เสียดายนะ ที่เรายังไม่ทันได้รู้จักกัน
วันนี้เป็นวันเกิดของฉัน
ฉันเลยนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ
เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
โดยเฉพาะ
ช่วงวัยรุ่น
ช่วงชีวิตมัธยมปลาย

ในช่วงชีวิตวัยรุ่นของฉัน
ค่อนข้างน่าเบื่อนิดหน่อย
เพราะฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหน

ช่วงเปิดเทอมฉันตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน
ตกเย็นก็กลับบ้าน
บางวันก็มีเรียนพิเศษ
ส่วนช่วงปิดเทอมฉันก็นอนตื่นสาย
กว่าจะกินข้าวเช้าก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว

ฉันจำได้เมื่อตอนเปิดเทอมม.ปลายแรก ๆ
ฉันเครียดเรื่องเรียนมาก
ฉันกลัวว่าตัวเองจะเรียนไม่ได้
กลัวว่าจะเรียนไม่ทันเพื่อน

จนกระทั่งวันหนึ่ง
ผลสอบเก็บคะแนนวิชาเคมีออก
ฉันสอบตก
ตอนนั้นฉันเครียดมาก
ความจริงมันไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่ฉันสอบตกวิชานี้
เพราะมันไม่ใช่ครั้งแรก
ฉันถึงร้องไห้ออกมา
เพราะฉันคิดว่าฉันพยายามมากพอแล้ว
แต่สุดท้ายผลมันก็ออกมาเป็นเหมือนเดิม

หลังเลิกเรียนวันนั้นฉันเดินไปป้ายรถเมย์หลังโรงเรียนเพื่อที่จะรอรถเมย์
วันนั้นคนบนรถเมย์ค่อนข้างมาก
ฉันเลยต้องยืน
ฉันยืนมองออกไปนอกหน้าต่างของรถเมย์
แล้วคิดเรื่องคะแนนสอบวนไปมาอยู่ในหัว
จนกระทั่ง
ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ยืนอยู่ข้างฉันคือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง
เขายืนจับเก้าอี้ตัวเดียวกันกับฉัน
และมือของเขาสัมผัสกับมือของฉัน
ฉันจึงเลื่อนมือลงไปเรื่อย ๆ
แล้วเขาก็เลื่อนมือลงตามฉัน
จนมือของฉันและเขาสัมผัสกันอีกครั้ง
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ คือ
ฉันกำลังยืนอยู่
แล้วรถเมย์เกิดเบรกกระทันหันฉันเลยเกือบล้มใส่เขา
ฉันหันหลังเพื่อไปกล่าวขอโทษ
แต่ฉันไม่ทันได้มองหน้าของเขา
ฉันกล่าวขอโทษเสร็จก็หันกลับมามองไปที่หน้าต่างเหมือนเดิม
ตอนนั้นน้ำตาฉันคลอ
ฉันคิดอยากจะกลับไปถึงบ้านแล้ว
ฉันอยากร้องไห้
อยากร้องโฮออกมา
หลังจากนั้นฉันจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ามือของเขาจับเก้าตัวเดียวกันกับฉัน

ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมาก
ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นผู้ชายและน่าจะอายุน้อยกว่าฉัน
มือของเขาที่จับเก้าอี้อยู่นั้นเป็นมือซ้าย
มีภาพการ์ตูนที่ถูกวาดด้วยปากกาน้ำเงิน
แต่ฉันไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร

เวลาผ่านไปหนึ่งปี

ฉันได้พบกับเขาอีกครั้ง
บนรถเมย์สายเดิม
ฉันยืนมองออกไปนอกหน้าต่างอีกเช่นเคย
แต่เขาไม่ได้ยืนอยู่ข้างฉันเหมือนครั้งที่แล้ว
เขายืนอยู่ค่อนข้างไกลจากฉัน
แต่เขามองเห็นฉัน

"คนนั้นอะ น่ารัก"
"ไหน"
"คนนั้นไง ที่ยืนอยู่ตรงนั้น"
"ไม่เห็นจะน่ารักเลย"
"น่ารักจะตาย"

ฉันได้ยินเสียงที่เขาพูดกับเพื่อนแว่ว ๆ
แต่ฉันก็ไม่ได้คิดหรอกว่าพวกเขาหมายถึงฉัน
เพราะอะไรรู้มั้ย
เพราะฉันคิดเสมอว่าฉันไม่ได้สวยหรือน่ารัก
และคงไม่มีใครมาชอบหรือจีบฉันหรอก

จนกระทั่ง

มีป้าคนหนึ่งที่นั่งอยู่ลุกขึ้น
เพื่อที่จะลงรถเมย์ป้ายหน้า
ฉันจึงเดินไปที่ตรงนั้น

"มึงก็เดินไปขอเบอร์เค้าดิ"
"ไม่กล้า"

จนกระทั่งฉันนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้น

"เชี่ย นั่งแล้วว่ะ"

เสียงของเขาพูดขึ้น

เป็นอีกครั้ง
ที่ฉันไม่ได้เห็นหน้าของเขา

ที่ฉันรู้ว่าทำไมเขาเป็นคนเดียวกับเด็กผู้ชายเมื่อปีที่แล้ว
ก็เพราะแฝดของฉัน
ครั้งแรกที่ฉันพบกับเขา
แฝดของฉันเห็นหน้าเขา
เธอบอกกับฉันแค่ว่า
บนหน้าของเด็กผู้ชายคนนั้นมีไฝอยู่
และเขาเป็นน้องเราหนึ่งปี
เพราะเห็นเลขโรมันที่ปักอยู่บนเสื้อนักเรียน

ผ่านไปไม่กี่วัน
ฉันได้พบกับเขาบนรถเมย์สายเดิมอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ฉันได้นั่งเก้าอี้นะ
ฉันนั่งข้างป้าคนหนึ่ง
ถัดจากป้ายที่ฉันขึ้น
ฉันเห็นเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งรอขึ้นรถเมย์หลังจากเลิกเรียน
เด็กผู้ชายคนหนึ่งเดินขึ้นรถเมย์มาพร้อมกับเพื่อนอีกคน
และหันมามองที่ฉันอย่างกะทันหันโดยที่เขายังก้าวขาขึ้นบันไดอยู่
นั่นทำให้ฉันประหลาดใจ
เขายืนอยู่ข้างเด็กผู้หญิงโรงเรียนเดียวกันกับฉัน
ตอนนั้น
ฉันคิดว่าเค้ามองเด็กผู้หญิงคนนั้น
และเขาจะจีบเธอ

แต่เปล่า

เขาชะเง้อหน้ามามองฉันแล้วจับมือเพื่อนเขาเดินมายืนอยู่ฝั่งหน้าต่างตรงข้ามกับที่ฉันนั่ง
เขาหันมามองฉัน
ฉันเห็นจากหางตาของตัวเอง

ตอนนั้นฉันรู้ว่าเป็นเขา
เพราะการกระทำของเขานั่นแหละ
ฉันรู้ว่าเขาชอบฉัน
ฉันรู้ว่าเขาอยากขอเบอร์ฉัน
และ
ฉันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า

ป้ายก่อนหน้าที่ฉันจะลง

ป้าที่นั่งข้างฉันลงป้ายนั้น
และที่ข้างฉันว่าง
ฉันคิดว่าเขาคงไม่กล้ามานั่งข้างฉันหรอก
แต่เปล่า
เขาเดินมาและนั่งลงข้างฉัน
จากนั้นเขาหันไปยิ้มให้กับเพื่อนของตัวเองที่เดินไปนั่งอยู่ด้านหลังเขา

ฉันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยนะ
ที่มีคนมาชอบฉัน
เพราะตั้งแต่เล็กจนโต
ยังไม่เคยมีใครมาแสดงออกกับฉันแบบนี้ แสดงออกว่าเขาชอบฉัน

แต่มันก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ
เพราะป้ายถัดไปฉันก็ต้องลุกขึ้นแล้ว

ความจริงครั้งนี้ฉันได้เห็นหน้าของเขาแล้ว
แต่สุดท้ายฉันก็ลืม
ลืม ว่าเขาหน้าตาเป็นยังไง
และฉันก็ไม่ได้เจอกับเขาอีกเลย
เวลาผ่านไปนานมาก
แต่ยังไม่ถึงปี
ฉันก็ได้พบกับเขาอีกครั้งบนรถเมย์สายเดิม

