เดือน(ก้าว)
ล่วงเข้ามาเดือนเก้าแล้วนะ

ฉันยิ้มขณะเปลี่ยนหน้าปฏิทิน พลิกขยับมันให้เข้ามาสู่เดือนปัจจุบัน 'กันยายน' ก็แผ่หราอยู่บนหัวกระดาษ อดนึกขอบคุณตัวเองที่ยังอยู่มาจนถึงวันนี้ไม่ได้

ระหว่างทางในช่วงปีช่างขรุขระจนฉันคิดว่าฟ้ากลั่นแกล้ง มีเรื่องเข้ามาไม่หยุดหย่อน บ้างที่ชงอ่อนหน่อย ไม่หนักหน่วงปวดใจนัก แต่บ้างก็ชงมาเสียเข้ม กว่าเรื่องจะสร่างก็เสียน้ำตา ความรู้สึกไปเป็นลิตร 

จับวางปฏิทินกลับไปไว้ที่หัวเตียง ฉันเหลือบหันกลับมามองโทรศัพท์มือถือ รูปของฉันและเขาตั้งแสดงเป็นพื้นหลังของหน้าจอ

ฉันยิ้ม...อาจจะเป็นยิ้มที่ตลกเฝื่อนที่สุดล่ะมั้ง 

มีหลายอย่างเกิดขึ้นระหว่างเรา เหมือนมีม่านหมอกจาง ๆ ขวางกั้นเส้นทางของเราไว้ 

ฉันเปลี่ยนไป ไม่น่ารักเหมือนก่อนเก่า - เขาว่า
เธอเองก็ไม่ต่างกัน - ฉันคิด แต่ไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมา


หมอกควันที่เคยจางเริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับระยะห่างของเราสอง ฉันรู้สึก แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป และผลลัพธ์มันแย่

เรามีปากเสียงต่อกันถี่ขึ้นจนฉันยังตกใจ ส่วนหนึ่งมาจากความไร้เหตุผลของฉันด้วย ฉันยอมรับ และสุดท้ายทุกครั้งจะจบลงด้วยความหม่นหมองที่เกาะกุมเราสองทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

ฉันกับเขาปล่อยให้ระหว่างเราเป็นแบบนี้เรื่อย ๆ จนครบเดือน พอมีบุคคลที่สามโผล่เข้ามาในความสัมพันธ์เหมือนสลักระเบิดถูกกระชากออก 

ใจเสีย หน้าชาเหมือนถูกตบอย่างรุนแรงแล้วราดด้วยแอลกอฮอล์ ภาพบทสนทนาของเขากับคนอื่นคนนั้นยังหลอกหลอนอยู่ในหัวแม้พยายามหลับตาหนี

ความรู้สึกที่สั่งสมมาเหมือนถูกทุบด้วยค้อนเหล็กอย่างรุนแรง แตกสลาย ย่อยยับไม่มีชิ้นดี

ฉันจิตตกไปเป็นสองวัน อาการป่วยที่ทุเลาลงกำเริบ

หรือว่าการตายจากไปจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด?
ฉันนึกโทษตัวเองจากคำพูดที่ได้ยินจากเขา ทั้งตีความเองก็ดี ทั้งที่เขากล่าวกับฉันก็ดี เพราะสุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะฉัน

พักหลังฉันเปลี่ยนไป งี่เง่า ไม่มีเหตุผล ไม่น่ารักเหมือนก่อน - เขาพูดกับฉัน หลังจากเราถกกันถึงบทสนทนาที่ฉันพบ

เขาไม่ได้คิดอะไรกับการคุยกับคนนั้น เขาแค่อยากพักจากสิ่งมืดมนมัวหมองอย่างฉันไปพบกับดอกไม้สวยงามที่ฉันให้เขาไม่ได้ โอเค ฉันรู้สึกเหมือนโดนตบเข้าให้อีกรอบ ตอนนี้ฉันกลายเป็นอะไรสำหรับเขาไป ฉันก็ไม่อาจทราบ เพราะสุดท้ายเขาก็ลูบหลังฉันด้วยประโยคที่ว่า 

ความรู้สึกของเขาต่อฉันยังเหมือนเดิม ยังรักฉันดังเดิม
แต่
...ลูบหลังปลอบใจได้ไม่นานก็ถูกตบให้ชาอีกครั้ง เขายืนยันว่าจะไม่หยุดคุยกับคนอื่นคนดังกล่าว เขาสนุก แต่ฉันไม่สนุกด้วย 

วันนั้น ฉันกลับมาถึงห้องด้วยสภาพบุบสลายทางจิตใจ ความผิดปกติของสารในสมองทำให้ฉันคิดทำเรื่องบ้า ๆ 

