Someone 1

มีใครหลายคนชอบบอกไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อตามหาใครอีกคนที่มาเติมเต็มคุณเป็นคนที่ช่างเพ้อฝันเกี่ยวกับความรักมากเเค่ไหน คุณเคยเฝ้าฝันหรือแอบหวังมาตลอดบ้างมั้ย ว่าในชีวิตนี้ เราอยากมีใครสักคน....
แล้วความหมายของคำว่า ใครสักคนที่ว่านั้น คุณคิดว่าเป็นเเบบไหน??

เราทุกคนต่างก็ตามหาคนที่เรารัก ความสัมพันในเเบบที่เราต้องการ เเละในส่วนมากนั้น คือคนที่เราต้องการที่จะให้อยู่ในสถานะ "คนรัก"

ผมเป็นนักเรียนหลังห้องคนนึงที่ไม่เคยสนใจความเป็นไปของโลกเเละสิ่งรอบข้างเลย และไม่ว่าจะโชคชะตาที่เล่นตลก หรือความบังเอิญใดๆก็ตาม ทำให้ได้มาเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นความฝันที่ผม เเละใครหลายคนอาจต้องการมากในวัยเด็ก

ช่วงเวลาในชีวิตของคนเราก็คงเหมือนการนั่งรถไปบนถนน  เริ่มต้นของการเดินทางมันช่างน่าตื่นเต้นเเละดูสนุกมาก ทุกๆสิ่งรอบข้าง ผู้คน วัฒนธรรมทุกอย่างเเตกต่างออกไป เด็กในกะลาคนนึงได้มาเผชิญโลกกว้างใบใหม่เพียงลำพัง รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่ปนมาพร้อมกับความกังวลในหนทางข้างหน้า การใช้ชีวิตลำพังในโลกที่ไม่มีใครรู้จักทำให้มีอิสระอย่างมาก เเละโดดเดี่ยวมากเช่นเดียวกัน ไม่ว่าอย่างไร มันคือเส้นทางที่เราเลือก เเละไม่มีทางให้เดินกลับ ก็คงจะต้องเดินต่อไป....

บทเรียนข้อที่ 1 เหนือสิ่งที่รู้ คือสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยรู้
เราเคยคิดว่าเราเข้มเเข็ง สามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ ใช้ชีวิตตัวคนดียวมาสักพักแล้ว ความไม่สนอะไรก็ทำให้เราไม่กลัวสิ่งต่างๆที่จะเข้ามา เเต่เรื่องนี้...มันไม่ใช่เพียงแค่บางสิ่งที่ใหม่ เเต่มันคือโลกทั้งใบที่เปลี่ยนไป  ทุกอย่างคือการเริ่มนับหนึ่งใหม่ในทุกๆเรื่อง เมื่ออยู่ในที่ใหม่ ก็จงลืมสิ่งที่เราเคยรู้ เเละเริ่มเรียนรู้กับปัจจุบัน มันบังคับให้เราเป็นคนที่ต้องเข้าใจเเละยอมรับในสิ่งที่เเตกต่างออกไป พร้อมเเละกล้าที่จะเริ่มทำอะไรใหม่ๆด้วยตัวของเราเอง ซึ่งทำให้เราข้ามกำเเพงของความกลัว กลัวที่จะเผชิญหน้าในการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆได้ ฝึกฝน ยิ้มรับ เเละเดินเข้าไปหามันพร้อมกับใจที่ต้องการเรียนรู้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.....

หลังจากความตื่นเต้นกับประสบการใหม่ๆ ลมเเห่งการใช้ชีวิตในโลกความจริงเริ่มพัดเข้ามา มันเริ่มหนาวเเละโดดเดียว  ต้องใช้ชีวิตลำพัง ไม่มีบ้านเเสนอบอุ่นให้ถอยกลับไปพักเวลาเหนื่อย ไม่มีคนที่คอยพยุงหากหกล้ม การบ้านที่ท่วม การฝึกภาษาเเละตำราเรียนคือเพื่อนสนิทที่สุด ใช้เวลาว่างไปกับการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อดูหน้าฟีดชีวิตของเพื่อนๆเเต่ละคน เจ้าคอมพิวเตอร์คือเพื่อนรักที่อยู่กับเราตั้งเเต่เริ่มต้นของวันยันก่อนเข้านอน  ...ไงล่ะ?? สนุกมั้ยกับชีวิตที่เคยใฝ่ฝัน??...

เดินผ่านมาสักพัก จากเเค่ลมที่พัดผ่าน ก็กลับกลายก่อตัวเป็นพายุฝนที่พัดเข้ามาในชีวิต....
ปัญหามักจะเข้ามาในเวลาที่พร้อมกันอยู่เสมอ หรือมันเป็นเพราะเราจะมองเห็นปัญหาอื่นๆก็ต่อเมื่อ มีปัญหาบางอย่างเข้ามาเป็นตัวกระตุ้น...

Homesick คือสภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อเราต้องย้ายไปอยู่ในที่เเห่งใหม่ เเละปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนเเปลง ทำให้คิดถึงบ้านหรือสภาพเเวดล้อม การใช้ชีวิตเเบบเดิมที่เคยเป็น เราเองไม่เคยเข้าใจ เเละไม่เคยคิดว่าจะเกิดกับเราเองได้ เพราะเเต่ก่อนเราเองเป็นคนที่ไม่ค่อยติดบ้าง ออกมาใช้ชีวิตเองเสมอ... พอเราเองไม่ยอมรับ เราก็ไม่สนใจเเละพยายามเข้มเเข็งคิดเอาไว้ว่าเราไม่เป็นอะไร

Host family ที่เคยใฝ่ฝันว่าจะอยู่เเบบครอบครัว กลับกลายเป็นเพียงเเค่การทำธุรกิจที่เห็นเเค่ผลประโยชน์ ข้อห้ามต่างๆนาๆ ห้ามกินอาหารในห้อง ห้ามเปิดพัดลมทั้งคืน ห้ามทำอาหาร ติดข้าว อาบน้ำ ตื่นตามเวลา ซ้ำร้าย ตัดไฟฟ้าหลังเที่ยงคืน พระเจ้า...นี่มันต่างจากที่เคยรู้มาเลย!!
ไม่ไหวเเล้ว!!!  เราจะไม่ทนอีกต่อไป ออกเดินหาห้องเช่าตามป้ายประกาศตามเสาไฟ เเล้วโทรไปนัดขอดูห้องเสร็จสับเรียบร้อย ย้ายออกสิครับ โลกเเห่งอิสระเสรีรอเราอยู่ Say Goodbye ทันทีจ้าาาา

...คิดว่าทุกอย่างจะจบอย่างราบรื่น เเต่ไม่เลย... 
ผลของการไม่ตั้งใจเรียน การเป็นเด็กหลังห้อง เริ่มส่งผลให้เราต้องเจอกับผลการเรียนที่ต่ำในการเรียนภาษาในสถาบันต่างเเดน มันช่างเป็นก้าวกระโดดที่ข้ามขั้นไปไกลเหลือเกิน ที่เด็กเกเรหลังห้อง ต้องมานั่งเรียนในสถาบันระดับสอนภาษาท็อปของต่างประเทศ จนทำให้คิดว่าเราก้าวใหญ่เกินตัวไปมั้ย เเต่ก็เเหละทุกอย่างที่ได้มาก็ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย โอกาสที่เราได้รับมาไม่ว่าจะเพราะดวงหรืออะไร เเต่ต่อไปนี้เราคงจะใช้ชีวิตเฉื่อยชาไม่สนอะไรเเบบเดิมไม่ได้เเล้ว คงต้องทำมันสิน่ะ
ทุกอย่างที่ได้มาก็ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย
เอาหล่ะสิทีนี้... ความกดดันเริ่มเข้ามา เมื่อต้นทุนความรู้ที่เรามีน้อย ก็ต้องพยายามมากกว่าปกติอีกหลายเท่า ต้องฝืนดันอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองไปเจอคำว่าผ่าน ชีวิตการเรียนที่ต้องมาคอยลุ็นอย่างจดจ่อว่าเราจะผ่านเเละสามารถไปต่อได้ไหม ใช้เวลาชีวิตเกือบทั้งหมดไปกับการฝึกภาษาให้เก่ง ทำการบ้าน อย่างหนังสือ ทบทวนบทเรียน ไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลงหรือทำอะไรในชีวิตก็ใส่มันลงไปด้วย ซึ่งนอกจากนอนวันละ 3-5 ชั่วโมงเเล้ว เวลาที่เหลือก็เเทบไม่ได้ใช้ทำอย่างอื่นนอกจากการเรียน

บทเรียนข้อที่ 2 ความพยายามอยู่ทีั่ไหน ความพยายามอยู่ที่นั่น
สิ่งที่พยายามทำไป ก็ใช่ว่าจะส่งผลที่น่าพอใจเสมอไป จริงที่ว่ามันดีขึ้น เเต่เมื่อเทียบกับความรู้ที่มันติดลบไปมาก มันทำให้มันยังคงไปไม่ถึงจุดที่สามรถเรียนได้อย่างสบายใจ ทำให้ความรู้สึกว่า พยายามมากเเค่ไหน มันก็ยังคงไม่พอ ในขณะที่เพื่อนร่วมห้องที่ไม่ต้องพยายามอะไรมากมาย เเต่เขากลับได้คะเเนนที่น่าประทับใจ เรียนได้อย่างมีความสุข 


***ตอนต่อไป Part 2: Loneliness***










SHARE
Written in this book
ใครสักคนในต่างเเดน
ชีวิตเเละความสัมพันธ์
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments