[Two-shot] 君 (Kimi…) [Miu x Minju], Yujin [Last]




“นี่มินจู ฉันถามอะไรอย่างหนึ่งสิ...”

“คุณมิอุจะถามอะไรฉันเหรอคะ”

“เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะไม่รักฉันบ้างไหม...”

“ถามอะไรน่ะคะ ไม่ถามแบบนี้สิ”

“นั่นสินะ ถามอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่านะมินจู...ไม่มีวันไหนที่ฉันจะไม่รักเธอนะ” 

.

.

.

“นายท่าน ข้าน้อยมีเรื่องจะคุยด้วยเจ้าค่ะ” 
มิยุองครักษ์หญิงเลือกมาบอกกันในวันฝนตกวันหนึ่งของรอยต่อระหว่างฤดู

มิอุเป็นฝ่ายเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เหตุใดกันที่องครักษ์ประจำตัวมาแอบกระซิบอย่างมีลับลมคมนัย เสียงนั้นมาจากรอยแยกของหน้าต่างห้องนอน ในช่วงที่มินจูผู้เป็นดั่งเงาของเธอไม่อยู่ เพราะขอตัวไปอาบน้ำ

“เรื่องนี้นายหญิงรู้ไม่ได้หรือไงกัน ฮึ”

อดที่จะใส่อารมณ์ถามกลับไปไม่ได้ มิอุรู้ตัวดีกว่าถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย องครักษ์หญิงและชายผู้สืบทอดวิชามาจากสำนักนินจาแห่งบ้านเกิดย่อมไม่มีทางมารบกวนกันในยามวิกาลเช่นเวลานี้แน่ๆ

“ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน เพราะเป็นเรื่องความลับของนายหญิงที่นายท่านจำเป็นต้องรู้ด่วน”

“ความลับ ความลับอะไรกัน...” 

เธอถามกลับ พลางข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้เปิดหน้าต่างออกไปคว้าคอของคนในการปกครองมาตะคอกใส่

คนรักของเธอจะมีความลับอะไรกัน คนบ้านแตกสาแหรกขาด ไร้ญาติขาดมิตรเหลือตัวคนเดียวในโลกใบนี้ มีเพียงมิอุที่เป็นดั่งเชือกจากสวรรค์ให้ผู้หญิงที่น่าสงสารคนนั้นได้พึ่งพิงอาศัย

“ข้าน้อยทิ้งจดหมายชี้แจงรายละเอียดทุกอย่างที่ตามสืบร่วมกับทาเคะมาตลอดเอาไว้ให้ในห้องหนังสือแล้ว ข้าน้อยกับทาเคะขอเอาหัวเป็นประกันความจริงทุกอย่างที่เขียนเอาไว้ ไม่ใช่การใส่ความอันใดทั้งนั้น...”

องครักษ์หญิงราวกับจะอ่านใจเธอได้ คำท้ายย้ำเตือนให้มิอุรู้ว่าเรื่องที่ทั้งสองคนบอกไว้มันไม่ใช่เรื่องหลอกลวงอันใด สุดแล้วแต่ว่าหลังจากนี้ไปเธอเลือกจะเชื่อ หรือไม่เชื่อแล้วมีบทลงโทษใดที่จะเกิดขึ้นต่อไป เจ้าบ้านชิตาโอะก็ทำได้ทั้งนั้น รวมไปถึงเอาชีวิตบ่าวไพร่อย่างพวกเขาด้วย

.

.

.

คนรักของมิอุหลับไปแล้ว ส่วนมิอุกลับนอนลืมตาโพลงในความมืด ความกังวล ความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายก็เอาชนะเธอจนได้

มิอุค่อยๆเลื่อนตัวออกจากผ้าห่ม และค่อยเดินไปยังห้องหนังสือซึ่งอยู่ถัดไปอีกจากห้องทำงานทางตะวันตกของคฤหาสน์ ในชั้นบนสุดของตู้ที่สอง ในบางครั้งจะมีจดหมายหรือความลับทางการค้าที่องครักษ์จะนำมาให้มิอุเมื่อเธอสั่งการให้ใครสักคนไปจ้างคนไปสืบมาให้

พอหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลมาถือเอาไว้ เธอแค่มองซองจดหมายในมือก็สั่นเทาขึ้นมาแล้ว ดวงตาคมปลาบสั่นเทาขึ้นมาด้วยความหวั่นไหว มินจูมีความลับอันใดที่ต้องปิดบังเธอกัน หัวใจของเจ้าบ้านชิตาโอะคนนั้นมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นกันอย่างนั้นรึ 


