ถึงคุณ ที่เราอาจจะไม่รู้จักกันอีก
"ซู่ ซู่~"

       เสียงของเนื้อแองกัสออสเตรเลียถูกวางลงในกระทะร้อนที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเนย ฉันนั่งมองสีของเลือดสีแดงเฉดเดียวกับลิปสติกที่คนอื่นชอบใช้ค่อยๆซึมออกมาเมื่อความร้อนเริ่มส่งผ่านเข้าไปยังผิวของเนื้อ สลับกับมองคุณที่คอยพลิกมันอยู่สลับกับเนื้อสัตว์ชิ้นอื่นๆราวกับไม่ต้องการให้มีของไหม้แม้แต่ชิ้นเดียวบนกระทะใบนี้

จะว่าไปคุณตอนที่ตั้งใจทำอะไรก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน

"อะ กินเยอะๆนะ จะได้โตไวไว"
       คุณพูดพลางคีบกุ้งตัวที่สุกตัวแล้วตัวเล่าเข้าจานของฉัน เพียงแค่ฉันพูดว่าอยากกินกุ้งทำไมมันมาจบที่ร้านหมูกระทะได้กันนะ

       "ไม่ต้องคีบให้ขนาดนั้นก็ได้มั้ง กินบ้างเถอะ"

       ฉันพูดพร้อมกับคีบกุ้งให้เขาบ้าง แต่เขากลับคีบกุ้งตัวนั้นมาวางบนจานของฉันแทน

       "ก็พูดว่าอยากกินกุ้งนี่นา ก็กินไปสิ"

       นั่นสินะ เขาที่ตามใจฉันมาตลอด ฉันจะเรียกเขามาเมื่อไหร่ก็ได้ จะดึกแค่ไหนก็พร้อมจะตื่นมารับฉันกลับบ้านเสมอ ใจนึงก็เกรงใจแต่อีกใจนึงก็รู้สึกดีเหมือนกัน

       เขาที่ยังเป็นคนเดิมเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่
       เขาที่เป็นของคนอื่น
       และฉันเท่านั้นที่รู้ดี

       ท่ามกลางเสียงฝนตกดังสนั่น เรานอนกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา หลังจากบทเพลงรักหนึ่งบทเพลงถูกบรรเลงจบลง เราก็ยังคงนอนกอดกันเหมือนเดิม

       ฉันที่เต็มไปด้วยคำถาม คำถามที่ไม่กล้าจะเอ่ยออกไป ไม่รู้เพราะว่ากลัวคำตอบหรือเพราะว่าคำถามนั้นอาจจะทำให้อะไรเปลี่ยนไป

       ฉันขยับตัวออกเพราะกลัวเขาจะนอนหลับไม่สบาย คนที่ต้องตื่นเช้าแบบเขาควรที่จะได้พักผ่อนเยอะๆนี่นา

"ไม่ต้องขยับตัวออกก็ได้ ถึงคุณไม่กอดผมผมก็ไปกอดคุณอยู่ดี"
       เขาพูดพลางกระชับกอดฉันเข้าไปให้ใกล้เขามากยิ่งขึ้น ใกล้จนฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะ ใกล้จนลมหายใจของเราสองคนรินรดกัน

      ฉันไม่อยากจะนิยามความสัมพันธ์นี้เพราะว่าฉันไม่รู้ว่าจะใช้คำใดมานิยามให้มันเหมาะสมกับสิ่งที่เราเป็นตอนนี้

       เราไม่ได้รักกัน เขาไม่เคยบอกรักฉัน ฉันก็ไม่เคยบอกรักเขา และที่สำคัญ เขามีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว
ผู้หญิงคนนั้นที่ฉันไม่รู้ว่าเธอจะผู้โชคดีหรือโชคร้ายในความสัมพันธ์แบบนี้

       ความสัมพันธ์ทางกายที่ไม่มีผลทางจิตใจของเราก็ยังคงดำเนินต่อไป วนเวียนวนใหม่ กลับไปกลับมา ใช่สิ่งที่เรียกว่า 'Friend With Benefits' หรือเปล่านะ

