No one saves you.
48 hour.

00.59 น. เวลากำลังเคลื่ิอนเข้าสู่ชั่วโมงที่ 49 ที่ฉันไร้การหลับใหลในนิทราแห่งราตรีกาล ...

48 hour. Later..

02.30 น. 
ฉันยืนมองสะพานแขวนและผืนแผ่นน้ำสีดำตรงหน้า คืนนี้น้ำเชี่ยวราด เรือขนทรายกำลังจะแล่นผ่านสายตาพร่ามัวที่ไร้คอนแทคเลนส์ กับดวงตาล้นน้ำตาที่เพิ่งบริจาคให้สภากาชาดไทยในยามที่แม้นมัจจุราชในนรกก็ยังมิต้องการวิญญาณของฉันในคืนนั้นที่ห้องฉุกเฉิน..

เจ้าของโรงแรมคงไม่คาดคิดว่าฉันจะปีนระเบียงออกมายังระเบียงชั้นบนสุดของห้องอาหาร เดินผ่านโต๊ะเก้าอี้ที่เมื่อช่วงค่ำมีคู่รักหลายคู่มาดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่ระเบียงดาดฟ้าบรรยากาศริมแม่น้ำแห่งนี้  ตอนนี้ทุกสิ่งเงียบสงัด ไฟถูกดับไปเมื่อร้านปิด มีแสงไฟสะท้อนจากเสาไฟ และไฟจากอีกฟากฝั่งแม่น้ำ หากเดินไปจนสุดชานระเบียงจะเป็นเพียงฉากกระจกกั้นสูงเพียงหน้าอกจากความสูง 148 Cm
และหากหยิบเก้าอี้มาสักตัวก็เพียงพอที่ฉันจะยืนสูงขึ้นกว่าฉากกั้น และมองลึกลงไปในม่านน้ำสีดำไหลเชี่ยวนั้นได้อย่างชัดเจน

No one saves you...
พนักงานเสริพกลับกันไปหมดแล้ว เพราะฉันคือลูกค้าโต๊ะสุดท้าย...
ก่อนที่บริกรจะเดินมาบอกฉันอย่างสุภาพให้ย้ายเครื่องดื่มและเครื่องเคียงต่างๆไปรับประทานที่ริมระเบียงห้อง อาจเพราะหลังห้องพักนั้นมีระเบียงเล็กๆ และมีโต๊ะอาหาร ที่บังเอิญติดกับดาดฟ้าห้องอาหารเพียงระเบียงกั้น... 

ลมร้อนต้นเดือนมีนาพัดผ่านหน้าฉันพอให้ผมสยาย สูดลมหายใจที่ไม่อยากหายใจเข้าไปเพียงครึ่ง
หากจะเป็นลมหายใจสุดท้าย ก็คงปนเปไปด้วยฝุ่น Pm.2.5 ของเมืองหลวงในช่วงนี้ ... เมื่อมองทอดออกไปยังระเบียงดาดฟ้าที่ติดกัน ก็ราวกับว่าบางอย่างเชื้อเชิญฉันให้ปีนข้ามผ่านระเบียงหลังห้องเพื่อออกไป

ลานดาดฟ้าร้านอาหารไร้กำบังเลยทำให้เห็นดวงดาวน้อยใหญ่ที่มองยังไงก็หม่นเศร้า เมื่อสุดทางจึงเกาะดูราวระเบียงกั้นเทียบเท่าหน้าอกฉัน 
มองสายน้ำระลอกเก่าใหม่และฟ้าสีดำ

สะพานแขวนและผืนแผ่นน้ำสีดำตรงหน้า คืนนี้น้ำเชี่ยวราด เรือขนทรายกำลังจะแล่นผ่านสายตาพร่ามัวที่ไร้คอนแทคเลนส์ที่กำลังเอ่อน้ำตา

น้ำกระทบฝั่งแล้วกระเซ็นออกคล้ายคลื่นทะเล เดาเอาเล่นๆแบบเด็กสายวิทย์ที่ติดศูนย์ว่ามวลน้ำเบื้องล่างคงมีพลังมหาศาลที่จะพัดสิ่งของใต้น้ำไปได้ไกลเกินกว่าที่คาดคิด