หรือว่า....เรื่องในอดีตกันเล่า

 
ลงท้ายแล้วมิอุก็เปิดจดหมายออกอ่าน อาศัยเพียงแรงเทียนน้อยนิดที่ถือติดมาด้วยก็เท่านั้น

ตลอดเวลาที่ไล่สายตาไปตามข้อความในจดหมาย ทุกตัวอักษร ทุกรายละเอียดที่ปรากฏสู่สายตาแล่นตรงเข้าสมอง เจ้าบ้านแห่งชิตาโอะเป็นผู้มีความจำดีจนไม่ต้องทวนอะไรอ่านซ้ำ เธอไม่ลืมสักตัวอักษรที่ได้อ่านเข้าไป

ตลอดเวลานั้นเอง กระดาษก็ค่อยๆถูกห่อตัว จนกลายเป็นก้อนเพราะถูกขยำไปเรื่อยๆตามแรงนิ้วที่ขยำลงมา ลมหายใจที่กลั้นเอาไว้ตลอดเวลาที่อ่านจดหมายก็ถูกถอนออกมา พร้อมกับน้ำตาที่ไม่เคยมีใครได้เห็น น้ำตาของความเสียใจไหลออกมาจากดวงตา สิ่งที่ค่อยๆได้รับรู้มันทำร้ายหัวใจกันรุนแรงเกินไป

ตลอดเวลาที่ผ่านมาชิตาโอะ มิอุเป็นคนโง่มาตลอด คนโง่ที่ปล่อยให้ถูกสวมเขาโดยผู้หญิงที่รักหมดหัวใจ ผู้หญิงที่ปล่อยให้รวมเรียงเคียงหมอน ผู้หญิงที่เอ่ยคำว่ารักให้ได้ฟัง คนเดียวที่ได้รับมันกลับทรยศกัน ทำร้ายหัวใจกันได้ลงคอ

ตอนแรกมิอุเอาแต่บอกตัวเองว่าเนื้อความในนั้นเป็นเรื่องโกหก แต่พออ่านจบลงแล้ว เธอก็แค่หลอกตัวเองเท่านั้นว่า มันจะเป็นเพียงเรื่องลวงที่มิยุและทาเคะแสร้งปั้นเรื่องขึ้นมา เพราะรู้อยู่เต็มอก ว่าผลทุกอย่างในซองสีน้ำตาลซองนั้นไม่เคยเป็นเรื่องโกหกสักครั้ง

งานนี้ถ้าจะมีใครโกหกกัน ก็มีเพียงผู้หญิงแพศยานั่นคนเดียวเท่านั้น

.

.

.

วันต่อมามิอุแสร้งบอกคนรักว่าเธอต้องรีบไปธุระด่วนสามวัน ช่วงนี้ฝากดูแลงานชั่วคราวด้วย

“ตั้งสามวันเลยเหรอคะ จะไม่ให้ฉันไปด้วยแน่เหรอ นี่ครั้งแรกเลยนะคะที่คุณมิอุไม่ให้ฉันไปด้วย”

ถูกอย่างที่หล่อนว่า ถ้าต้องจากบ้านไปทำงานเกินสองวัน มินจูก็ต้องติดตามเธอไปทุกครั้ง ทั้งเรื่องงานและมิอุก็ไม่อยากจากมินจูไปนานนัก ด้วยความรักและห่วงนั่นเอง

“มันช่วยไม่ได้นี่นา ที่ที่จะไปไม่ค่อยสะดวกนักหรอก อาจต้องนอนกลางดินกินกลางทราย ฉันไม่อยากให้เธอไปลำบาก”

แน่ละว่ามิอุโกหกคำโต เธอเก่งที่พูดไปด้วย ทั้งยังมองตามินจูไปด้วยเฉกเช่นคนเดิมก่อนที่จะรู้ความจริง อาจเพราะมันเป็นทักษะชีวิตที่พ่อและปู่เคยฝึกฝนกันมา ให้สามารถมองเข้าไปในตาของศัตรูได้ ไม่ปล่อยให้ใครสงสัย

คิม มินจูจะกลายเป็นทั้งศัตรูและร่างไร้วิญญาณทันทีแน่ ถ้าแผนพิสูจน์ความจริงที่มิอุคิดเมื่อคืนนี้ทั้งคืนเป็นดั่งที่วางเอาไว้

เจ้าบ้านชิตาโอะเลือกจะยิ้มและโบกมือลาคนที่เดินมาส่งยังประตูหน้า ก่อนที่จะก้าวเข้าไปในรถม้า แสร้งว่าออกเดินทางไกล แต่แท้จริงแล้วจะยังไม่ไปไหนทั้งนั้น จะมีเพียงมิอุคนเดียวที่จะลอบเข้าไปซุ่มยังวัดร้าง ไม่ไกลจากคฤหาสน์ชิตาโอะนัก ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายของมินจูและชู้ของมัน ดั่งข้อความช่วงท้ายที่องครักษ์ทั้งสองได้บอกเอาไว้