       ฉันนอนครุ่นคิดในอ้อมกอดเขาจนผล็อยหลับไป รู้ตัวอีกทีเสียงนาฬิกาปลุกเจ้ากรรมก็ทำงานอีกแล้ว

       ผ่านไปอีกหนึ่งคืนที่เต็มไปด้วยคำถาม คำถามมากมายที่ฉันก็หวังให้เขาจะเอ่ยปากถามมันออกมาบ้าง

หรือการที่ทั้งสองฝ่ายยังมองว่าไม่เป็นไร ก็อาจจะไม่มีคำถามใดใดที่ถูกเอ่ยออกมาเลย

       เสียงเขาอู้อี้เมื่อพยายามจะเอื้อมตัวไปปิดนาฬิกาปลุก เขากดเลื่อนเวลาออกไปอีก 15 นาทีเหมือนที่ทำทุกวันแล้วกลับมานอนเหมือนเดิม

       ฉันขยับตัว เอาขาข้างหนึ่งพาดก่ายกับตัวเขา กระชับตัวฉันให้ใกล้เขามากยิ่งขึ้น

       ใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเมื่อนึกถึงผู้หญิงอีกคน ฉันไม่เคยคิดที่จะแย่งเขาไปจากเธอหรอก เธอที่เขาบูชาเหนือสิ่งอื่นใด ฉันที่รับรู้เรื่องราวการคบๆเลิกๆของพวกเขามาตลอด ไม่ว่าจะจบกันกี่รอบ เขาและเธอก็กลับไปหากันอยู่ดี

       "เป็นอะไรเนี่ย"

       เขาสงสัย ฉันไม่ค่อยเข้าไปหาเขาตรงๆเท่าไหร่ ปกติจะเป็นเขาที่ขยับตัวเข้ามาหาฉันมากกว่า

       "เปล่า ก็แค่กอดหมอนข้างเฉยๆ"

       ฉันหัวเราะคิกคัก สีหน้าเขาฉงนสงสัยขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของฉัน เขาบอกว่าฉันหัวเราะเมื่ออยู่กับเขามาตลอด โดยเฉพาะเมื่อได้แกล้งเขา

       เขาคงจะไม่รู้ตัวว่าเป็นคนที่ได้ยินเสียงหัวเราะของฉันมากที่สุดเหนือกว่าใครๆ

       ใช่ ชีวิตมันไม่ได้มีความสุขอะไรขนาดนั้น และฉันก็ไม่เคยมองว่าจะมีสิ่งใดทำให้ชีวิตมันพิเศษขึ้นมาในขณะที่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองหลวงที่ไร้ความโรแมนติกแห่งนี้

       แต่ทุกครั้งที่ฉันหัวเราะออกไป มันก็ไม่เคยมีความเสแสร้งใดใดเลยเช่นกัน

       "ผมก็เป็นได้แค่หมอนข้างของคุณแหละ"
"แล้วคุณอยากเป็นอะไรล่ะ"
       ถามออกไปแล้ว ฉันกลั้นใจถามออกไป คำถามที่เก็บไว้ในใจฉันมานาน เผื่อใครจะสามารถนิยามสิ่งที่เราเป็นในตอนนี้ได้ ก่อนที่ฉันจะไม่สนใจว่ามันจะต้องนิยามเช่นไรอีกต่อไป

       "ผมก็เป็นอยากเป็นผมยังไงล่ะ"

เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ฉันไม่ขยั้นขยอถามคำถามใดใดออกไปอีก รู้ดีว่าคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรในคำตอบของเขาได้

       ถูกแล้ว คุณเป็นคุณ ฉันเป็นฉัน อย่างไรชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป บนเส้นทางของอนาคตที่ยังไม่มีใครทราบได้

       ฉันตัดสินใจนอนหลับต่อ จะเป็นอย่างไรก็ช่างมัน ฉันที่เป็นของตัวฉันเอง และฉันที่ตัดสินใจว่าจะไม่เอาใจไปให้คนแบบเขาอย่างแน่นอน

       เขาไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น และฉันไม่มีวันที่จะเป็นของเขา
       เมื่อถึงสักวันหนึ่ง เราจะกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน
       ด้วยรักและลาจาก.
SHARE
Writer
Chrine_
Full-time loser
Part-time photographer

Comments