...ชายที่ยืนหลังรั้ว...
หลังจากชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่ง ได้ช่วยเหลือลูกแมวสามตัวออกมาจากที่รกร้าง โดยไม่สามารถตามหาแม่ของพวกมันได้เจอ พวกเขาก็จำเป็นต้องประคบประหงมเลี้ยงดูเจ้าลูกแมวสามตัวที่น่าจะมีอายุได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์กันอย่างเต็มที่ โดยหวังเพียงให้พวกมันรอดชีวิต

พวกเขาทั้งสองตัดสินใจที่จะให้ลูกแมวตัวน้อยทั้งสามตัวพักอาศัยอยู่ที่บ้านของชายหนุ่ม โดยมีชายหนุ่มดูแลเป็นกำลังหลัก เนื่องจากที่บ้านของหญิงสาวมีน้องหมาพันธุ์ใหญ่อยู่แล้วสองตัว และเป็นหมานักล่าที่ฆ่าเหยื่อได้อย่างโหดเหี้ยมเสียด้วย 

แต่ชีวิตของพนักงานออฟฟิศบ้านไกล ที่ต้องออกบ้านตั้งแต่เช้า กลับถึงบ้านก็มืดค่ำ ทำให้ทั้งสองคิดหนัก 
จะดูแลลูกแมวสามตัวที่อายุยังไม่ถึงสองสัปดาห์ให้รอดได้อย่างไร?
ทั้งสองช่วยกันคิดหาวิธี และเหมือนโชคเข้าข้าง พวกเขาพบวิธีที่จะทำให้ลูกแมวจำนวนสามตัวสามารถอยู่รอดในวันที่พวกเขาทำงานได้ โดยที่ลูกแมวไม่ต้องอดนมตลอดทั้งวัน 

กิจวัตรประจำวันของคนสองคน และลูกแมวสามตัว เริ่มขึ้นและดำเนินไปตามกลไกที่ได้วางแผนกันไว้ ชายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน รับช่วงดูแลเจ้าลูกแมวสามตัวต่อในช่วงดึก และช่วงเช้าก่อนไปทำงาน รวมถึงการเตรียมเสบียงให้กับบรรดาเจ้าตัววุ่น ที่จะต้องอยู่กันเองในบ้านเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ชั่วโมง 

ส่วนหญิงสาวก็จะแวะเข้ามารับช่วงดูแลเจ้าสามแสบในเวลาค่ำหลังเลิกงาน ป้อนนมและกระตุ้นการขับถ่าย พร้อมกับเตรียมเสบียงให้เจ้าลูกแมวน้อยทั้งสามอยู่กันตามลำพังต่อไปอีกราว 2-3 ชั่วโมง เพื่อรอชายหนุ่มกลับมาถึงบ้าน 

ฟังดูเป็นงานที่หนักเอาเรื่อง แต่ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาว กลับมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นเจ้าลูกแมวสามตัวที่พวกเขาช่วยเหลือมา ค่อย ๆ ส่งเสียงร้องได้ดังขึ้น ค่อย ๆ กินนมได้มากขึ้น ค่อย ๆ เคลื่อนไหวและขยับตัวได้มากขึ้น และค่อย ๆ มีขนขึ้นหนาปุย จากเดิมที่ขนบางแทบจะโล้น 
เวลาผ่านไปเพียงสองสัปดาห์ ราวกับได้ลูกแมวคอกใหม่มาเลี้ยงพวกมันมีขนาดตัวโตขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เริ่มขับถ่ายเองเป็น และเริ่มหัดกินอาหารเปียกอาหารเม็ด และเริ่มหัดใช้กระบะทราย ค่ำวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวแวะเข้ามาดูแลความเป็นอยู่ของเจ้าสามแสบที่บ้านของชายหนุ่ม เพื่อเช็คดูผลงานการฝึกใช้กระบะทรายโดยลำพังเป็นวันแรกของพวกมัน 

และเธอก็พบว่า พวกมันทำผลงานได้ดี 
หญิงสาวขยับตัวไปทั่วบ้าน จัดการป้อนอาหารเปียกผสมอาหารเม็ดและน้ำต้มสุกนิดหน่อย เจ้าสามแสบรุมกินที่จานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นทั้งหมดก็เล่นกันอยู่สักพัก ก็ได้เวลาที่หญิงสาวจะต้องกลับบ้านตัวเอง ซึ่งหญิงสาวจะต้องเดินออกจากซอยเพียงลำพัง แต่นั่นไม่เคยเป็นปัญหา เพราะจะว่าไปเส้นทางนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยวอะไรมากมาย ตอนไปเรียกรถแท็กซี่ตรงถนนใหญ่ อาจจะดูน่ากลัวกว่าด้วยซ้ำ 

หญิงสาวเก็บข้าวของและพาน้องแมวเข้าที่ จากนั้นก็ปิดล็อคประตูบ้าน แล้วเงยหน้ามองออกไปนอกรั้ว 
ชายร่างใหญ่คนหนึ่ง กำลังมองมาที่เธอเขายืนอยู่ด้านหลังรั้วของบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องไปทางซ้าย แต่เธอมองไม่เห็นหน้าของผู้ชายคนนั้นเลย เพราะด้านหลังของเขาสว่างเกินไป ภาพที่มองเห็นเลยเหมือนรูปถ่ายที่ย้อนแสง หรือภาพ silhouette 