บางสิ่งเชื้อเชิญอีกคราให้ไปหยิบเก้าอี้มาแนบชิดติดฉากกั้นที่ไม่กันคนตกน้ำ

บัดนี้ฉันกำลังยืนบนเก้าอี้ไร้พำนักชิดขอบฉากกั้นระเบียงดาดฟ้า
จินตนาการถึงการกระโดดท่าทิ้งดิ่งตอนฝึกเรียนว่ายน้ำ แต่กลับกันที่วันนี้ฉันไม่มีโฟม ครูฝึก และจะไม่แม้เพียงกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด

แรงของกระแสน้ำที่คาดเดาว่ามีมวลมหาศาลของวันนี้จะพัดพาร่างของฉันที่กำลังจมลมลงก้นบึ้งแม่น้ำให้ไกลออกไป 

ฉันจินตนาการไม่ออกว่าจะรู้สึกทรมานขนาดไหนตอนกำลังสำลักน้ำ และขาดอากาศหายใจ 
แต่แน่ใจนักว่ามันคงจะทรมานน้อยกว่าการต้องดำรงอยู่ในร่างไร้ค่าเช่นนี้

ลมร้อนต้นเดือนมีนาพัดมาอีกระลอก
เอาล่ะฉันกำลังจะหลับตาและนับถอยหลัง
ลืมเรื่องร้าวรานผิดหวังต่างๆที่ทำฉันโซเซมา ณ ที่แห่งนี้ 
ปลดปล่อยจิตวิญญาณและร่างกายออกไป ร่างกายเพียงเศษ ความคิดเพียงเศษทัศนคติอันย่ำแย่ของฉัน ความเห็นแก่ตัว
ความหลอกตัวเอง การโกหกตลอดมาของฉัน สิ่งผิดพลาดในอดีตและปัจจุบัน ที่ได้เคยทำร้าย คนรัก คนอื่นๆ รวมกระทั่ง...... คุณ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของฉันกับการพยายามปลิดวิญญาณตัวเองเพื่อคิดว่าจะล่วงพ้นจากความทรมานที่เผชิญอยู่

คำด่าว่าของพ่อ เพื่อน คนรัก คนที่เกลียดฉันวิ่งวนในหัว...

ไบโพลาร์ ซึมเศร้า และเนื้องอกในมดลูก ภาวะซีดต่างๆที่รบกวนการใช้ชีวิต
ความรู้สึกผิดภายใต้จิตดวงนี้ ที่อยากปลดปล่อยมันเพียงเป็นนิรันดร์...

no one saves you!!! But only you saves yourself!!
แต่เดี๋ยวก่อน..
ลมร้อนเดือนมีนาอีกแล้วที่พัดผ่าน
ฉันลืมตามองไปยังฝั่งตรงข้าม
เสียงนั้นดังและสั่นอยู่ไม่ไกลใกล้กระเป๋ากางเกง
พลันดึงสติที่หลุดรั้นให้พลันกลับมา..

How to kill myself with out Breakindg my dad , my mum heart🖤
“daddy ... รับสาย”

สิ่งนั้นขึ้นอยู่ตั้งอยู่และดับไปบนหน้าจอโทรศัพท์ที่แตกร้าว
เป็น ‘พ่อฉัน’ เองโทรเข้ามา

พ่อ ... คนเดียวในครอบครัวที่เหลืออยู่นับแต่แม่จากไปอยู่บนสวรรค์ 

พลันน้ำตาไหลรื้นพรั่งพรูเป็นสายคล้ายกับสายน้ำสีดำตรงหน้า

ถ้าฉัน ‘ฆ่าตัวตาย’ !!!! 

