after sunset.
แด่คุณ, 
และอาทิตย์ตกดิน(ที่เคยเป็น)ของเรา.

อยู่ด้วยกันอีกสักพักเถอะนะ... 
อย่าเพิ่งไปเลย...
 
ไม่ได้พูดออกไป แต่เอื้อมมือไปดึงชายเสื้อยืดย้วยๆ ให้คนที่ดูลังเลนั่งลงข้างตัว
ระหว่างเราเงียบงันเสียจนเสียงคลื่นกระทบฝั่งยังฟังชัดเจนขึ้นมา

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไรน่ะ” ฉันถาม
“สองวันก่อน มางานแต่งเจ๊แจมนั่นแหละ เดี๋ยวก็ไปแล้ว”
“ไม่คิดจะกลับมาอยู่ไทยจริงๆ เหรอ...”
“...”

“...คงไม่อะ”

“อื้ม ทำตามฝัน... ให้สำเร็จนะ...”
“...ขอบคุณนะ”

ฉันเพียงแต่มองตรงไปที่เส้นขอบฟ้า กลัวเขาจะเห็นความรู้สึกที่เต้นระริกไหวอยู่ในนัยน์ตา และอ่านไปได้ถึงสิ่งที่ฉันยังติดค้างในใจ ไม่ได้สบตา แต่ราวกับว่าเขารับรู้ได้...
อาจเพราะเขาเห็นฉันเม้มปากแน่นเหมือนกำลังสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง
หรืออาจเป็นเพราะเรารู้จักกันดีเกินไป... 

สามปีแล้ว นานเหมือนกันนะ
วันนั้นหลังจากที่ตกลงจะยุติความสัมพันธ์ เราก็มานั่งด้วยกันตรงนี้
ตลกดีที่เพื่อนรุ่นพี่ของเราทั้งคู่เลือกจะแต่งงานที่โรงแรมเดียวกับที่เรามาพักด้วยกันคราวนั้น
เราจึงได้เจอกันอีกครั้งในรอบสามปี บนชายหาดที่เราพบกันครั้งสุดท้าย
 วันนั้นเมื่อพระอาทิตย์คล้อยลงต่ำจนเกือบจรดผืนน้ำ ฉันก็รวบรวมความกล้า กระซิบขอให้เขาจูบลา 
ดวงตาสีดำของเขายิ่งดูดำลึกลงไปจนฉันอ่านไม่ออก เขาพยักหน้า

ฉันจึงหลับตาลง
รอคอย... 

และรอคอย... 
รอแล้วรอเล่าก็ไม่มีสัมผัส ไร้ซึ่งไออุ่นใด และเมื่อลืมตาขึ้นมา ก็ไม่มีเขาอยู่ข้างๆ อีกต่อไป
เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาอยู่ไกลๆ
วันนั้น เขาไม่แม้แต่หันมา และลับสายตาไปพร้อมกับที่แสงสุดท้ายหายลับไประหว่างผืนน้ำและท้องฟ้า

ฉันเคยกลัวความมืด เคยไม่ชอบช่วงเวลาเมื่อพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แต่เขารักแสงของมัน เมื่อเราสนิทกัน ฉันจึงถูกลากมานั่งดูพระอาทิตย์ตกเป็นเพื่อนเขาบ่อยๆ 

"มานั่งเป็นเพื่อนเราบ่อยๆ อะ เธอไม่เบื่อเหรอ"
"ก็สวยดี แต่บางทีก็เบืื่อนะ"
"เออ เราก็เบื่อเหมือนกัน เปลี่ยนมานั่งเป็นแฟนเราแทนดีไหม"
"ฮะ? ..."


และเมื่อฉันรักเขา... ก็กลายเป็นว่าฉันรักช่วงเวลาสีส้มแดงนั้นไปด้วยโดยปริยาย

เขาอธิบายในภายหลังผ่านโปรแกรมแชทว่าไม่ยอมให้ฉันจูบลา เพราะไม่อยากให้ฉันจดจำอาทิตย์ตกคู่ไปกับภาพเขา เขาบอกว่าอยากให้ฉันยังยิ้มได้เวลาได้มองแสงอาทิตย์สุดท้ายโดยที่ข้างกายไม่มีเขา

วันนั้นฉันคิดว่าฉันทำใจได้
ฉันใช้เวลาบอกตัวเองแบบนั้นมาตลอดสามปี
แต่วันนี้ฉันกลับไม่แน่ใจ



