สร้างชีวิตดีๆด้วย "ระบบ"
ผมมีประสบการณ์ในการไปฟังธุรกิจขายตรงมาบ้าง การพูดของวิทยากรส่วนใหญ่จะคอยกระตุ้นให้เราเริ่มทำอะไรบางอย่าง (อย่างเช่นมาทำขายตรงไง)

แต่นอกจากเรื่องพวกนั้นแล้ว ผมก็จับใจความได้อีกอย่างนึง นั่นคือ ระบบของธุรกิจ  

วิทยากรขายตรงมักจะยกตัวอย่างว่าการทำธุรกิจนั้นเป็นเรื่องยาก มีความวุ่นวาย ต้องบริหารทั้งทรัพย์สินและทรัยากรมนุษย์

แต่ถ้าคุณมาทำขายตรง คุณจะไม่ต้องปวดหัวเรื่องพวกนั้น นั่นก็เพราะธุรกิจขายตรงมีระบบที่ดี

ระบบที่ดีคือต่อให้คุณไม่ต้องทำงาน คุณก็ยังมีรายได้เข้าทุกเดือน เป้าหมายในการทำธุรกิจของคุณก็ควรจะทำให้ได้ถึงขั้นนี้ คุณต้องสร้างระบบ passive income ที่ให้เงินคุณทุกเดือนโดยไม่ต้องทำงาน

ฟังเรื่องนี้ทีไรน่าตื่นเต้นเสมอ ถึงคุณจะไม่ได้ทำขายตรง คุณก็ควรนำหลักข้อนี้ไปใช้ 
แต่พอพูดถึงเรื่องระบบแล้ว เราเอาไปใช้ได้แค่เรื่องธุรกิจอย่างเดียวจริงๆเหรอ
ความจริงแล้ว เราสามารถนำระบบไปใช้กับเรื่องใกล้ตัวอย่างชีวิตของเราได้

ถ้าเป้าหมายของคุณคือสร้างธุรกิจที่ดี คุณก็ต้องสร้างระบบขึ้นมา  
ถ้าเป้าหมายของคุณคือความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน คุณก็ต้องสร้างระบบขึ้นมา 
ถ้าเป้าหมายของคุณคือชีวิตที่ดีกว่าเดิม คุณก็ต้องสร้างระบบขึ้นมา 

ระบบจะทำให้เราจัดการสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น ถ้าคุณรู้สึกว่าชีวิตยุ่งเหยิงล่ะก็ คุณก็ต้องรีบสร้างระบบเลย เพราะมันจะขจัดความยุ่งเหยิงออกไปจากชีวิตคุณ

แล้วชีวิตที่เป็นระบบมันเป็นยังไง ผมขอยกตัวอย่างของ John C. Maxwell 
 
Maxwell ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาตนเอง ดังนั้นเขาจึงมีระบบในการพัฒนาตนเองด้วย โดยเขาพยายามอ่านหนังสือ 4 เล่มในทุกเดือน โดยเลือก 2 เล่มที่อ่านจบค่อนข้างเร็วและอีก 2 เล่มที่อยากอ่านให้ละเอียดจริงๆ

ระหว่างการเดินทาง เขาก็ยังฟังแผ่นซีดีในรถ (กรณีของเขาเป็นบทเทศน์ เนื่องจากเขาเป็นบาทหลวงด้วย) เขาจะเลือกแผ่นที่ดีเท่านั้น ถ้าแผ่นไหนฟังแล้วไม่ดี ก็หยุดแล้วเปลี่ยนแผ่น โดยเขาฟังซัก 5 นาทีแล้วหยุด จากนั้นให้คนถอดข้อความเพื่อมาอ่านทุกคำ ถ้าเป็นยุคเรา ก็เป็นการฟัง podcast หรือหนังสือเสียงเพื่อเสริมความรู้

เขามีระบบจัดเก็บเรื่องราว คำพูดของคนอื่น และบทความดีๆ โดยหากเจอบทความที่ชอบ เขาก็จะฉีกออกมาแล้วเขียนหัวข้อไว้ด้านบนสุดว่าควรเก็บไว้ในประเภทไหน จากนั้นนำไปใส่แฟ้ม นอกจากนี้เขามักจะเก็บคำคมไว้ในแอพ Notes ด้วย (ส่วนผมชอบเขียนคำคมโดนๆลงสมุดมากกว่า)

ถ้าเขาต้องการนั่งคิด เขาก็มีเก้าอี้สำหรับนั่งคิดด้วย (เป็นเหมือนฐานลับของเขา)

