ความเชื่อของผีตายทั้งกลม “ปอนติอานัก” (Pontianak) ในแถบมลายู
ตอนที่ 1.รังสุรี หรือ รังซุย (Langsuir) ปอนติอานักแห่งมาเลเซีย


   หากประเทศไทย มีตำนานกล่าวขานตราบจนปัจจุบันของ “ผีตายทั้งกลม” แล้วล่ะก็!...ความน่าสะพรึง จนขนหัวลุกนี้ ก็คงจะคล้าย กับเรื่องเล่าขานถึงผีในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงในแถบมาลายู ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย , มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ซึ่งจะมีผีตายทั้งกลมให้กล่าวขวัญถึงเช่นกัน”

...ที่สำคัญผีตายทั้งกลมในแดนมาลายูนั้น มีความเฮี้ยนและอาฆาตแค้นอย่างรุนแรง!...

“เพราะไม่ว่าจะเป็นประเทศใด ขึ้นชื่อว่า “ผีตายทั้งกลม” เรื่องราว “ความเฮี้ยน” คือสิ่งที่ผู้คนคงขนพองสยองเกล้า!”

“ปอนติอานัก คือ ผีตายทั้งกลมซึ่งหัวใจถูกกัดกร่อนไปด้วยแรงแค้นจากการที่เป็นผู้ถูกกระทำย่ำยีทั้งกายทั้งๆ ที่มีลูกอ่อนอยู่ในครรภ์!”

...และหลังจากความตายมันกลับมาจากนรก กลายเป็น “ผีดิบผูกอาฆาต!” เป็นตำนานอาถรรพ์ของกลิ่นคาวเลือดและความตายที่กระจายครอบคลุม “คาบสมุทรมลายู” หรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สืบทอดมายาวนาน...

ประชากรหลากประเทศในแถบนี้ จึงมีความเชื่อในเรื่อง ปอนติอานัก เหมือนกันแต่เรียกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่น “กุนติลาอานัก (Kuntilanak)” , “มาติอานัก (Matianak)” , “โบเอ็นติอานัก (Boentianak)” ในมาเลเซียมันคือ “กุนติ (Kunti)” และ “รังสุรีหรือ รังซุย" (Langsuir)”

...ซึ่งในอินโดนีเซียมันคือผีที่คนทั้งประเทศรู้จักเป็นอันดับหนึ่ง!...แต่ไม่ว่ามันจะมีชื่อใดและใครจะรู้จัก ผู้คนในแถบนี้ส่วนใหญ่เชื่อว่า

“มันมีตัวตนจริงๆ! และมักจะ “บิน” ให้เห็นอยู่เสมอ!”

            -------------------

ตอนที่ 1. รังสุรี หรือ รังซุย (Langsuir) ปอนติอานักแห่งมาเลเซีย

ชาวมาเลเซีย เชื่อว่า รังสุรี คือหญิงสาวสวยซึ่งล้นไปด้วยเสน่ห์ผู้กำลังตั้งครรภ์ แต่โชคร้ายที่เธอติดเชื้อโรคร้ายที่เรียกว่า “เมโรยัน (meroyan)” จึงแพร่เชื้อสยองไปถึงทารก นำไปสู่ความเจ็บป่วยและทรมานกับโรคร้ายนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่แล้วในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนั้นก็คือช่วงเวลาของการคลอดบุตร...เธอจะทนความเจ็บปวดไม่ได้อีกต่อไป

“หญิงผู้เป็นแม่จะกรีดร้องโดยหวนด้วยความทรมานครั้งแล้วครั้งเล่า เหงื่อมากมายผุดออกจากทุกส่วนของร่างกาย ดวงตากลมใหญ่และคมเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงมาเลเซีย
จะกลายเป็น “ดวงตาสีเลือดที่เบิกโพรง โดยมีเลือดสีแดงกระจายตัวไปทั่วพื้นที่ของดวงตาที่เคยเป็นสีขาว”

เพราะเส้นเลือดฝอยในดวงตาถูกทำลาย กลายเป็นความสยดสยองอยู่บนใบหน้าบิดเบี้ยวแสดงออกถึงความเจ็บปวด...ขณะเดียวกันทารกในครรภ์พยายามหาทางรอดของชีวิต ด้วยมือน้อยๆ ดันออกมาจากท้องแม่จนเห็นเป็นรอยมือเล็กๆ โป่งพองอยู่ที่ท้องของคนเป็นแม่อย่างน่าสยดสยองปนสังเวช”

... เธอจะสะบัดศีรษะอย่างทุรนทุรายและรุนแรง จนน้ำลายและเหงื่อสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว
... มือข้างหนึ่งไขว่ขว้าชีวิต เพื่อหมายรับอากาศซึ่งมีอยู่โดยรอบแต่ไม่พอสำหรับการหายใจ ส่วนอีกข้างจับคอตัวเองด้วยความทรมาน...สุดท้ายดวงตาเบิกโพลง ลมหายใจค่อยๆ ขาดห้วง และร่างกายไม่ไหวติง...

“ตายตกกันไปทั้งแม่ทั้งลูก!”