สามเดือนมาแล้ว มินจูจะนัดหมายกับชู้นั่นผ่านจดหมายที่ลอบส่งผ่านเด็กสาวที่มาส่งเส้นโซบะให้กับคฤหาสน์ชิตาโอะ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำงานเดียวกันกับเจ้าชู้นั่น แลกกับเงินที่มินจูจะลอบให้เพื่อเป็นสินบน โดยจดหมายคือการนัดหมายเพื่อลอบมาพบกันทุกครั้งเมื่อมิอุต้องเดินทางไปเมืองข้างๆเดือนละสองถึงสามครั้ง เพื่อจัดการเรื่องงานแทนบิดาที่ป่วยจนเดินทางไกลไม่ได้ ด้วยมันเป็นการเดินทางแบบไปเช้าและเดินทางกลับในอีกวันถัดมา มินจูเลยไม่ได้ไปด้วยเพราะมิอุเห็นว่าเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆ ไม่ได้พบกันเพียงวันเดียวเธอยังไม่เดือดร้อนอะไรนัก

ดังนั้นมินจูไม่มีทางทิ้งโอกาสที่เธอไม่อยู่นี้ที่จะนัดลอบพบกับชู้คนนั้นแน่ๆ สิ่งที่มิอุต้องทำก็คือซุ่มรอเวลาอยู่ในป่าใกล้สถานที่นัดหมาย ซึ่งคาดคะเนดูแล้วว่าไม่น่าจะเกินพรุ่งนี้สองคนนั้นต้องไปพบกัน เพราะต้องให้จดหมายนัดเดินทางไปถึงเสียก่อน

“พวกเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”

มิอุเลือกที่จะถามระหว่างที่นั่งซุ่มกันอยู่ในความเงียบของป่า และทั้งสองก็มองหน้ากัน ก่อนที่มิยุจะเป็นฝ่ายเล่าออกมา

“สายของทาเคะเค้าเห็นว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งลอบมาแถวนี้บ่อย รูปร่างคลับคล้ายคลับคลานายหญิง แต่ว่าไม่เห็นหน้า เพราะหล่อนน่ะปิดบังใบหน้าเอาไว้ แล้วช่วงเวลาที่เห็นนั้นเป็นช่วงที่นายท่านไม่อยู่สองวันตลอดเลย....พวกเราเลยหารือกันว่าให้สายของทาเคะสะกดรอยตามผู้หญิงคนนั้นไปว่ามาทำอะไรที่นี่ และพบว่ารูปร่างหน้าตาหล่อนน่ะเหมือนกับนายหญิงไม่มีผิด คนที่มาพบกันเป็นสาวใช้ที่เพิ่งมาทำงานในร้านโซบะในหมู่บ้าน มันชื่ออัน ยูจิน เป็นคนเกาหลีที่อพยพตามพ่อและแม่มาหางานทำที่หมู่บ้าน สายเล่าว่าทั้งสองคนดูมีความสัมพันธ์กันไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท แต่ดูมากกว่านั้นจากอาการที่อยู่ด้วยกัน....”

เห็นชัดเลยว่าสายของทาเคะเล่ามาละเอียดกว่านั้น แต่มิยุละไปเสีย คงเพราะไม่อยากเห็นผู้เป็นนายเสียใจไปมากกว่านี้ เพราะแค่ฟัง ภายในหัวก็จินตนาการไปไหนต่อไหน เธอกัดกรามตัวเองจนขึ้นสัน มือจับท่อเหล็กของปืนลูกซองที่ติดตัวมาด้วย แน่นอนว่ามิอุไม่คิดจะนำมันมาด้วยเพื่อยิงสัตว์ป่า ป้องกันตัวเองอย่างเดียวหรอก

“พวกมันรู้จักกันมาก่อนหรือไงกัน...”

“เจ้าค่ะนายท่าน พอสายเล่าให้พวกเราฟัง ข้าน้อยกับทาเคะเลยไปสืบประวัติมันมาอีกครั้ง ครอบครัวของมันจะเดินทางมาพร้อมๆกันกับครอบครัวคิมของนายหญิง แต่แยกกันที่ท่าเรือชิโมะโนะเซกิ แล้วคิม มินจูก็ได้พบนายท่านเมื่อราวปีก่อน ส่วนครอบครัวอันที่ไม่ใช่พ่อค้าร่ำรวย เป็นแค่พ่อค้าขายเครื่องจักรสานที่ลงท้ายก็ตกอับมาขายแรงงานแถวชิโมะโนะเซกิ ส่วนเจ้าอัน ยูจินนั้นถูกฝากให้มาทำงานใช้หนี้ในร้านโซบะนั่นละเจ้าค่ะ”

ถ้าเป็นเช่นนั้น ทั้งมินจูและไอ้ชาติชั่วนั่นก็ต้องรู้จักกันมาก่อน นี่คงบังเอิญได้พบกันในร้านโซบะที่ว่านั้น เพราะมันเป็นร้านโปรดที่เธอและมินจูชอบแวะไปกินอาหารเที่ยงกันยามเข้าไปในเมือง

มันคงเป็นเด็กรับใช้สักคนที่มิอุไม่เคยสนใจ แต่กับคนรักของเธอ เจ้าเด็กรับใช้สกปรกนั่นคงเป็นคนที่พลัดพรากจากกันไปและได้มาพบกันอีกครั้ง

น้ำเน่าเหลือเกิน ลึกซึ้งเหลือแสน ช่างน่าจับใจไม่ต่างจากละครในเวทีอุปรากร แต่มิอุไม่คิดที่จะชื่นชมหรือประทับใจอะไรทั้งนั้น เวลานี้มิอุรู้สึกเหมือนกับว่าถูกหมิ่นศักดิ์ศรีถึงใต้จมูก อยากจะแค่ลั่นไก เอาชีวิตคนทั้งคู่ก็แค่นั้น

.

.

.

ล่วงเข้าช่วงเช้ามืด ทาเคะที่เป็นคนดูต้นทางให้ก็จัดแจงส่งข่าวผ่านนกพิราบสื่อสารมาให้ มิยุที่ซุ่มอยู่ด้วยกันก็แจ้งข้อความที่ว่าให้มิอุที่เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืนได้รู้

“นายหญิงกำลังเดินทางมาที่วัดแล้วค่ะ ส่วนอัน ยูจินที่เสร็จงานในร้านแล้วก็กำลังมาเช่นกัน”

มิอุถือกระบอกปืนที่ขัดและขึ้นลำเรียบร้อยแล้ว เดินไปยังที่ซ่อนในวัดร้าง ซึ่งเมื่อวานจัดแจงไปสำรวจมาเรียบร้อยว่าจะซุ่มที่ตรงไหน เจ้าบ้านชิตาโอะคิดอย่างคับแค้นใจ ว่าจะยังไม่ฆ่าทั้งสองคนทิ้งทันทีหรอก แต่แค่อยากมองให้เห็นกับตา ได้ยินกับหูเสียก่อน เธอจึงจะค่อยๆฆ่าพวกมันสองคนทิ้ง เอาแบบไม่ให้ต้องมาทรมานเพราะไม่อยากได้คำอ้อนวอนอะไรทั้งนั้นจากผู้หญิงแพศยากับไอ้ชู้ที่ไม่คิดเกรงกลัวอะไร ไม่เรียนรู้ความเป็นจริงของโลกใบนี้ กล้าเข้ามายุ่ง มาแตะต้องสมบัติของเจ้าบ้านชิตาโอะ มันไม่บ้าก็เสียสติไปแล้วแน่ๆ

.

.

.

มิอุจำความรู้สึกที่ปีบท่อเหล็กของปืนลูกซองจนเจ็บมือ 
ใช่ มันเจ็บมากแต่ก็ไม่เท่าเจ็บหัวใจที่กำลังแหลกสลายอยู่ในตอนนี้ ตอนแรกนึกว่าจะมีแต่ความโกรธอย่างเดียว แต่ความเสียใจที่ถูกความรักหักหลังมันช่างลงทัณฑ์หัวใจให้แหลกเป็นเสี่ยงๆ

ภาพของคนสองคนที่ดูรักกันนักหนา ทั้งกอด ทั้งจูบ แทบจะกลายเป็นคนเดียวกันไปแล้ว

แม้ส่วนใหญ่มิอุจะฟังไม่ออกว่าทั้งสองคนพูดว่าอะไร แค่คำบางคำอย่างคำบอกว่ารักและคิดถึงที่ออกจากปากของมินจูมันดูลึกซึ้ง มันฟังดูแล้วมีความหมายมากกว่าคำรักที่นานๆเจ้าหล่อนจะพูดให้ฟังสักครั้ง