เขามีระบบในการวางแผน โดยจะดูปฏิทินล่วงหน้าไป 6 สัปดาห์ เพื่อให้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและวางแผนได้ และทุกเช้าจะทบทวนตารางของวันนั้นแล้วถามตัวเองว่า เหตุการณ์สำคัญในวันนี้คืออะไร

ขนาดรอคิวและการทำกิจกรรมทั่วๆไปก็ยังมีระบบ
ถ้าไปดูการแข่งฟุตบอลกับเพื่อน แล้วพวกเขาไปที่แผงขายอาหาร หากมีคนรอคิว 3 แถว Maxwell จะยืนแถวหนึ่งและให้เพื่อนไปเข้าคิวอีก 2 แถว ถ้าใครได้ก่อน ก็ซื้อให้ทุกคน ซึ่งทำให้ประหยัดเวลา
น่าจะพอเห็นภาพกันบ้าง ถ้าถามว่าจำเป็นต้องสร้างระบบจริงๆเหรอ ทำไมบางคนดูไม่คิดอะไรก็ยังทำอะไรสำเร็จได้  

ต้องบอกว่า แม้บางครั้งการทำอะไรที่ไร้กลยุทธ์อาจจะใช้ได้ผล แต่จะทำได้ไม่กี่ครั้งและทำซ้ำแบบเดิมไม่ได้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ผลลัพธ์ดีๆทุกครั้ง คุณก็ควรต้องมีระบบเพราะระบบคือกระบวนการที่คนใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายตามหลักการและวิธีการที่เฉพาะเจาะจง มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนและทำซ้ำได้ 

ลองมาดูแนวทางการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพกันซักหน่อยว่าต้องมีอะไรบ้าง

1) ระบบต้องคำนึงถึงภาพรวม - คุณต้องรู้ก่อนว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคืออะไร คุณต้องตั้งเป้าหมายก่อน ถึงจะสร้างระบบได้

2) ระบบจะใช้ประโยชน์จากการจัดลำดับความสำคัญ - คุณต้องสร้างระบบที่ช่วยให้คุณทำงานตามลำดับความสำคัญได้ ถ้าระบบของคุณบอกว่าหน้าที่นี้ควรมอบให้คนอื่นจัดการ คุณก็ควรจะทำตามนั้น

3) ระบบต้องมีการวัดผล (อีกแล้ว) - ระบบกับการวัดผลเป็นของคู่กัน ถ้าเราวัดอะไรไม่ได้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า เราพัฒนาอะไรไปแล้วบ้าง สร้างระบบขึ้นมาแล้วก็อย่าลืมวัดว่าผลลัพธ์ดีขึ้น
รึเปล่าหรือว่าไ่ม่ได้แตกต่างจากเดิม

4) ระบบต้องเอาไปประยุกต์ใช้ได้ - ถ้าระบบกับการกระทำไม่ไปทางเดียวกันแล้วเราจะสร้างมันไปทำไม ระบบจะไม่มีค่าต่อเมื่อคุณไม่นำไปใช้หรือคิดมาแล้วไม่สามารถเอามันไปใช้ได้

5) ระบบต้องมีการจัดระเบียบ - ลองนึกถึงห้องสมุดที่วางหนังสือกระจัดกระจายดู คงยากที่จะหาหนังสือเจอ ระบบที่เป็นระเบียบจะทำให้คุณพบคำตอบได้ทันทีที่คุณต้องการเพราะคุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณทำจะนำไปสู่เรื่องไหนต่อไป

6) ระบบต้องมีความสม่ำเสมอ - คุณต้องสร้างระบบที่สามารถทำซ้ำได้เหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนแพ็คเกจแบบไหน วิธีกินก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ถ้าคุณสามารถออกแบบระบบได้ตามนี้แล้ว ก็แน่ใจได้เลยว่าหลายๆอย่างในชีวิตคุณกำลังดีขึ้น การออกแบบระบบไม่จำเป็นต้องจบด้านสถาปัตย์มา คุณจะเป็นใครก็สามารถทำได้ นอกจากนั้น Michael E. Gerber ผู้เขียนหนังสือ The E-Myth ยังบอกอีกว่าระบบนี่แหละสามารถทำให้คนธรรมดาอย่างเราๆสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เหนือธรรมดาได้  

ลองเลือกมาซักอย่างหนึ่งที่คุณอยากทำให้มันดีขึ้น 

ส่วนของผมน่ะเหรอ คงเป็นสร้างระบบที่ทำให้ไขมันลดลงล่ะมั้ง  



ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือ The 15 Invaluable Laws of Growth
SHARE
Written in this book
All about Mindset
เติมพลังชีวิต ด้วยการอ่านเรื่องราวดีๆ
Writer
ChanWrite
Readaholic / INFJ
This is my sandbox.

Comments