วันนี้ แสงจากดวงอาทิตย์ดวงกลมสีส้มแดงฉาบน้ำทะเลที่ขอบฟ้าให้เป็นสีเดียวกัน ทำให้ดูราวกับว่าดวงอาทิตย์กำลังหลอมละลายลงไปเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรกว้าง
ฉันจำต้องละสายตาจากแสงเงาอันงดงาม เมื่ออีกร่างข้างๆ กันเบียดเข้ามาใกล้
ไม่นานเปลือกตาก็ต้องปิดตัวลง พักการดื่มด่ำกับทัศนียภาพด้วยสายตาชั่วคราว เปลี่ยนมาดื่มด่ำกับสัมผัสอุ่นละมุนที่บดเบียดเข้ามาที่ริมฝีปากแทน 
และคล้ายว่าความรู้สึกต่างๆ ทั้งความเศร้า ความหวัง ความคิดถึง ต่างก็หลอมละลายเข้าด้วยกันในเวลาสั้นๆ นั้น

ไม่มีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่าริมฝีปากที่สัมผัสกันเบาๆ 
แต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นและสวยงามไม่ต่างจากแสงที่ริมขอบฟ้า
และฉันก็แอบหวังว่าดวงอาทิตย์จะติดใจสีของท้องฟ้าตอนนี้
และตัดสินใจค้างอยู่ที่เส้นขอบฟ้าไปอีกแสนนาน
ฉันไม่รู้ว่าเราค้างอยู่อย่างนั้นยาวนานเท่าไร รู้ตัวอีกทีก็เมื่ออีกฝ่ายผละออกไป
เมื่อลืมตาขึ้น ดวงอาทิตย์ก็ตกลับขอบฟ้าไปจนหมดดวงแล้ว
แต่เขายังคงนั่งอยู่ตรงหน้ากัน
แสงสุดท้ายเผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ ของเขาที่ทั้งสวยงามและแสนเศร้า

ฉันเข้าใจความหวังดีของเขาในวันนั้น
ช่วงเวลาอาทิตย์ตกดินเป็นช่วงเวลาที่สวยงามและแสนพิเศษจริงๆ นั่นแหละ
แต่เขาลืมไปหรือเปล่าว่าหลังจากที่ดวงอาทิตย์จมลับหายไปแล้ว
สิ่งที่เหลือ... จะเป็นความมืดและเงียบงันของค่ำคืน
ที่แตกต่างกับความสวยงามของดวงอาทิตย์จนยากเกินกว่าจะผ่านมันไปคนเดียว
 
วันนั้น เขาเลือกจะไป เพื่อให้ฉันตัดใจ และเรียนรู้ที่จะรักช่วงเวลาตะวันตกดินที่ไม่มีเขา
แต่ความรู้สึกที่คงอยู่มาตลอดสามปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้ผล

วันนี้ ฉันจึงขอให้เขาอยู่ 
ไม่ได้ขอให้อยู่ตลอดไป เพียงแค่อยู่เขียนความทรงจำใหม่ให้กับแสงอาทิตย์ที่จมหายไปในผืนน้ำ 
ให้ภาพสุดท้ายของเราไม่ใช่การที่เขาทิ้งฉันไว้กับทะเลสีดำที่แสนเหน็บหนาวอีกต่อไป

"ขอบคุณนะ" ฉันยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ 
เขาจึงดึงฉันเข้าไปกอดหลวมๆ และกระซิบแผ่วเบา
"ขอบคุณเหมือนกันนะ... ขอบคุณ...ที่เข้าใจ"


เขาไม่อยู่ตรงนั้่นแล้ว
เช่นเดียวกับแสงของดวงอาทิตย์
แต่ในความมืดของค่ำคืนไร้แสงจันทร์ ...สัมผัสอุ่นๆ ในหัวใจยังคงอยู่
เหมือนที่ภาพดวงอาทิตย์ตกน้ำ และคนในความทรงจำยังคงติดตา

และปฏิเสธไม่ได้ว่า
แม้ว่ามันจะแสนสั้น 
แต่ความทรงจำถึงช่วงเวลาเหล่านั้นก็เพียงพอแล้ว 
ให้ฉันจะผ่านค่ำคืนนี้ และคืนต่อๆ ไปได้
...โดยไม่มีเขา.

-- แรงบันดาลใจจากเพลง after sunset ของพี่เอิ๊ต ภัทรวี

https://youtu.be/ZXFIQXReJGA

SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าจากอีกฟากหนึ่ง.
ที่เก็บเรื่องเล่าเว้าแหว่งจากอีกฟากหนึ่งของความรู้สึก.
Writer
BlueBlackCat
แมวดำสีน้ำเงิน
A Black Cat in the Middle of Nowhere

Comments