ใช่แล้ว
ฉันกำลังจะกรีดข้อมือให้ตายจากไป ให้พ้นเรื่องราวแบบนี้ไปตลอดกาล

โชคอาจจะไม่เข้าข้าง ฟ้าน่าจะยังไม่อยากให้ฉันตาย
เพื่อนฉันรุดเข้ามาหยุดฉันไว้ทันเวลาหลังเห็นฉันโพสต์อะไรแปลก ๆ ในโซเชี่ยลมีเดีย

คืนนั้นฉันหลับไปด้วยฤทธิ์ยา หลับลึกไปจนนึกคิดว่าคงไม่ต้องตื่นมาเผชิญกับสิ่งร้ายกาจอีกต่อไป

หากพอตะวันพ้นขอบฟ้า แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามากระทบใบหน้า ฉันก็ตื่นขึ้นตามปกติ จะมีเพิ่มเติมก็คือพิษไข้จากสายฝนที่เล่นงานหนักหน่วงจนต้องนอนซมอยู่บ้านเป็นผัก 

เพื่อนฉัน, หมอ 
ฉันขอเรียกเขาแบบนี้
เขาอยู่ข้างฉัน และเขาช่วยเหลือฉันมาโดยตลอด


ระหว่างที่ฉันหลับนอน หมอโทรไปคุยกับเขาคนที่ฉันรักหมดใจ เขาคงเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับฉันไปมาก วันที่ฉันตื่นขึ้นมาถึงมีข้อความจากเขาเด้งเข้ามาไม่หยุดหย่อน

ระหว่างวัน เพื่อนรักไม่ได้อยู่กับฉันไปจนหมดวัน เขามีภาระหน้าที่ต้องจัดการ ความจริงเขาไม่อยากปล่อยทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวหรอก คงกลัวฉันมีความคิดบ้า ๆ ละมั้ง

ฉันอยู่ได้ - กำชับเขาที่หน้าประตูบ้าน รอจนเขาขับรถจากไปฉันถึงทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง 

ด้วยความเป็นห่วงของเขา หมอโทรเข้ามาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบทุกหกสิบนาที หงุดหงิดใจเหมือนกัน แต่ก็ยินดีรับสาย แล้วกรอกเสียงลงไปว่า "ฉันโอเคดี" ในทุกสายที่เขาโทรมา

ในขณะที่ข้อความจากแอปพลิเคชั่นสีเขียวก็สั่นดังเป็นระยะ ยอมรับตรงนี้เลยว่าฉันเองไม่อยากอ่าน และตอบกลับ

จนกระทั่งตกเย็น ท้องฟ้าที่ปกติเป็นสีส้มสวยปกคลุมด้วยเมฆดำ สายฝนโปรยปราย ดึงความรู้สึกให้ดิ่งลึกลงไปตามความขมุกขมัวนั้น 

พอปล่อยอารมณ์ให้ไหลตามสภาพอากาศด้านนอก ความคิดร้อยแปดในหัวถูกตีกลับเข้ามา ฉันร้องไห้ มือหนึ่งถือมีดคัตเตอร์ สุ่มเสี่ยงคิดว่าจะกรีดดีไหม

สุดท้ายก็ลงที่อีหรอบเดิม กรีดไม่เข้า

ไม่ทราบว่าหนังฉันหนาไป หรือมีดไม่คมกันแน่ 

หมอกลับมา เขาก็ถอนใจใส่ฉัน คงหัวเสียไม่น้อย ฉันแอบได้ยินเขาสบถ แต่ไม่รู้ว่ากำลังก่นด่าฉันหรือตัวเองกันแน่ วันนี้เขากลับมาพร้อมเพื่อนสนิทฉันอีกคน

คิม, คือชื่อที่ฉันเรียกเขา

เราสามคนนั่งอยู่ในห้องเล็ก ๆ ทีี่อวลไปด้วยกลิ่นชื้นของผ้านวมผืนหนา ปล่อยให้เสียงฝนที่ข้างนอกดังทำลายความเงียบของเรา 

แกไม่เคยเป็นแบบนี้ - หมอกล่าวพลางถอนใจ

อืม แกดูสับสนนะ ในตาแกเองก็มีแววลังเลอยู่ - คิมเสริม เขาเรียนอยู่ในสายจิตวิทยา มองคนเก่งไม่เปลี่ยนเลย