อ้อมกอดที่โผเข้าหา มันก็ต่างกับยามที่อยู่กันตามลำพัง ที่มินจูไม่เคยมอบให้เลยสักครั้ง มีแต่มิอุที่เริ่มต้นก่อน ความรักใคร่ที่ฉายออกมาทางแววตาคู่นั้น กับเธอแล้วมันมีแต่การเลี่ยงสบสายตา ที่มิอุคิดเอาเองว่ามันคือความเขินอายตามประสานิสัยของเจ้าตัว

ทว่าผู้หญิงที่แสดงออกเต็มที่ว่ารักแสนรักเจ้าหนูสกปรกนั่นมากแค่ไหน มันเป็นคนละคนกับที่เธอรู้จักมาตลอดปีนี้ มันย้ำเตือนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คนที่มิอุหลงรักนั้นเป็นคนละคนกับตัวจริงที่กำลังมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเธอ

เจ้าบ้านชิตาโอะก้มหน้าลง ปาดน้ำตา กลืนก้อนสะอื้น ทิ้งละความอ่อนแอไว้ตรงที่ซ่อนนั้น ก่อนจะลุกยืนขึ้นและสวมหน้ากากของความโกรธเกรี้ยว ดั่งสวมวิญญาณของเทพฟุโดเมียวโอ ที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอย่างให้ราพนาสูร

“รักกันจริงๆเลยนะ ประทับใจชะมัด” 
 
เจ้าบ้านชิตาโอะตั้งใจตวาดใส่ เพื่ออยากให้ทั้งสองตกใจกลัวลนลาน แถวนี้ไม่มีใครหน้าไหนผ่านมาอยู่แล้ว นอกจากเธอ มินจู ไอ้ชู้ กับทาเคะและมิยุที่ซุ่มอยู่ไกลๆ จะไม่เข้ามาหาจนกว่าเธอจะเดือดร้อนจริงๆ

อัน ยูจินสะดุ้งก่อนที่จะดึงให้มินจูไปแอบอยู่ข้างหลัง ส่วนตนเองนั้นหน้าซีดเซียวไปทันใดเหมือนถูกสูบเลือดออก ซึ่งไม่ต่างจากมินจูนักหรอก ที่เริ่มต้นร้องไห้เพราะความกลัว

ใช่ กลัวว่าคนที่ถือปืนเดินเข้ามาหากันนี้จะพรากเอาชีวิตตัวเองไป ชีวิตคนที่รักกันไปแบบนั้นใช่ไหมล่ะ ยัยแพศยา

“ทะ....ท่าน....ท่านชิตาโอะ”

“เออ! นั่นมันชื่อข้าเอง ชื่อที่เอ็งกำลังเหยียบย่ำโดยการเสนอหน้าเข้ามายุ่งกับผู้หญิงของเจ้าบ้านชิตาโอะนั่นยังไงละวะ!” มิอุตะโกนใส่ ก่อนจะเรียกชื่อคนที่เป็นต้นเหตุให้หัวใจของเธอแหลกยับอยู่ตอนนี้ให้ออกมาให้เห็นหน้ากันสักที

“คิมมินจู! บอกให้ฉันได้ฟังสักครั้งให้ชื่นใจหน่อยสิ ว่ารักไอ้ขยะนี่มากแค่ไหน ก่อนที่จะฆ่ามันทิ้งน่ะ!”

ตลอดคืนวันเธอนึกถึงวิธีทรมานทั้งกายและใจทั้งสองคนนับร้อยนับพันวิธี แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะยิงทิ้งให้จบๆไป เพราะมิอุเกลียดเรื่องยุ่งยากและการคิดเพียงว่ามันทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ ถึงจะทนทุกข์ทรมานแต่ก็ไม่อยากให้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปสักวินาทีเดียวอยู่ดี

“ค่ะ...คุณมิอุ”

เสียงหวานๆนั่นเรียกชื่อกันอย่างระโหยโรยแรง ดวงตามองกันอย่างแห้งผาก ก่อนจะค่อยๆเดินออกมาจากหลังของยูจิน และเดินหน้าเศร้าสลดเข้ามาหา ก่อนจะหมอบตรงแทบเท้า ก่อนจะเกาะขากันอย่างคนที่อ้อนวอน

“ฆ่าฉันเถอะค่ะ ฉันรู้ดีว่าคุณมิอุน่ะกำลังโกรธกันอยู่ แล้ววิธีเดียวที่จะชำระความโกรธที่คุณมีก็คือการฆ่าฉันกับยูจินทิ้งเท่านั้น...”

