่มอบให้มาด้วยใจ ในลิ้นชักของความทรงจำ.
<3
25.9.18
SHARE
Written in this book
WritetoLive
Story,Experiences,Life

Comments