เขาเดินขึ้นรถเมย์มาพร้อมกับเพื่อน
วันนั้นรถเมย์คนน้อยมาก
มีที่นั่งเหลือเฟือ
ฉันนั่งกับแฝดของฉันตรงเบาะคู่แถวกลาง ๆ
และเขากับเพื่อนเดินไปนั่งแถวหลังสุด
"คนเดียวกัน"
ฉันได้ยินเสียงของเพื่อนเขาพูดเเว่ว ๆ

เขาคงจำฉันไม่ได้
เหมือนที่ฉันจำเขาไม่ได้

แต่ที่ฉันรู้ว่าเป็นเขาก็เพราะแฝดของฉันที่จำหน้าเขาได้อีกเหมือนเคย
และครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน
ฉันไม่ได้เจอกับเขาอีกเลยหลังจากนั้น
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งปี
จนกระทั่งฉันจะจบม.ปลายแล้ว
เราก็ยังไม่ได้พบกันอีกครั้ง

ตลอดเวลาในช่วงที่ฉันได้พบเจอกับเขา
ฉันไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้มากนัก
เพราะช่วงเวลานั้น
ฉันเองก็มีคนที่ฉันแอบชอบ

และครั้งที่เขาเข้ามานั่งข้างฉัน
ฉันรู้ว่าเขารู้สึกยังไง

เพราะ

เรามักจะดีใจทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้กับคนที่แอบชอบ

ฉันอยากขอบคุณเขานะ
ที่เข้ามาทำให้ฉันมีความสุขในช่วงเวลาสั้น ๆ
ขอบคุณมากจริง ๆ
ที่ทำให้ฉันรู้ว่าบนโลกใบนี้มีคนที่ชอบคนแบบฉัน

เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ฉันรู้สึกว่า
ถึงแม้ว่าโลกใบนี้จะดูกว้างใหญ่ไปหน่อย
จนทำให้ฉันคิดว่าคงไม่มีทางที่ฉันจะได้เจอกับใครสักคนที่ทำให้เรื่องราวความรักของฉันเป็นเหมือนในนิยายรักโรแมนติก
แต่สุดท้ายโลกที่กว้างใหญ่นั่นแหละที่ทำให้เรื่องราวที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้

เสียดายนะ
ที่ตอนนั้นฉันไม่ได้นึกถึงเขาให้มากพอ
เสียดายนะ
ที่เรายังไม่ทันได้รู้จักกัน
เสียดาย
เพราะไม่รู้ว่าเราจะได้พบกันอีกมั้ย
และถึงได้พบกันอีกครั้ง
ฉันก็คงจำเขาไม่ได้
เขาเองก็เช่นกัน
คงจำฉันไม่ได้
และเขาเองก็คงไม่บ้าแอบชอบฉัน
คนที่ไม่รู้จัก
ไปตลอดหรอกนะ

เราจะได้พบกันอีกมั้ย
และหากเราพบกันอีกครั้งเป็นไปได้มั้ยที่เราจะได้ทำความรู้จักกัน
ไม่ใช่แค่เดินผ่านกันไป
จะมีเหตุการณ์อะไรทำให้เราจำกันได้มั้ย
จำได้ว่าเราเคยเจอกัน
จำได้ว่าเขาเคยชอบฉัน

ฉันรู้ว่ามันสายไปแล้วตอนนี้
แต่ฉันอยากให้เขารู้นะ
ว่าฉันเองก็ชอบเขา
อาจจะรู้สึกตัวช้าไปหน่อย
แต่ก็ดีกว่าที่เขาจะรู้ว่าฉันไม่ได้ชอบเขา
และฉันจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย

ผ่านมานานแล้วสำหรับเรื่องนี้
แต่ฉันยังจำมันได้
และฉันก็ไม่อยากจะลืม
วันนี้ฉันเลยมาเขียนบันทึกไว้สักหน่อย
ว่าชีวิตม.ปลายของฉันมันไม่ได้น่าเบื่อซะหมด
มันยังมีเรื่องที่ทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำอยู่
อิอิ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ
SHARE
Written in this book
มัธยมปลาย
บันทึกชีวิตมัธยมปลาย ช่วงเวลาที่มีค่าของฉัน ช่วงเวลาที่ฉันคิดถึงมากที่สุด
Writer
ppen
student
ชอบสีเขียวที่สุดในโลก

Comments

suncha
14 days ago
น่ารักจังเลย ขอให้วันนึงได้รู้จักกันนะคะ
Reply
ppen
14 days ago
ขอบคุณนะคะ :)