เรียนต่อมอปลายที่นิวซีแลนด์ : พ่อ ตอมอยากไปนิวซีแลนด์
"พ่อ ตอมอยากไปนิวซีแลนด์" ตอมพูดไปแล้วค่ะ ตอมพูดออกไปแล้ว กรี๊ดดดดด แต่ว่า... ตอมจะได้ไปไหมหละ?
หลังจากที่เราจบมอสี่ที่อินโด พ่อก็ต้องย้ายกลับไปทำงานที่ไทย สำหรับเรา โรงเรียนอินเตอร์ที่ไทยไม่ใช่ทาง แต่เมื่อห้าปีที่แล้ว เราก็ได้มีโอกาสได้มาเรียนซัมเมอร์ระยะสั้นๆที่นิวซีแลนด์ เราชอบมันมากๆเลย แล้วทำไมเราไม่ไปเรียนต่อที่นั่นหละ? เราคิด 
ตอนแรกที่บอกว่า "พ่อ ตอมอยากจะไปเรียนที่นิวซีแลนด์" สิ่งที่พ่อพูดคือ ไม่อะ กลับไปเรียนที่ไทยต่อหนะดีแล้ว ได้อยู่ด้วยกันสามพ่อแม่ลูก สบายใจ เราก็เห็นด้วย และล้มเลิกความคิดนั้นไป แต่หลังจากเดินกลับห้อง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เล่นไปเล่นมา เพื่อนก็ทักมาว่า

"ตอมจะกลับไทยหรอ" (ตอนนั้นเรียนอยู่ที่อินโด)
"ใช่ พ่อเราจะย้ายกลับแล้ว" เราก็ตอบกลับไป "แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะเรียนที่ไหน"
"เซม เนี่ยจะสอบแล้ว ยังไม่รู้เลยว่ามอสี่จะย้ายดีไหม" เห้ย อย่างน้อยเราก็มีเพื่อน
"อยากไปเรียนต่อต่างประเทศหวะแก" อยู่ๆเรื่องที่เคยไปเรียนซัมเมอร์ระยะเวลาสามอาทิตย์ก็พุ่งขึ้นมาในหัว "แบบอยากไปเป็นเด็กแลกเปลี่ยนอะแก" คือมันต้องคูลมากๆเลยปะ ตอนนั้นเราก็อยากไป๊อยากไป 
"เออ เอาปะ หาข้อมูลแปบ" แล้วเพื่อนก็หายไปหาข้อมูล *นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของการที่ได้มาเรียนที่นิวซีแลนด์ของเรา*
 
ตอนนั้นการหาโครงการเด็กแลกเปลี่ยนมันยากมากๆ เพราะว่าเราได้ย้ายมาเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเพราะย้ายตามที่ทำงานพ่อ แต่ก็ได้มาอยู่แค่ปีครึ่ง แต่ใจมันก็ไม่อยากกลับไปเรียนต่อโรงเรียนที่ไทยแล้ว เพราะชอบการเรียนการสอน ชอบภาษาอังกฤษ 

พอรู้ว่าต้องกลับไทย มันก็เลยเริ่มหาข้อมูล เกี่ยวกับการไปเรียนต่อที่ต่างประเทศซะเลย ซึ่งตอนนั้นเปอร์เซ็นต์ที่จะได้ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์นั้นมันริบหรี่มากๆ เราจึงได้หาข้อมูลของเด็กแลกเปลี่ยนไว้ด้วย เพราะเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆแล้ว แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะว่า การที่จะเป็นเด็กแลกเปลี่ยน หรือชิงทุน ส่วนมากต้องเรียนจบมอสามจากไทย เรียนที่ประเทศไทยเป็นเวลาอย่างน้อยกี่ปี แล้วแต่โครงการ อันนี้ทำให้ความฝันการเป็นเด็กแลกเปลี่ยนเราสลายหายวับไปกับตา ตอนนั้นคือเศร้ามากเลย ร้องไห้เลยจ้ะ 

ช่วงนั้นคือเราถอดใจแล้ว คิดว่ายังไงก็ต้องกลับไปเรียนต่อที่ไทย แล้วเราก็กังวลว่าภาษาอังกฤษที่กำลังดีขึ้นเรื่อยๆ (เราคิดว่าดีขึ้นนะ) อาจจะหยุดพัฒนา ซึ่งเราเสียดายตรงนี้มากๆ และ เพื่อนที่อินโดก็เพิ่งจะสนิทกันได้ไม่นาน เพราะตอนแรกที่มาอยู่ที่อินโด พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เรื่องเลย เราก็เลยได้ไปอยู่ห้องภาษาที่สอง ซึ่งครูสอนสนุกมากๆ ภาษาจึงพัฒนาขึ้นจากตอนที่มาแรกๆ และในที่สุดเราก็มีเพื่อน แต่เพิ่งเริ่มสนิทกันได้ไม่นาน พ่อก็ต้องย้ายกลับ เราเองก็กลัวจะไม่ได้คุยกัน และไม่ได้สนิทกันเหมือนเคย (เคยทะเลาะกับเพื่อนที่ไทย เพราะว่าเรื่องย้ายโรงเรียน) ยิ่งอยู่คนละประเทศอีก ตอนนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งเซ็ง 

แต่ด้วยความที่อยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น เราก็ไม่หยุดหาข้อมูลเกี่ยวกับทุน โครงการแลกเปลี่ยน แต่ก็อย่างที่เราบอก มันไม่มีโครงการไหนที่รับเด็กที่ไม่ได้เรียนอยู่ที่ประเทศไทย ซึ่งจุดๆนี้ เราเชื่อว่าถ้าเป็นเพื่อนเราหลายๆคน คงล้มเลิกความตั้งใจนี้ แล้วกลับไปหาที่เรียนที่ไทยแล้วแน่ๆ แต่กลับกัน พอยิ่งเรารู้ว่ามีโอกาสได้ไปน้อยมากๆ เราเลยรวบรวมความกล้าไปถามพ่อกับแม่อีกครั้งนึง

"พ่อ ตอมอยากไปเรียนที่นิวซีแลนด์จริงๆนะ" ประโยคนี้คือพูดทุกวัน สามเวลาหลังอาหาร พูดไปเรื่อยๆ พูดวนไปข่ะ! 

จนในที่สุด สวรรค์เหมือนเห็นใจ พ่อก็ตอบกลับมาว่า

"อ่าๆ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะลองดูให้ ตอมไปอ่านหนังสือต่อไป๊" เราก็ยิ้มแก้มบานกลับห้องไป


หลังจากนั้นผ่านไป เรื่องการไปเรียนต่อต่างประเทศก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราเองก็ใกล้สอบของที่อินโด เวลาที่พ่อจะย้ายกลับก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากตอนที่รู้ว่าจะย้ายเมื่อตอนเดือนสาม จนตอนนี้เดือนสี่จะสอบอยู่มะรอมมะร่อ ตอมยังไม่มีอะไรเคลื่อนที่

ตอนนั้นเราอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ในห้อง พ่อก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับเอกสารในมือ
"อะ ตอม เรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เอาไปศึกษาซะ" แล้วหมุนตัวกลับออกไป เหลือแต่ตอมกับเอกสารเรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ในมือ 

แล้วทำไงหละครับ?

ก็หาข้อมูลซิครับบบบบบบบ

เรานี่รีบเปิดหาข้อมูล ศึกษาเกี่ยงกับเอกสารที่พ่อให้มา โดยที่เราไม่ได้ลืมเรื่องสอบนะ จนไปๆมา เราก็ได้โรงเรียนที่เข้ารอบสุดท้ายมาสี่โรงเรียน โรงเรียนทั้งสี่นั้นอยู่ที่เกาะใต้ทั้งหมด โรงเรียนที่เข้ารอบทั้งหมดเป็นโรงเรียนรัฐ เพราะราคาถูกกว่าเอกชนมากๆ ซึ่งตอนนี้เราต้องทำการตัดช้อยส์แล้วนะฮะ! อ่ะ มาดูกันก่อนว่าเราอยากไปเรียนในเมืองแบบไหน โรงเรียนแบบไหน
1. เราชอบเล่นกีฬา 
2. ชอบศิลปะ
3. อยากอยู่เมืองเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก แต่ไม่เล็กจนเกินไป
4. เมืองสวย
เท่าที่สรุปได้ เหตุผลหลักที่เป็นตัวคัดเลือกโรงเรียนก็มีแค่นี้ เลือกไปเลือกมา เอ้า! นี่ไง โรงเรียนที่เหมาะกับเรา!  

'Mount Aspiring College'

ไหนๆมาดูเมืองดิ๊

เมืองอยู่ใต้ หน้าหนาวมีหิมะ เล่นสกีได้ เมืองไม่ใหญ่ขนาดเล็กกำลังพอดี วิวดีมากๆ ที่ว่ามาก็ตรงตามที่ต้องการเลยหนิ ก็จัดซิ!







 
SHARE
Written in this book
อะตอมในนิวซีแลนด์
ชีวิตมอปลายของอะตอม จะเป็นยังไงกันแน่ จะได้เรียนที่ไทย ที่อินโด ที่นิวซีแลนด์ หรือที่ไหน ถ้าอยากรู้ ต้องอ่าน!
Writer
XiaoliMalichai
Student in NZ
ชีวิตของตอมก็เป็นอย่างนี้แหละ

Comments