“นี่เธอไม่คิดจะอ้อนวอนกันเลยหรือไง หื้ม ชีวิตมีค่านะ ต่อให้ฉันโกรธแค่ไหน ฉันก็อาจไว้ชีวิตเธอ แล้วฆ่ามันทิ้งคนเดียวก็ได้”

มิอุรู้สึกสะใจพร้อมขู่ด้วยเสียงเยือกเย็น ใช้ปลายกระบอกปืนชี้ไปที่ยูจินซึ่งยืนตัวสั่นเทาอยู่ ทว่ามินจูกลับส่ายหน้า ทั้งที่ยังกอดขาเธออยู่แบบนั้น

“ไม่หรอกค่ะ ฉันรู้ดีว่าคุณเป็นคนแบบไหน....ต่อให้ฉันอ้อนวอนจริง ให้ตายยังไงคุณก็จะฆ่ายูจินทิ้งอยู่ดี ส่วนฉันก็แล้วแต่ คุณอาจจะไว้ชีวิตฉัน แต่หลังจากนี้ไป คุณก็ทำเหมือนว่าฉันเป็นสิ่งของไร้ค่า เป็นอากาศธาตุสำหรับคุณ ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่ดี คุณช่วยฆ่าฉันให้ตายไปด้วยเลยก็ได้”

คำพูดนั่นสะกิดใจของมิอุนัก เจ้าบ้านชิตาโอะทวนคำพูดนั้นให้หัว .....มันหมายความว่าไงกัน

“ชีวิตเธอถ้ายังมีอยู่มันก็ดีกว่าไม่ใช่เรอะ”

ไม่รู้เมื่อไรกัน ที่มิอุลดปืนลง แต่ยังคงมองตรงไปข้างหน้าพลางส่งสายตาขู่ยูจินเอาไว้ เตือนว่าอย่าได้ทำอะไรโง่ๆเชียว

“ฉันทนไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณจะทำเหมือนว่าไม่รักกันแล้ว แต่หัวใจของฉันมันก็ไม่รักดี ที่รักคุณมิอุไม่ได้คนเดียว ทั้งที่คุณมิอุดีกับฉันมาตลอด ฉันจะตัดใจจากยูจินอยู่แล้วเพราะคิดว่าช่วงชีวิตนี้ก็คงไม่ได้พบกันอยู่ดี แต่ยูจินก็โผล่เข้ามาอีกครั้งจนได้...ฉันที่หัวใจสับสนมาโดยตลอดก็ทำตัวเป็นยัยสารเลวชาติชั่ว แอบพบทั้งยูจินแม้จะแค่นานๆครั้ง แต่ก็ยังตีหน้าไม่รู้เรื่องราวตอนกลับไปหาคุณ ฉันสับสนมาหลายเดือนแล้วที่ทำเช่นนี้เรื่อยมา เกือบสารภาพกับคุณอยู่หลายหน แต่ก็ไม่กล้าสักทีเพราะฉันนั้นขี้ขลาดเกินไป...ฉันไม่อยากให้คุณมิอุเกลียด ฉันยังอยากให้คุณมิอุรักฉันอยู่แบบนี้เรื่อยไป...”

สุดท้าย หล่อนก็ร้องไห้ออกมาจนได้ ส่วนมิอุที่ได้ยินคำสารภาพนั้น กลับเหมือนความโกรธถูกชะล้างไปเสียดื้อๆ

มันอาจเพราะน้ำตาของมินจู คำที่บอกว่ารักนั้น ฝนที่เริ่มโปรยตัวลงมา หรืออยู่ในวัดร้าง ที่การฆ่าคนมันคงจะเป็นบาปไปแน่ๆ

แต่จะให้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างคนต่างแยกย้าย บอกให้สองคนนี้ไม่ต้องพบกันอีกตลอดชีวิตงั้นเหรอ พามินจูกลับบ้านพร้อมบอกให้อภัยอย่างนั้นเหรอ มันก็จะเป็นเรื่องราวแสนสุขที่ไม่มีวันเป็นจริงได้หรอก

มีแต่ต้องตัดหัวใจ เฉือนมันออกทิ้งไปเสียเท่านั้น...มิอุคิดอย่างเหม่อลอย ก่อนที่จะวางมือลงกับหัวของคนที่กอดขากันอยู่ คนอย่างเธอหาทางออกได้ทุกอย่าง แต่จะต้องเจ็บปวดเจียนตาย

“ให้เธอรักฉันแค่คนเดียวไม่ได้ ฉันก็ไม่เอาหรอกมินจู...”

หล่อนเงยหน้าน้ำตานองมองมาหากัน เหมือนจะถามว่าสิ่งที่พูดมานั้นมีความหมายว่าอะไร

“ฉันจะแสร้งหลอกตัวเองว่าเรื่องระยำนี้ไม่เคยเกิดขึ้นก็ไม่ได้อยู่หรอกนะ เราคงมองหน้ากันไม่ติดกันไปตลอดช่วงชีวิต ฉันอาจโกรธแค้นเธอไปจนตาย หรือลงท้ายแล้วเราก็จะหมดรักกันลงสักวัน กลายเป็นหุ่นกระบอกไร้วิญญาณเช่นนั้นเหรอ มินจู...”