เป็นจุดจบสยอดสยอง เพื่อที่จะเริ่มต้นเป็นผีร้ายรังสุรี ปอนติอานัก ที่ชาวมาเลเซียเรียกว่า “รังสุรี!”

..แต่แล้ว นางจะกลับมาอีกครั้ง!...

“ด้วยการกลาย จะเป็นผีตายทั้งกลมซึ่งคงรูปร่างของหญิงงามอยู่ตลอดเวลา และไม่สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นผีอันน่าสะพรึงกลัวได้...แต่ความงามนั้น กลับซ่อนความอำมหิตและโหดร้าย ด้วยวิธีการสะกดจิต คนที่ตกเป็นเหยื่อให้อยู่นิ่งอย่างเลื่อนลอย เพื่อที่มันจะดูดเลือดภายในร่างอย่างช้าๆ จนเหยื่อถึงแก่ความตาย

...นี่คือเรื่องราวการก่อเกิดรังสุรี แต่ความจริงแล้วยังมีความเชื่อเกี่ยวกับผีตนนี้ แตกต่างและแยกย่อยลงไปในแต่ละท้องถิ่นซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศมาเลเซีย โดยส่วนใหญ่จะเล่าต่อๆ กันมาว่า

“รังสุรี มีรูปลักษณ์ที่น่ากลัว ดุร้าย คลั่งแค้น มันมีดวงตาสีแดงเพลิง กรงเล็บแหลมคมสกปรก ผมยาวกระเซอะกระเซิง สวมใส่แต่ชุดผ้าสีขาวและสีเขียวตลอดเวลา มีใบหน้าเน่าเฟะ มีเคี้ยวโง้งยาว”

รูปร่างลักษณะที่น่าเกลียดน่ากลัวของผีชนิดนี่ มักจะถูกนำมาเล่าต่อๆ กัน โดยบุคคลที่อ้างว่าเคยได้เห็นผีชนิดนี้มาแล้ว อย่างเพื่อนของผมที่มีบ้านอยู่ในปาดังเบซาร์ บอกว่า

“ต้นกำเนิดของรังสุรีนั้น แท้จริงแล้วคือร่างของนกฮูกยามค่ำคืน ซึ่งเป็นผู้หญิงสวย ที่ตายด้วยความตกใจจากเสียงร้องยามแรกเกิดของทารกของตัวเอง" ที่คลอดออกมาเป็นปอนติอานัก!”

แต่สำหรับเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรนั้น ได้ปรากฏผ่านการบันทึกของ “เซอร์ วิลเลียม แม็คเวล (William Maxwell)” นักเขียนชาวอังกฤษเอาไว้ว่า

“ในประเทศมาเลเซีย มีความเชื่อที่ว่า หากผู้หญิงคนใดที่ตายขณะให้กำเนิดบุตร หรือเสียชีวิตภายใน 40 วันหลังจากการคลอดบุตร อันเนื่องมาจากการขาดการดูแลสุขภาพอณามัยที่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในกระแสโลหิต หรือเกิดการอักเสบเรื้อรัง รวมถึงการได้รับเชื้อบาดทะยัก...นางจะกลายเป็นผีร้ายนาม “รังสุรี” สามารถบินได้ในท้องฟ้า

...ในขณะที่ชาวบ้านในท้องถิ่นอื่นๆ ยังคงมีความเชื่อที่แตกต่างออกไปว่า รังสุรี นั้นคือ “นางขาว” หรือ “บานชี” อันเป็นผีผู้หญิงที่ร้องคร่ำครวญ เวลาที่ใครคนใดคนหนึ่งในบ้านกำลังจะเสียชีวิต!

...ดังนั้นหากจะป้องกันหญิงที่ตายจากการคลอดบุตรเป็นผีชนิดนี้ ชาวบ้านมีความเชื่อว่า ต้องใส่ลูกปัดแก้วเข้าไปในปากของหญิงผู้ตาย และวางไข่ไก่ ไว้ใต้รักแร้ทั้งสองข้าง และนำเข็มหลายเล่มใส่ไว้ในอุ้งมือทั้งสอง

ซึ่งเป็นความเชื่อที่หากเผื่อว่า หญิงผู้ตายได้ฟื้นขึ้นมาเป็นผีก็จะไม่กลายเป็นผีรังสุรี เพราะไม่สามารถกรีดร้องได้เพราะมีลูกปัดแก้วอยู่ในปาก ขยับแขนเหมือนปีกไม่ได้เพราะเกะกะไข่ไก่ และประการสุดท้าย เข็มในอุ้งมือทั้งสองจะทิ่มตำจนใช้บินไม่ได้!”

..........

วิธีสังเกตและจัดการกับรังสุรี!

มีความเชื่อทางพื้นบ้านของชาวมาเลเซีย กล่าวว่ารังสุรีเมื่อกลายร่างเป็นหญิงธรรมดา อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน มีสามี มีลูกเป็นคนธรรมดาเยี่ยงหญิงชาวบ้านทั่วไป

“แต่มันจะกลัวเสียงตกใจ!”