เรื่องราววุ่นวายเหล่านั้นก็คงไม่มีทางจบลงเพียงชีวิตไร้ค่าชีวิตนึงล้มหายตายไป
คนที่โกรธเกลียดฉันก็คงไม่ให้อภัย อย่างดีคงเพียงกล่าวคำอโหสิกรรมกันไป

คนโกง คนเอาเปรียบฉันที่กำลังมีปัญหากันในตอนนี้คงเพียงแสยะยิ้มมุมปาก.. 

ฉันจะลบคำด่าว่าสบประมาท หรือชดเชยสิ่งที่ผิดพลาดเพียงความตายอาจง่ายไป
สิ่งที่ท้าทาย ..คือการดำรงชีวิตอยู่ให้ได้ต่างหากล่ะ
พ่อ..
จะเป็นบุคคลที่เสียใจมากที่สุด 
ที่เด็กน้อยที่พ่อรอคอยการเกิดอย่างยากเย็น หลายปี กว่าจะเป็นลูกคนเแรกเพียงคนเดียว
ไหนเล่าจะเฝ้า ตระกรองกอดเลี้ยงดู และดูแลมาอย่างดีจะต้อง
 ‘ตายเพียงเพราะใครไม่รัก’ 
‘ตายเพราะปัญหาบ้าบอที่ใครต่างต้องพยเจอ’
‘ตายเพราะ...ยอมแพ้ และคิดว่า ไร้ค่าเกินไปกว่าที่จะดำรงอยู่’

พ่อต่างหาก... 
คือคนสำคัญที่สุดในชีวิตที่รักฉัน และฉันควรรักมากที่สุด แคร์มากที่สุด ทำเพือ่พ่อและดูแลพ่อให้ดีที่สุดเช่นคำสัญญาที่รักษากับแม่ไว้

โทรศัพท์ดับไปแล้ว..
ฉันเดินลงจากเก้าอี้ตัวนั้น
พามันไปยังโต๊ะที่มันจากมา
และกดโทรศัพท์นั้นโทรหาพ่อ...

“ป๊า... เฮ้ลโล่ว  
งายยยยย .. 
เมื่อกี้รับไม่ทัน
ได้ดิ  
เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาอะไรอร่อยกินกันนะ ...  
ค่า .. ฝันดีนะป๊า”
 
หลังวางสาย
เจ้าเด็กน้อยของพ่อก็กำลังเช็ดน้ำตาและปีนกลับไปยังระเบียงห้องพัก

เครื่องตัดยาคุมความเศร้าตัดยาครึ่งเม็ดนั้นกระเด็นสู่อีกช่องหนึ่ง

ฉันหยิบยาเม็ดจิ๋วป้อนเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม ....

พรุ่งนี้ต้องเช็ดเอ้าท์เช้าหน่อย
อยากไปให้ทันเวลาผู้ชายที่รักฉันที่สุดสักครั้ง เพราะฉันยังไม่เคยไปตรงเวลานัดเลยสักครั้ง..

เกือบไปแล้ว...
เกือบไปแล้วจริงๆ
ไม่มีค่าอันใดเลยกับการทิ้งดิ่งลงแม่น้ำสายนั้น ที่อาจมีคนทำในวิธีแบบฉันกันมาบ้างแล้ว

Everyone don’t  khow
ไม่มี..
ไม่มีใครรู้เลย
แม้แต่ฉันก็ไม่อาจรู้เลย
ว่าหากฉันทำเช่นนั้นได้จริง
ทิ้งดิ่งร่างที่เผลอคิดว่าไร้ค่าลงสู่แม่น้ำนั้นไป มวลน้ำมหาศาลนั้น
จะพัดพาร่างไร้วิญญาณฉันไปยังที่ใด

และโรงพักใดจะเป็นเจ้าของคดี!!!!!!
;))



SHARE
Written in this book
ก่อนท้องฟ้าจะสดใส
บันทึกในวันที่โลกของฉันเป็นสีเทา
Writer
violetto_l3utpen
Alien
I'm not human at all

Comments

Girlwearsblue
8 months ago
คิดถึงนะคะ ดีใจที่วันนี้ยังได้อ่านเรื่องราวของคุณอยู่ :)
Reply
violetto_l3utpen
8 months ago
;))))