ฉันเงียบ ได้แต่ถอนใจ มันคิดอะไรไม่ออก หนักหัวไปหมด

ตกดึกเข้าหน่อยเพื่อนทั้งสองคนก็กลับ 

ฉันทานยา เตรียมเข้านอน หากพอดับไฟเหลือตัวเองอยู่ในห้องมืดแล้ว ความคิดของตัวเองก็เด้งตีกลับเข้ามาในหัวอีกระลอก 

ฉันหยิบจับมือถือ ขยับนิ้วพิมพ์ข้อความส่งไปให้เขาคนที่ฉันรักหมดใจ กัดฟันส่งข้อความบอกลาก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ยา 

เช้าตรู่ แสงสว่างแยงผ่านกระจกมากระทบเปลือกตาปลุกให้ตื่นขึ้นจากนิทรายาวนาน มีคนมาเคาะประตูเรียกฉันแต่เช้า

ฉันหัวเสียเล็ก ๆ ความจริงฉันควรจะได้นอนนานกว่านี้สักหน่อย 

เปิดประตูออกไปก็ได้แต่ยืนนิ่ง เขายืนอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก

ในใจฉันเองก็แปลกประหลาด อยากเจอเขา แต่อีกใจก็ไม่อยากเจอ 

เรานั่งลงบนเตียง เริ่มพูดคุยกัน

ขอโทษ - เขากล่าว

ฉันยิ้มรับ เราคุยกันหลายประโยค เขาอยากให้ระหว่างเรากลับเป็นเหมือนเดิม ฉันเองก็อยาก แต่ที่ยากที่สุดคือการประกอบร่างใหม่ของเราสอง 

ฉันขอเวลาสักหน่อย - ฉันตอบเขา 

เธอรู้สึกกับเราเหมือนเดิมอยู่ไหม - เขาถาม วูบหนึ่งฉันเห็นแววเจ็บปวดในตาเขา 

เหมือนเดิม 
ฉันไม่เคยเปลี่ยนไป
ไม่เคยเลย

แต่

...อีกครั้งที่มีข้อขัดแย้งกับคำพูดของตัวเอง

ฉันไม่อาจเชื่อใจคุณได้โดยสมบูรณ์แล้วหรอกนะ 
ฉันเห็นเขายิ้ม คงเป็นยิ้มที่ฝืดฝืนที่สุดเท่าที่เคยเห็น  

ครับ - เขารับคำ เม้มปากเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ 

เราจะทำให้เธอกลับมาเชื่อใจเราเหมือนเดิม

ฉันยิ้ม ฉันบอบช้ำมามาก แต่ครั้งนี้ฉันจะลองเชื่อเขาดูอีกสักครั้ง 

เราสองคนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เรามั่นใจ - เขากล่าวด้วยความหนักแน่น 

ฉันได้แต่ยิ้มรับ ไม่ตอบอะไร แต่ลึก ๆ แล้วก็คาดหวังว่ามันจะเป็นไปได้

ความรักมันเหนื่อย, เจ๊
คำพูดของพี่สาวดังวูบขึ้นในหัว เชื่อแล้วจริง ๆ ค่ะเจ๊


ระหว่างทางมันอาจจะขรุขระ อาจมีคนใดคนหนึ่งล้ม หรือเผลอตัวหลุดออกจากเส้นทางของเรา ทีนี้ก็คงต้องเลือกว่าจะดึงให้อีกฝ่ายกลับมา ประคองกันให้เดินต่อไปจนถึงฝั่ง หรือจะหยุดและหลุดออกจากเส้นทางของกันและกัน
ฉันคาดหวังไว้สูง แต่ลึก ๆ ก็เผื่อใจไว้แล้ว อย่างน้อยก็ขอประกอบร่างของกันและกันให้กลับมาได้มากที่สุดก็ดีใจแล้วล่ะ


สวัสดีเดือนเก้า
...ขอให้ก้าวนี้ของฉันและเขากลับมาบรรจบกันอีกครั้งเถอะนะ 



SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments

kalorine
1 year ago
ชาหัวใจ
Reply
เราก็เจอแบบนี้เหมือนกัน แต่เรื่องของเรามันเกิดจากความยิบย่อยในระหว่างการคบกัน ทนกันมา2ปี เราเหนื่อยเราเลยขอเฟดตัวออกมา แล้วเขากลับมาขอคืนดี ตอนนี้เรายังไม่กล้ากลับไปเลย เรากลัวความรู้สึกเราพังอีก เพราะถ้าครั้งนี้พังมันคงแหลกเลยแหล่ะ สถานะคนรู้จักก็คงไม่เหลือ
Reply
148cm
1 year ago
ชาเลย
Reply
_Melonnnn
1 year ago
เป็นความรู้สึกที่อยากให้ผ่านไปมากๆ
Reply