ดังนั้นหากต้องการที่จะพิจารณาว่าหญิงคนใดในหมู่บ้าน คือผีตายทั้งกลมในรูปแบบนี้

“จงทำเสียงดัง หรือปรบมือตอนที่ นางคนนั้นเผลอ!”

เพราะเมื่อได้ยินเสียงที่น่ากลัว นางจะบินขึ้นไปเหนือยอดไม้ ซึ่งชาวบ้านสามารถสังเกตได้จากชุดผ้านุ่งสีเขียวของนาง !

หรืออีกหนึ่งวิธี คือพานางเข้าร่วมสังสรรค์เต้นรำ ท่ามกลางแสงจันทร์เต็มดวงในงานรื่นเริงประจำหมู่บ้าน ซึ่งนางจะกลับคืนสู่รูปลักษณ์ของผีดังเดิม และหายลับเข้าไปในป่าเพื่ออำพรางตนเอง จนกว่าจะหมดอำนาจของแสงจันทร์

“สำหรับลักษณะทางกายภาพนั้น รังสุรีจะมีรูไม่ใหญ่นักตรงบริเวณท้ายทอย ซึ่งนางมักใช้ผมยาวที่รุงรังปกปิดไว้ ไม่ให้ผู้คนเห็น
แต่เวลาที่ดูดเลือดเหยื่อ รูนั้นจะเผยให้เห็นอย่างชัดเจน โดยจะมีท่อคล้ายลิ้นยาวๆ พุ่งออกมาออกมาเพื่อใช้ดูดเลือดเหยื่อ!
แต่หากต้องการจะจับผีรังสุรี จงพยามตัดเล็บและผม ของนาง และยัดลงไปที่รูตรงคอ หรือ ใช้เหล็กและไม้ที่เรียวแหลมจิ้มลงไปในรู จะทำให้นางสิ้นแรง หมดฤทธิ์ กลายร่างเป็นหญิงธรรมดาต่อไปได้หลายปี!”

นี่คือเรื่องราวของ รังสุรี และ ปอนติอานัก ในมาเลเซียมีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไป โดยสรุปเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างง่ายๆ คือ
- บ้างก็พิจารณาว่า รังสุรี คือ ปอนติอานัก ในรูปแบบมาเลซีย
- บ้างก็ว่า ปอนติอานัก คือลูกของผู้หญิงที่เสียชีวิต จนตนเองกลายเป็นรังสุรี
- ที่ร้ายกว่านั้นคือการกล่าวว่า รังสุรี คือหญิงสาวที่คลอดออกมาเป็น ปอนติอานัก จนเธอตกใจตายและกลายเป็น รังสุรี!”

...จึงจะเห็นว่าชาวมาเลเซีย นั้น มีความเชื่อในเรื่องภูตผีกันอย่างจริงจัง อันเป็นความแตกต่างจากวิถีของชาวมุสลิมทั่งไป เหมือนดังที่คนไทยนับถือศาสนาพุทธ แต่ยังกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่ใช่พระพุทธองค์ แต่เป็นภูตผี เจ้าที่เจ้าทาง หรือวิญญาณต่างๆ

ซึ่งในมาเลเซียจนเคยเป็นข่าวอื้อฉาวที่เคยเกิดขึ้นในปี 2550 เมื่อนายราอิส ยาติม รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของมาเลเซีย เสนอปิดนิทรรศการยอดนิยม เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อชาวมาเลเซีย หรือการพัฒนาประเทศ! แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องราวทางศาสนามากว่า เพราะหลักปฏิบัติของชาวมุสลิมนั้น ห้ามกล่าวถึงชีวิตหลังความตาย”

นิทรรศการดังกล่าว จัดขึ้นโดยพิพิธภัณฑ์ในรัฐ “เนเกรีเซมบิลัน” ทางตอนกลางของมาเลเซีย นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับผี สิ่งเหนือธรรมชาติที่มักเล่าขานกันในตำนาน และนิทานพื้นบ้านของประเทศ แต่ความคิดของ นายราอิส กลับสวนทางกับประชาชนชาวมาเลเซีย เพราะประชาชน 200,000 กว่าคนสนใจเข้าชม โดยเฉพาะในส่วนนิทรรศการจัดแสดงซากผี ราว 100 ชิ้น!

โดยหลายๆ ชิ้นอ้างว่าเป็นซากของ ปอนติอานักและ รังสุรี! ซึ่งการจัดแสดงนั้น นายราอิสแสดงความไม่พอใจว่า รัฐบาลไม่เห็นด้วย เนื่องจากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าผีมีจริง แต่ผู้จัดอ้างว่าต้องการชี้ให้เห็นถึงความน่ากลัวของผี ไม่ได้คิดที่จะล่อลวงชาวมุสลิมให้ออกจากความศรัทธา!

...ดังนั้นขนาดเพียงแค่ มาเลเซียประเทศเดียว ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับภูติปีผี โดยเฉพาะปอนติอานัก ที่แตกต่างกันออกไป แล้วประเทศอื่นๆ ในคาบสมุทรมาลายูนั้น ความเชื่อของพวกเขาที่มีต่อปอนติอานัก จะเป็นอย่างไร?
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments