เรียงความเรื่อง.. พ่อ...
ครั้งหนึ่ง.... เมื่อฉันเยาวัย ฉันเคยที่บุกก่อกวนที่ทำงานของพ่อ(อู่ซ่อมรถยนต์หน้าบ้านฉันเอง) จนพ่อฉันเอาไม้เรียวไล่ตีฉันจากหน้าบ้านไปกลางถนน และแม่ฉันจะคอยโอ๋ฉันทุกที ครั้งนั้นฉันจำได้ว่าโกรธพ่อมาก จนฉันไม่อยากจะคุยกับพ่อเลยล่ะ

ครั้งมัธยมต้น ฉันได้พบเจอเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่กลุ่มที่เลวร้ายอะไร แค่พากันเข้าร้านเกมส์ธรรมดา สมัยนั้นเป็นยุคของเกมส์ PS2 ที่สนุกมาก และฉันก็เสพติดการเล่นเกมส์ถึงขนาดไม่กลับบ้าน จนพ่อฉันต้องมาไล่ฉันกลับบ้าน ขัดใจวัยรุ่นจริงๆ แต่วันถัดมาฉันก็ขอเงินพ่อเพื่อไปเล่นเกมส์เหมือนเดิม 5555

และเมื่อฉันโตขึ้น จนเข้า ม.ปลาย ช่วงนั้นฉันเห็นพ่อทำงานหนักมาก ฉันเลยอยากจะเข้าไปช่วย แต่ก็เจอไล่ตะเพิดกลับมา พ่อบอกว่าฉันจะเป็นตัวถ่วงแกเปล่าๆ ให้ไปหาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ดีกว่า ฉันรู้สึกนอยพ่อนะ ทำไมต้องว่าฉันด้วย แต่แม่ก็บอกกับฉันว่า ลูกต้องเตรียมตัวสอบ เอาเวลาไปอ่านหนังสือเถอะ

และเมื่อครั้งฉันสอบได้ข้าราชการเหล่าหนึ่ง ในวันนั้นฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ ฉันจำได้ว่าพ่อบอกว่า "ดีใจด้วยนะ" แล้วพ่อก็หันไปทำงานต่อ....
โถ่.. ดีใจแค่นั้นเองหรอพ่ออออ ??? 

หลังจากเข้าโรงเรียนฝึก ฉันได้แวะเวียนกลับมาบ้านบ้างเพราะไม่สามารถออกจากโรงเรียนได้บ่อยๆเหมือนคนอื่นเขา ( โดนกักเวรตลอด ไม่รู้ครูฝึกจะชอบจับผิดอะไรฉันนัก) แต่จะมีแอบใช้โทรศัพท์ที่ซุกไว้ โทรกลับบ้านหาแม่บ่อยๆ

เวลาผ่านไปประมาณ 7 เดือน วันนั้นเป็นวันศุกร์ ฉันโดนกักเวรอีกแล้ว และฉันก็ได้โทรศัพท์กลับไปที่บ้าน เพื่อจะขอเงินค่ารถกลับบ้าน เพราะยังไงอาทิตย์หน้าจะเป็นการสอบจัดอันดับ หลังจากการสอบจะปล่อยพักทุกคน
ฉันได้โทรกลับไปหาแม่ และเล่าเรื่องต่างๆตามประสาแม่ลูกคุยกัน และตบท้ายด้วยการขอเงินค่ารถดังใจหวัง


เวลาผ่านพ้นไป การสอบเป็นได้ด้วยดี และเมื่อถึงวันศุกร์ ตอนนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็น ฉันได้ออกจากโรงเรียน แล้วกำลังจะโทรหาแม่เพื่อบอกว่าจะขึ้นรถตู้กลับบ้านวันนี้นะครับ เตรียมกับข้าวไว้รอเลยนะ....
แต่ ปลายสายนั้น เป็นพี่สาวของฉัน บอกว่าให้ฉันเปลี่ยนปลายทางมาหาพี่ ที่ รพ.ตำรวจ เลย เพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่ ทุกคนอยู่ที่นี้หมดแล้ว... สิ้นสุดบทสนทนา คำถามเกิดขึ้นในหัวฉันมากมาย ฉันกดเงินที่แม่โอนมาให้ และได้นั้งรถตู้เพื่อเข้ากรุงเทพ และนั้งคิดไปเรื่อยเปลื่อย ว่าทำไมต้องไป รพ.ตำรวจ ... ใครเข้าโรงพยาบาล ?? เพิ่งมีสิทธิรักษาฟรีก็รีบใช้เลยหรอ ?

เมื่อถึง รพ. ฉันได้โทรหาพี่ และสนทนากับ 2-3 ประโยค พี่สาวของฉันเสียงสั้นเครือ และบอกกับฉันว่า
เข้มแข็งไว้นะ ทำใจให้สบาย และขึ้นมาชั้น 2 ห้องขวามือ
ฉันรีบวิ่งขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว เพราะอยากได้คำตอบของคำถามทั้งหมด เมื่อฉันเดินไปถึงหน้าห้องนั้น ฉันก็พบพี่สาวของฉันกำลังยืนรอฉันอยู่...
ใบหน้าของพี่สาวฉันเต็มไปด้วยคราบน้ำตา และก็บอกฉันให้ตามมา

ฉันเดิมตามพี่สาวฉันไป จนถึงห้องๆหนึ่งที่มีม่านกั่นอยู่ พี่สาวฉันเปิดม่านเพื่อพาฉันเข้าไป และภาพที่ฉันได้เห็นคือ..

พ่อของฉัน ที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วย พร้อมกับอุปกรณ์มัดแขนมัดขา ที่พันทธนาการร่างของพ่อฉันไว้กับเตียง
พ่อ !!!!!!!!!!!!!!!!
ฉันตกใจจนเผลอพูดออกมาเสียงดัง ก่อนจะพุ่งเข้าไปใกล้ๆพ่อฉันที่ข้างๆเตียง โดยมีแม่กับพี่สาวยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเตียง
พ่อ ???... ใครคือพ่อ... แล้วหนูเป็นใคร.... แล้วทำไมลุงถึงมาอยู่นี้... บ้านลุงล่ะ? ลุงอยากกลับบ้าน..... แม่พาพ่อกลับบ้านหน่อย...
คำพูดขอพ่อ ที่พูดกับฉันในตอนนั้น.... ทำให้ฉันน้ำตาไหลโดยที่ไม่รู้ตัว.. ฉันได้บีบมือพ่อเบาๆ ก่อนจะหันไปถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่บอกกับฉันว่า พ่อตกเสาไฟฟ้า.... ฉันงุนงงอยู่พักหนึ่ง แม่จึงพาฉันออกจากห้องนั้น เพราะคุยเสียงดังไม่ได้

เรื่องที่แม่เล่าบอกฉัน ในวันที่ฉันโทรไปขอเงินค่ารถ เป็นวันที่มีเพื่อนบ้านฉัน จ้างพ่อให้ไปช่วยติดหลอดไฟประดับสวน เมื่อพ่อฉันปีนบันไดเพื่อติดหลอดไฟนั้น พ่อฉันถูกไฟช็อตและกระเด้นตกใส่ศาลพระภูมิเจ้าที่ และตกลงมาหัวฟาดพื้น ทำให้หัวแตกและหัวใจหยุดเต้นทันที ในตอนนั้นทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันอุ้มพ่อฉันขึ้นรถกระบะ และส่ง รพ.ประจำอำเภอทันที เมื่อถึงมือหมอ ก็เป็นระยะเวลากว่าครึ่งชั่วโมงมาแล้ว หมอจึงได้ถามแม่ว่าสมองขาดเลือดมานาน ถ้าปั้มให้หัวใจเต้นได้ ไม่รับปากว่าจะกลับมาเหมือนคนเดิม แต่แม่ฉันก็ยืนยันจะให้ปั้มเรื่อยๆ โดยในที่สุด พ่อฉันก็พื้นกลับมา แต่ด้วยสมองที่ขาดเลือดมาเลี้ยงนานเกินไป จึงทำให้สมองบางส่วนตาย ความทรงจำจึงหายไป.... จำทุกอย่างไม่ได้เลย ยกเว้นแม่และบ้านของเรา..

เดี๋ยวนะ..?? ถ้าเรื่องมันเกิดมาอาทิตย์หนึ่ง แล้วทำไมฉันเพิ่งมารู้..

แม่บอกกับฉันว่า ทั้งหมดนี้พ่อขอมา.. เพราะหลังจากวางสายครั้งนั้น พ่อได้บอกกับแม่ว่า ลูกพ่อกำลังสอบ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรในบ้าน ห้ามบอกลูกนะ เพราะลูกจะไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือสอบ
ฉันเพิ่งได้รู้จักกับการคุกเข่าร้องไห้ ก็หลังจากที่แม่พูดจบนั้นล่ะ ในวันนั้น ภาพความทรงจำทุกอย่างได้ผุดขึ้นมาในหัวฉันอีกครั้ง ในวัยเด็กพ่อฉันต้องเสี่ยงกับการอยู่ท่ามกลางกลิ่นเหม็นของสีและกลิ่นน้ำมัน เพื่อหาเงินซื้อของเล่นให้ฉัน.... ในวันที่ฉันติดเกมส์ พ่อต้องนอนใต้ท้องรถเพื่อหาเงินให้ฉันเล่นเกมส์ไปวันๆหนึ่ง.... ในช่วง ม.ปลาย พ่อฉันไม่ยอมให้ฉันช่วยงานพ่อ เพียงเพราะอยากให้ฉันอ่านหนังสือสอบ.... ในช่วงที่สอบข้าราชการได้ พ่อของฉันเป็นคนที่ดีใจมากที่สุด เพราะเวลาไปรับจ้างใคร พ่อจะพูดแต่เรื่องฉันด้วยความภูมิใจ จนมีแต่คนรู้จักฉัน..... และในวันที่ฉันอยู่ในช่วงสำคัญของชีวิต พ่อของฉันก็ยังเป็นห่วงฉัน กลัวว่าฉันจะทำข้อสอบได้ไม่ดี....



และเมื่อวันที่ฉันจบ แม่ได้พาพ่อฉันมางานวันจบของฉันด้วย พ่อของฉันซึ่นตอนนั้นเป็นแค่ชายแก่หน้านิ่งๆ ได้แต่ถามแม่ว่าเรามาที่นี้ทำไม งานของใคร ? แม่ก็ได้แต่ตอบพ่อว่า งานวันจบของลูกนะ ลูกเราเข้าจบได้เป็นข้าราชการเต็มตัวแล้วนะ... ... ฉันยืนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพ่อจะลืมฉันได้ และเมื่อเสร็จสิ้นพิธีงานจบ ระหว่างที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อเครียมตัวรับตำแหน่ง ฉันได้ก้มกราบเท้าท่านทั้งสอง และในขณะที่ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง ได้มีเสียงของชายแก่ พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่มีความสุขว่า
ยินดีด้วยนะ.... ลูกพ่อ....ทุกคนในครอบครัวเราตกใจมาก เพราะหลังจากที่พ่อพูด พ่อได้ยิ้มให้ฉัน...... นั้นเป็นรอยยิ้มแรกที่พ่อยิ้ม และเป็นคำว่า "ลูกพ่อ" ครั้งแรกที่ฉันได้ยินหลังจากที่พ่อของฉันประสบอุบัติเหตุ....... และในหัวของฉัน มันไม่มีวันเป็นรอยยิ้มสุดท้าย..
พ่อของฉันคือคนที่แสดงออกน้อยที่สุด แต่กลับเป็นคนที่รักและเป็นห่วงฉันมากที่สุด
 

....... พ่อ.. ยังไงก็คือพ่อ และไม่ว่าจะแสดงออกแบบไหน ยังไง พ่อก็คือคนที่รักเรามากที่สุดคนหนึ่งครับ.......

SHARE
Writer
IhaPao
Bro.Bear
เรื่องราวชีวิตของไอ่บ้าคนหนึ่งในโลกโซเชี่ยลที่กว้างใหญ่

Comments