ปัตตานีบ้านเรา
          อัลลอวาอัรบัรอัลลอ..โม่งโม่งโม่ง เสียงประสานกันระหว่างชาวไทยพุทรและชาวไทยมุสลิมหากบุคคลภายนอกที่มาเยือนอาจแปลกใจว่า คนเหล่านี้จะทนฟังเสียงแบบนี้ทุกๆวันได้หรอ แต่ชาวจังหวัดปัตตานีดำรงอยู่ด้วยสังคมพหุวัฒธรรมหากหลายเชื่อชาติ หลากหลายวัฒธรรม หลากหลายศาสนา แต่ยังดำรงอยู่ด้วยความรักและความเข้าใจมากันอย่างยาวนานตั้งแต่บันบรรพบุรุษจึงทำให้มีความรักความสามัคคีซึ่งกันและกัน โดยไม่ว่าจะมีสิ่งได้มาทำให้วัฒธรรมที่สวยงาม  เหล่านี้ ถูกบุคคลภายนอกมองว่าสังคมพหุวัฒธรรมของชาวปัตตานี ยังมีอยู่จริงหรอ เหตุการ์ณทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดขึ้นเกิดจากการคิดต่างของศาสนาจริงหรอ อยู่ด้วยกันได้จริงหรอ แต่เราชาวปัตตานี จะแสดงพลังให้เห็นว่าเรายังดำรงอยู่ในสังคมพหุวัฒธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเราชาวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
        ทุกคนอาจสงสัยว่าสังคมพหุวัฒธรรมดำเนินชีวิตอยู่อย่างไร จะมีความสุขไหม มีคนหลากหลายศาสนา แต่เราชาวปัตตานีดำรงชีวิตอยู่อย่างพี่และน้องทุกคนเปรียบสะเหมือนญาติกัน     ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกัน  หากวันใด  มีประเภณีของแต่ละศาสนา เราก็จะช่วยกันตามความเหมาะสม  เราอยู่กันอย่างครอบครัว  ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรักความอบอุ่น ถึงแม้บางครั้งจะมีสิ่งต่างๆมากหมายที่จะทำให้เราหวั่นไหวกันบ้าง  ทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดาของการอยู่ร่วมกัน   เป็นที่ธรรมของมนุษย์ที่จะคิดต่าง เป็นธรรมที่เราจะไม่เห็นตรงกัน แต่ด้วยการดำรงอยู่ของพวกเราจึงทำให้เราชาวปัตตานี  รู้ว่าอย่างไรก็ตาม  พวกเราต้องรักสามัคคี เพื่อรอวันที่ปัตตานีเมืองงามสามวัฒธรรม กลับมาสันติสุขเพื่อลูกหลานชาวปัตตานี
      แน่นอนว่านอกเหนือสิ่งอื่นใดที่สวยงามยังมีวัฒธรรมพหุวัฒธรรมที่สวยงามไม่แพ้กัน ปัตตานีมีสามเชื่อชาติได้แก่ ไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยเชื้อสายจีน แน่นอนว่าสามเชื่อสายนี้มีวัฒธรรมที่หลากหลาย  เรามาเริ่มที่ไทยพุทร วัฒธรรมที่โดดเด่นที่สุดของชาวไทยพุทธในจังหวัดปัตตานีนั้นก็คือ ประเภณีชักพระ อำเภอโคกโพธิ์ โดยประเภณีนี้ ชาวไทยพุทธจะช่วยกันแกะสลักรูปปั่นนานาชนิด เพื่อเข้าประกวดและจะมีการชักพระโดยตั้งขบวน ณ อำเภอเมือง และทำการชักพระไปจนถึงอำเภอโคกโพธิ์ และนอกจากนี้ยังมีตลาดให้เราชาวปัตตานีจำจ่ายและมีเครื่องเล่นแบบฉบับงานวัดทำ ให้ชาวปัตตานีสนุกสุดๆ  นิแค่วัฒธรรมแรกเ ราไปต่อที่วัฒธรรมที่สองของชาวไทยมุสลิม เทศกาลที่ทุกคนทั่วประเทศจับตามองจังหวัดปัตตานีนั้นก็คือเทศการฮารีรายอ ก่อนจะถึงเทศการนี้ชาวไทยมุสลิมต้องถือศีลอด คือการปฏิบัติตามหลักศาสนา เป็นการไม่รับประทานอาหารตั้งแต่ตะวันขึ้นจนตะวันลับขอบฟ้า ชาวไทยมุสลิมเชี่อว่าพระเจ้าจะฝึกความทนต่อพวกเราและให้ทราบถึงความลำบาก แต่หลังจากครบสามสิบวันชาวไทยมุสลิมก็จะลุ้นกับการดูดวงจันทร์หากเห็นดวงจันทร์ก็จะได้เฉลิมฉลองเทศการอารีรายอ  แต่หากไม่เห็นดวงจันทร์ก็ต้องถือศีลอดกันอีกวัน เมื่อถึงเทศการฮารีรายอชาวไทยมุสลิมก็จะใส่เสื้อผ้าสวยงามถือเป็นเวทีเดินแบบประกวดความสวยของเสื้อผ้าของแต่ละครอบครัว เพื่อน และคนรู้จัก  หากสังสัยว่าเทศการนี้ทำอะไรบ้าง เราจะเล่าให้ฟัง  ช่วงชาวชาวไทยมุสลิมก็จะทำการละหมาดถือการเริ่มต้นปีใหม่ของชาวไทยมุสลิม หลังจากนี้ชาวไทยมุสลิมจะเข้าไปพบปะญาติและทำการขอมาอัฟ ( ขอโทษ ) ที่ทำผิดต่อกันทั้งทางกาย วาจา ใจ และเป็นความสุขของเด็กชาวมุสลิมเพราะผู้ใหญ่จะทำการเดอเกาะ          ( ทำบุญ ) โดยให้เงินตามความเหมาะสมของแต่ละคน  เป็นไงละคะอยากมาเที่ยวปัตตานีละซิแต่ยังไม่หมดนะคะ  ยังมีอีกหนึ่งวัฒธรรมนั้นก็คือชาวไทยเชื่อสายจีน วัฒธรรมนี้เป็นวัฒธรรม        ที่บุคคลที่มีความเชื่อถือแด่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว  จะมารวมตัวกันเพื่อทำการแห่เจ้าแม่ลิ้วก็เหนี่ยวตามตำนาวของเจ้าแม่ลิ้มขอเหนี่ยว โดยมีการลุยน้ำ ลุยไฟ เปรียบสะเหมือนเจ้าแม่เดินทางมาจากเมืองจีนเพื่อตามหาพี่ชาย ลิ้มโต๊ะเคี่ยม ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างอยากลำบาก และมีการการแสดงแสง สี เสียงตำนานเจ้าแม่ลิ้มก็เหนี่ยว และการแสดงชุดรอเง็ง  ที่จังหวัดปัตตานีเป็นต้นฉบับและฟื้นฟูวัฒธรรมรอเง็ง เพื่อเป็นการถ่ายทอดวัฒธรรมให้กับเยาวชนของจังวัดปัตตานีอีกด้วย เพราะเราชาวจังหวัดปัตตานีสงเสริมให้เยาวชนในจังหวัดมีการรักบ้านเกิดและอนุรักวัตธรรมถ้าถามว่าทำไมต้องรักบ้านเกิด เพราะบ้านเกิดเป็นคนทำให้เรามีทุกวันนี้  ถ้าไม่มีดินแดนนลังกาสุกะผืนนี้เราจะมีทุกวันนี้ไหม แล้วมีเหตุอะไรทำให้เราไม่รักบ้านเกิด ถึงแม้บางครั้งเราจะหลงแสงหลงสีในดินแดนอื่น แต่เมื่อไม่เหลืออะไรแล้วบ้านเกิดแห่งนี้ยังรอต้องรับเราเสมอ  ดังนั้นเราชาวจังหวัดปัตตานีจึงปลูกฝังเด็กและเยาวชนว่าถึงเราจะไปอยู่ที่แห่งไหนมีความสุขแค่ไหนแต่ที่ไหนเหล่าจะมีความสุขเท่าดินแดนลังกาสุกะ ปัตตน ปาตานี บ้านเกิดของเรา
         และเรายังปลูกฝังให้ชาวปัตตานี  ที่ไปทำงานต่างแดนไม่ว่าจะเป็นมาเลย์ อินโดนิเซีย ทำอย่างไรก็ได้เค้ารู้ว่าเรามาจากประเทศไทย เราเป็นชาวปัตตานี แน่นอนว่าปัตตานีจะมีวัฒธรรมที่สวยงามอีกอย่างนึกคืออาหารก็ไม่น้อยหน้า อาทิ บูดู ลูกหยี ฯลฯ สิงเหล่านี้คือสิ่งที่เป็นต้นตำหรับของปัตตานีแหละก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนอีกด้วย

       ถึงแม้ปัตตานีจะมีสิ่งมากมายที่คนหลายคนไม่อยากมาเที่ยวปัตตานีแต่เราจะดำรงอยู่และทำทุกวิธีทางที่จะทำให้ปัตตานีกลับมาเป็นดินแดนที่สันติสุขและกลับเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง

SHARE

Comments