มิอุถอนหายใจ รู้สึกเจ็บปวดจวนจะทนไม่ไหว แต่ก็ต้องฝืน ต้องยอมทำต่อไป เพื่อตนเอง เพื่อมินจู

“ไปเสีย กลับไปบ้านของพวกเธอเสีย กลับไปเกาหลีไม่ต้องหวนย้อนคืนมาอีก เอาเงินนี้ไปเป็นค่าเดินทางกับการตั้งตัว...”

มิอุล้วงเอาเงินออกมา มันเป็นเงินที่เดิมทีตั้งใจจะเอามาฟาดหัวเจ้าอัน ยูจินให้ไปให้พ้นจากชีวิตของมินจูอยู่แล้ว เพื่อแสดงว่าหนูสกปรกตัวนี้มันไร้ค่า ไม่เหมาะกับความรักของมินจูเลย ไม่เทียบเท่ากับรักของเธอสักนิด

ถ้าตอนนั้นมิอุสามารถยกโทษให้มินจูได้ ไม่โกรธ ไม่เสียใจอย่างตอนนี้ เธอก็จะได้ไม่ต้องฆ่าคน แต่คำตอบที่วิ่งวนในหัวใจก็บอกตัวเองว่ามีแต่ทางนี้เท่านั้นเองจริงๆ เพื่อที่มิอุจะมีชีวิตต่อไปได้ ไม่ตกอยู่กับความทรงจำที่หลอกหลอนไปชั่วชีวิต

“อย่าอ้อนวอนที่จะอยู่เลยมินจู วิธีที่ดีที่สุดคือเธอต้องไปจากชีวิตฉัน ปล่อยให้ฉันลืมคนใจร้ายแบบเธอได้สักวัน...” 

นั่นเป็นคำขอร้องสุดท้าย ก่อนที่มิอุจะสลัดขาเพื่อเดินกลับไป ไม่ฟังคำเรียกชื่อ คำร้องเรียกจากผู้หญิงที่รักกันสุดชีวิต ที่กำลังอ้อนวอนให้หันกลับไป เพื่อขอให้ได้อยู่ต่อไปในชีวิต ที่รู้แก่ใจว่าจะไม่มีความสุขอันใดต่อไปเลยก็ได้

เจ้าบ้านชิตาโอะเลือกที่จะขจัดเสียงของผู้หญิงคนนั้น โดยการยิงปืนขึ้นฟ้าถึงสองนัด ให้หูมันอื้อไปหมด จนไม่ได้ยินอะไรเลยสักอย่าง นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เริ่มต้นแตกสลายเป็นผุยผง

.

.

.

“ขึ้นเรือไปเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม...”

เจ้าบ้านชิตาโอะนั่งอยู่ในห้องทำงาน ถามองครักษ์ทั้งสองที่มารายงานผล ฝนเริ่มซาไปแล้ว แต่เธอยังไม่มีแก่ใจจะเปลี่ยนเสื้อ จนเสื้อผ้าแห้งเองไปเรียบร้อยแล้ว

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ นายท่านจะให้ทาเคะลอบตามไปดูว่าทั้งสองเป็นอย่างไรไหมเจ้าคะ หรือถ้านายท่านเปลี่ยนใจเป็นการฆ่า...”

“พอเถอะ มิยุ” มิอุยกมือห้าม 

“อะไรที่ฉันตัดสินใจไปแล้วก็จะไม่เปลี่ยนแปลงทั้งนั้น ทั้งสองกลับไปพักผ่อนได้แล้ว ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว”

องครักษ์ชายหญิงค้อมตัวต่ำเพื่อรับคำสั่งของผู้เป็นนาย ก่อนจะเดินไปเลื่อนประตูไม้ไผ่ไปด้านข้าง และเลื่อนปิดลง ภาพที่เห็นในสายตาตอนนั้น คือร่างสูงผอมของเจ้าบ้านชิตาโอะ ที่ทั้งแข็งแกร่งและน่าชื่นชม แม้ว่าภายในจะเป็นตรงกันข้ามก็ตาม

มิยุคิดในใจว่า ขอให้ความทุกข์ของผู้เป็นนายผ่านไปโดยไวเถิด

.

.

.

“คุณมิอุๆ”

“หืม มีอะไรเหรอมินจู”

“มินจูว่านะ มินจูน่ะรักคุณมิอุ แต่คุณมิอุน่ะต้องรักฉันมากกว่าแน่เลย”

“อ้าว เราก็รู้นี่นา ใช่...ฉันน่ะรักมินจูมากกว่าที่มินจูรักฉันแน่นอน”

 





END.


TALK
- จบแล้ว
- ขอบคุณสำหรับคำตอบรับที่ดีนะคะ เลยเข็นมาไวกว่าที่คิด
(ถึงบางทีไม่เห็นจากในคอมเมนต์ แต่ก็เผลอไปเห็นข้างนอก อยากให้เมนชั่นมาบอกกันมากกว่าอะค่า)
- สุดท้าย #มิอุชอบมินจู ^^;





SHARE

Comments

amino
1 year ago
เรื่องมันเศร้าจริงๆนะคะ ทำดีแค่ไหน ก็ไม่ได้รักกลับคืนมา ให้ไปแค่ไหนก็เหมือนหายไปอย่างว่างเปล่า มินจูก็คงรู้สึกดีต่อมิอุนะคะ เป็นคนที่ช่วยชีวิตไว้ คงรักและเคารพตามที่ควรจะเป็น แต่ไม่ได้รักขนาดนั้น.. แล้วก็มีคนรักอีกคนอยู่อีก
ตอนองครักษ์มาบอกข่าวนี่ตื่นเต้นตามเลย ซีนห้องหนังสือนี่แบบหน้าชาแล้ว คือรู้อยู่แก่ใจว่ามันมีอะไรแน่ๆ แล้วก็มีจริงๆ สงสารน้อง แล้วมินจูกับคนนั้น เค้ารู้จักกันมาก่อน มินจูรักคนนั้นมาก่อนอีก เสียใจแทนมิอุเลย แง แต่สรุปมิอุก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงแบบที่กลัว เนี่ย คนดี ไล่เค้าไปให้เงินเค้าอีก โอ๊ย สติดีมากในสถานการณ์นั้น แต่ก็คงคิดมาดีแล้ว บทดีอะไรขนาดนี้!! ปล่อยเค้าไปเถอะเนาะ อย่าไปรั้งเค้าไว้ให้ทรมานทั้งเค้าและทั้งตัวเองด้วย ดีแล้วล่ะ แต่ในใจมิอุนี่แหลกเป็นผุยผงไปแล้วจริงๆ เศร้าค่ะ ยังไงก็ขอให้ดีขึ้นค่อยๆเยียวยาหัวใจไปนะมิอุ
Reply
Mmnjc
1 year ago
ไรท์คะ มันทั้งหน่วงทั้งดีในเวลาเดียวกันเลยค่ะ รักที่สุดท้ายมิอุเลือกไม่ทำร้ายทั้งสองคน TT// หล่อมากเลยค่ะจะไม่ทน  
Reply
1108
1 year ago
น้ำตาไหลเลยค่ะ ตอนแรกที่อ่านเราโกรธมินจูแทนมิอุมากๆ จนคิดว่าการฆ่าทั้งสองคนก็เหมาะสมกับการที่มิอุถูกทรยศ แต่พอได้รับรู้จากฝั่งของมินจู เราก็แอบอยากให้มิอุเปลี่ยนใจค่ะ แต่การตัดสินใจของมิอุก็เป็นทางที่เราคิดไม่ถึงจริงๆ เป็นทางที่เด็ดขาดมากๆ และเป็นทางที่ดีมากๆถึงมิอุจะต้องเจ็บ ชอบที่ไรท์สามารถเขียนให้คนๆนึงมีหลายด้านและคนอ่านต้องเผชิญกับหลายๆความรู้สึกแบบนี้มากๆค่ะ คุณชิตาโอะก็ยังคงหล่อและเท่จนถึงวินาทีสุดท้าย ระหว่างอ่านเราแอบสงสัยค่ะว่าความรักของมินจูที่มีต่อมิอุมันจะเป็นประมาณไหน รักมิอุบ้างรึเปล่า หรืออยู่ไปวันๆ แต่บทสนทนาสุดท้ายทำให้เราน้ำตาไหลแบบเปิดก๊อกเลยค่ะ จากมุมมองเราเราว่ามันจริงนะคะ มินจูรักมิอุจริงๆแต่แค่รักมิอุแค่คนเดียวไม่ได้อย่างที่มินจูบอกนั่นแหละค่ะ ฮืออออออ
Reply
troublebreaker
1 year ago
บ้าที่สุดT-T
Reply
KimSo_TM
1 year ago
โอ้ย พระเอกของพี่ รับรู้ถึงความเจ็บผรวด 😭
Reply