มีความสุขเพื่อจะมีความสุข
วันนี้เราบ่นเรื่องงานไปเยอะมาก...

.

อันที่จริงจะว่าบ่นก็ไม่เชิงซะทีเดียว เราแค่มาเรียกร้องความสนใจ ความเห็น และกำลังใจจากคนที่เรารู้จัก สนิทสนม และรักพวกเขาซะมากกว่า....

.

เรารู้สึกว่าไอ้ประโยคเหล่านั้น มันเป็นการกลั่นกรองความคิด ความรู้สึกเราออกมาให้เห็นภาพลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจนขึ้น มากกว่าจะพากพิงใคร หรืออะไร ต่อว่า ด่าทอใคร หรืออะไร....

.

มันเป็นประโยคที่พอเราพิมพ์ลงไปบนโลกออนไลน์แล้ว เราเห็นความรู็สึกนึกคิดเราชัดขึ้น มันทำให้เรามานั่งคิดต่อว่า เรากำลังเป็นอะไรกันแน่วะ ในขณะเดียวกัน เราก็ได้อ่านความเห็นต่อความรู้สึกของเราที่ประกาศลงไปในนั้น....

.

เรารับรู้ว่าหลายๆ คน สนใจเรื่องราวของเรา สนใจความเป็นไปของเรา บางคนอ่านแล้วอาจได้สะท้อนกลับเอาไปคิดกับตัวเขาบ้าง บางคนอ่านแล้วอาจสนุกกับเรื่องที่พูดคุยกับเขา บางคนอาจอ่านแล้วอมยิ้มในใจ พร้อมกับคิดไปว่า "กูก็เคยเป็นมาก่อน"....

.

จนเลิกงาน เราต้องขับรถลุยฝนพรำๆกลับหอพัก ระหว่างที่เดินลุยฝน ที่สำหรับเรามันแค่เบาๆ แต่เรารู้สึกได้ว่าการเดินลุยฝนของเรามันไม่ธรรมดาสำหรับคนอื่นๆ มีบางคนมองเราแปลกๆอยู่.....

.

ระหว่างขับรถมอไซด์ เราก็รับรู้ได้ว่าเราสนุกกับมัน มีความสุขกับมัน เราแค่คิดว่าเราจะทุกข์กับมันไปทำไมกัน ยังไงมันก็ไม่หยุดหรอก และเราก็ไม่ได้เปียกคนเดียว ทุกข์ไปเครียดไปก็เท่านั้น....

.

เราขับไปยิ้มไป ตลกนิสัยคนกรุงไป อะไรแปลกๆที่พวกเขาทำกัน ความเห็นแก่ตัวบ้างอย่างที่เราได้แต่ส่ายหน้าแล้วยิ้ม เราขำเพราะที่บ้านนอกไม่มี......

.

จนเราเดินตากฝนพรำๆนั้นไปซื้ออะไรกิน เราก็ได้เห็นชัดขึ้น ว่าบางทีเราก็ดูสบายๆ ไม่กลัวเปียก มีความสุขจนน่าหมั้นไส้.....

.

แล้วเราก็คิดขึ้นมาในใจว่า....

คนแม่งไม่สนใจหรอก ว่าเราไปเจออะไรมา เราต้องเจออะไรมาบ้าง ทำไมเราไม่กลัวเปียก ทำไมเราเราถึงกล้าตากฝน และอีกสารพัดที่ไม่สน.....

.

พวกเขาสนก็แค่ว่า "ทำไมเขาถึงมีความสุขได้ล่ะ ทั้งๆทีเขาน่าจะต้องทุกข์เหมือนเราสิ".....

.

"ทำยังไง ถึงจะมีความสุข" ....

.

มนุษย์สนแต่ผลลัพธ์ของชีวิต ทั้งๆที่แม่ง ปลายทางสัสๆ
SHARE

Comments