หญิงสาวตัดสินใจละสายตาจากผู้ชายหลังรั้วคนนั้น แล้วเดินก้าวออกมาจากรั้วบ้าน ก้มลงไปล็อคประตูรั้วอีกชั้น จากนั้นจึงเงยหน้าหันไปมองอีกรอบ 

ชายคนนั้นยังคงจ้องเขม็งมาที่เธอ ไม่ขยับเขยื้อนร่างกายหญิงสาวนิ่งไปสักพัก แล้วก้มหน้าลงกางร่ม ความมืดมิดของเวลาสามทุ่ม พร้อมกับสายฝนที่กำลังโปรยปราย ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย บ้านหลังนั้นไม่มีใครมาอยู่นานแล้ว และก่อนหน้านี้ก็มีเพียงคนงานก่อสร้างแวะเวียนเข้ามาพักคราวละไม่กี่วัน และทุกครั้งก็จะเข้ามาพักกันเป็นหมู่คณะ แต่ทำไมคืนนี้ ชายคนนี้ถึงมายืนจ้องเขม็งมาที่เธอ เขาอาจกำลังคิดจะก่ออาชญากรรมอะไรสักอย่างโดยมีเธอเป็นเป้าหมายหรือเหยื่อชั้นดีหรือเปล่า?

หญิงสาวตัดสินใจมองจ้องกลับไป พร้อมกับก้าวขาอย่างเป็นปกติ ออกห่างจากบ้านของชายหนุ่ม และบ้านของชายหลังรั้วคนนั้น เธอก้าวออกห่างไปเรื่อย ๆ แต่ยังคงเห็นภาพชายคนนั้นยืนนิ่ง หันคอมองตามเธออย่างมีนัยสำคัญอะไรบางอย่าง 

ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหน้ามามองทางเดิน ใจจดจ่ออยู่กับการฟังเสียง หากได้ยินว่ามีเสียงคนเดินหรือวิ่งตามหลังมา เธอก็พร้อมที่จะโกยแน่บแบบไม่คิดชีวิตเหมือนกัน 

โชคดีที่เธอไม่ได้ยินเสียงอะไร และเมื่อหันกลับไปมองข้างหลัง ก็ไม่มีใครเดินหรือวิ่งตามเธอออกมา แม้ว่าเธอจะเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังพะวงหันกลับไปมองข้างหลังบ่อย ๆ ตลอดเส้นทางที่เธอเดินออกมาจากซอยนั้น 

แม้ว่าเธอจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ที่เมื่อหันกลับไปมองที่รั้วบ้านหลังนั้นแล้ว ไม่พบภาพผู้ชายคนเดิมยืนอยู่ ราวกับไม่เคยมีใครยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก แต่ก็ดีกว่ามีคนตามมาจิกหัวเธอลากไปชิงทรัพย์และอาจพ่วงท้ายด้วยการก่อโศกนาฏกรรมที่จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในเช้าวันถัดมา 

จากเหตุการณ์คืนนั้น ชายหนุ่มขอให้หญิงสาวตรงกลับบ้านทันทีหลังเลิกงาน เพราะห่วงความปลอดภัยของเธอ และเพราะเจ้าลูกแมวสามตัวก็สามารถอยู่กันเอง เอาตัวรอดกันเองได้แล้ว ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเอาชีวิตของเธอมาเสี่ยง

สัปดาห์ถัดมา หญิงสาวแวะเข้ามาที่บ้านของชายหนุ่มในเวลาบ่าย และได้พบกับเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกัน เธอจึงถามถึงสิ่งที่ค้างคาใจ ว่าผู้ชายที่ยืนจ้องเธอหลังรั้วบ้านนั้นคือใคร มีอันตรายมากแค่ไหน และสิ่งที่เพื่อนบ้านตอบกลับมา ทำให้หญิงสาวชะงักไปในทันที 
ไม่มีใครอยู่บ้านนี้มาเดือนกว่าแล้วนะหนู!!หญิงสาวยืนยันว่าคืนวันจันทร์ของเมื่อสัปดาห์ก่อน เธอเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่จริง ๆ พร้อมกับไปชี้ตำแหน่งที่เขายืนจ้องเธอให้กับเพื่อนบ้านได้ดูอย่างเต็ม ๆ ตา 
สูงประมาณนี้ ผมเกรียน ๆ หรือเปล่า?
เพื่อนบ้านยิงคำถาม พร้อมกับยกมือขึ้นกะระยะความสูงให้ดู ซึ่งความสูงที่โผล่พ้นรั้วมาได้ระดับหนึ่ง ทำให้หญิงสาวพยักหน้าหนักแน่น ตอบว่า "ใช่ค่ะ" 
ไม่น่าใช่คนเดียวกันหรอกหนู มันเพิ่งตายไปก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเพื่อนบ้านเล่าว่า แม้ผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้เสียชีวิตในขณะที่พักอยู่บ้านหลังนี้ แต่เขาก็ยังไม่ได้ย้ายของสำคัญออกจากบ้านหลังนี้ไป และมีกำหนดที่จะกลับมาขนของสำคัญนี้ ในวันเดียวกับที่เธอเห็นผู้ชายคนนั้น คนที่ยืนจ้องเธออย่างไม่ขยับเขยื้อนจากด้านหลังรั้ว 

หญิงสาวได้แต่ทอดถอนใจออกมา อย่างน้อยเธอก็สบายใจ ที่สิ่งที่เธอเห็นไม่ใช่คนอันตราย เป็นแค่คนที่ตายไปแล้วแค่นั้นเอง...


SHARE

Comments