หุบเขาน้ำตา
.
.
.


หญิงสาวใช้เวลาเพียงชั่วครู่ในการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้อย่างไม่รู้ตัว
ชีวิตของหล่อน - ขมขื่น
ผ่านปมปัญหาหนึ่ง เพื่อมาเจอกับอีกปัญหาหนึ่ง
เหมือนเส้นที่ขีดวนเป็นวงกลม
ไม่มีทางเกิดเป็นภาพภาพใหม่




ในป้ายประกาศสีขาวซีด ตัวหนังสือสีดำจาง
ทว่ามีคนขยับกายมาซื้อตั๋วอยู่เป็นระยะ ๆ
หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้ามาในช่องขายตั๋วเบอร์ 17 
 ' หุบเขาน้ำตา ' 
พลางเหลือบตามองคนอื่น ๆ



หล่อนเลือกโดยสารไปยังที่ ๆ หล่อนไม่รู้จัก
บนรถที่ไม่เคยขึ้น
พร้อมกับผู้คนที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตา
เพื่อหนีจากบางสิ่งบางอย่าง
ที่หล่อนเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร



ระหว่างการเดินทางที่เงียบงัน
หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่นั่งคู่กันกับหล่อน
เขามีผมสีทอง
นัยน์ตาดูมีประกายประหลาดเมื่อเข้าใกล้จุดหมายปลายทางขึ้นทุกที
ชายหนุ่มหันมาสบตาคู่สวยเมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมองเขา


"สวัสดีครับ"


หล่อนไม่ตอบ แสร้งเมินหน้าไปทางอื่น
หล่อนไม่ต้องการคุยกับใคร
เราไม่รู้หรอกว่าการเอ่ยทักทายกันแม้เพียงประโยคสั้น ๆ
จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้ยืนยาวขนาดไหน
หลายคนเจ็บปวดกับการเริ่มต้นอย่างไม่ตั้งใจ
และมีหลายคนที่ต้องทนทรมานกับจุดจบที่ไม่ได้ต้องการให้เกิดขึ้น
หล่อนไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้นตอนนี้

 

"ผมรู้ว่าเรามีเป้าหมายเดียวกัน
ความเจ็บช้ำของคุณคืออะไรล่ะ?"



หญิงสาวงุนงงกับคำถามนั้น
สิ่งที่หล่อนอยากจะบอก คือ ...
หล่อนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหน
เพราะฉะนั้น คำว่าเป้าหมายเดียวกัน
คงจะใช้กับหล่อนไม่ได้
เพราะหล่อน ... ไม่ได้พกมันมาในการเดินทางครั้งนี้


 
"ผมเคยมีภรรยา เรารักกันมาก"


ชายหนุ่มยังไม่หยุดพูด
สายตาจ้องมองตรงไปด้านหน้า
อ่อนโยนราวกับมองเห็นเธอที่เขากำลังเอ่ยถึง




แต่ยังไม่ทันที่จะมีการสนทนาใด ๆ ต่อ
หญิงสาวก็รู้สึกถึงไอร้อนผ่าวคุกรุ่น
ค่อย ๆ โลมไล้ปลายนิ้วขึ้นมาทั่วร่าง
จนเกิดความร้อนชื้นที่ขอบตาทั้งสอง
น้ำตาหญิงสาวรื้นขึ้นคลอเบ้า
ไม่มีสาเหตุ
ไม่มีตัวกระตุ้น
ไม่เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้
ไม่เกี่ยวกับบทสนทนาไร้ความหมายนั่น!
ทุกอณูเส้นประสาทของหล่อนสั่นระริก
สองมือเผลอกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว

 

"เราถึงแล้ว..."


ชายหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ หล่อนหลับตาพริ้ม
สูดลมหายใจแรงจนหล่อนได้ยินถนัด
หญิงสาวหันไปมองเขา
น้ำตาชายหนุ่มไหลอาบสองแก้ม - ไม่ต่างจากหล่อน
เขาหลับตานิ่งนาน
หล่อนเริ่มทำดูบ้าง
สูดลมหายใจแรง และหลับตา
ความบ้าคลั่งค่อย ๆ ถูกเข้ามาแทนที่
หญิงสาวเห็นภาพตัวเอง
เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ
ก่อนภาพค่อย ๆ ฉายมันพังครืนลงต่อหน้า
เหมือนชุดประกอบของเด็กเล่นถูกกวาดทิ้ง
บางเรื่อง
หล่อนจำมันไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ
หญิงสาวใช่้ชีวิตมาอย่างลำพัง
ความสัมพันธ์ฉาบฉวยครั้งแล้วครั้งเล่า
การโหยหาความสุขที่ไม่รู้ว่าคืออะไร
การเดินทางอันโดดเดี่ยวและไร้สีสัน
ฉายซ้ำไปซ้ำมาจนหล่อนร้องไห้โฮอย่างดังโดยไม่สนใจใคร




 
ไม่นานนัก
มือใครคนหนึ่ง ก็แตะกุมที่มือของหล่อน
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาพบชายหนุ่มคนข้าง ๆ
เขายิ้มพราย
แววตายังมีน้ำใสล่อหน่วย



"รถคันนี้กำลังเดินทางกลับ
ถ้าคุณต้องการไปที่อื่น ก็สามารถลงป้ายหน้าเพื่อต่อรถได้"



หล่อนยกมือปาดน้ำตา
หัวใจรู้สึกเยือกเย็นขึ้น


"นี่ถึงปลายทางแล้วหรอ?"



"ใช่ครับ เมื่อครู่นี้
 ' หุบเขาน้ำตา '  
ผมเดินทางมาที่นี่ทุกปี - เพื่อนึกถึงหล่อน
เรื่องบางเรื่อง เราไม่ได้อยากลืม
แต่กาลเวลาผ่านไปจนเรากลับจำมันแทบไม่ได้
เพราะทุกคนบอก
ว่าเราไม่ควรเสียเวลาฟูมฟายกับเรื่องน่าเศร้าเหล่านั้น
เขาไม่รู้ ว่าความเศร้าเหล่านั้น
ช่างมีความหมาย
แต่เป็นความหมาย .. ที่เราไม่อาจรักษามันต่อไปได้ ก็เท่านั้น"




หญิงสาวเข้าใจ
ถึงห้วงวินาทีความเยือกเย็นที่เกิดขึ้นในอก
หล่อนยิ้มให้กับเขา



"หวังว่าเราอาจจะพบกันอีก
ชีวิต
ไม่เคยปล่อยให้เราแสดงความอ่อนแอมาได้บ่อย ๆ
แล้วเจอกันครับ..."



รถจอดเทียบป้ายในเวลาต่อมาไม่นานนัก 
หญิงสาวก้าวเท้าเดินลงเพียงลำพัง
มองตามหลังรถโดยสารจนลับสายตา
แหงนมองป้ายเหนือศีรษะ

 'ชานชาลาแห่งการเริ่มต้น'.
.
.
SHARE
Written in this book
นิทาน - นาน ๆ ที
เรื่องเล่า เรื่องสั้น นิทาน ฯลฯ หรืออะไรก็ตามที่คุณเรียกสิ่งที่มีเพียงตัวอักษร กับ อารมณ์ เท่านั้น นอกเหนือจากนั้น มันจริงเกินไป - ฉันไม่เอา
Writer
23rdHint
Storyteller
คนธรรมดา

Comments