...ไม่มีข้อแม้
 
...ความรัก...มันเป็นยังไงกันนะ 

...กี่วันแล้วที่น้ำตาไหล...
...กี่วันแล้วที่ไม่รู้สึกหิว...
...กี่วันแล้วที่นอนอยู่บนเตียง ได้แต่มองเจ้าลูกกลมๆสีแดงส้มฉายแสงบอกเวลาว่าวันนี้ผ่านไปอีกวันแล้ว...


มันไม่เหมือนหน้าฝนเลยซักนิดเลย...
ท้องฟ้าสีฟ้าคราม เต็มไปด้วยปุยสำลีสีขาว
ดอกไม้ในกระถางริมหน้าต่างเบ่งบานสวย
เสียงนกร้อง จิ๊บ จิ๊บ สร้างสีสันให้กับยามเช้าที่สดชื่น


ปิ๊งป่อง...
เสียงเรียกเตือนไลน์แมสเสจดังขึ้น
...ไลน์มาแจ้งเตือนโปรโมชั่นอีกแล้วสินะ...
มือซ้ายคว่ำหน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะหัวเตียงลงโดยไม่ชายตามอง

ครืด...ครืด...
ไอแพดบนโต๊ะเครื่องแป้งแจ้งเตือนอัพเดทแอพพลิเคชั่น...
แกรก...ปิดเครื่องเลยละกันทั้งไอแพดและมือถือ
ตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะยุ่งเกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น...



สายตาเหลือบไปเห็นโต๊ะตัวเล็กที่วางอยู่กลางห้อง
...ขอโทษนะ...เราเข้ากันไม่ได้ เราขอเลิก...
ภาพวันนั้น...ที่โต๊ะตัวนั้น...มันยังติดตา...
เธอลุกออกไปจากห้องทันทีที่พูดประโยคนั้น...


เรารักเธอนะ...
...เรารักเธอนะ...
......เรารักเธอนะ...
วันนั้นที่เธอพูดคำนี้...รู้ไหมว่ามันยังคงเป็นภาพติดตา...
รอยยิ้มที่สดใสของเธอ...มันทำให้รักเธอมากขึ้นทุกวัน...


...ผู้หญิงมักไร้สาระ เพ้อเจ้อ แค่หยอดคำหวานหน่อยก็ระทวยแล้ว
วันนั้น...วันนั้น...ที่ตั้งใจไปขอคืนดี...เธอพูดประโยคนี้...
นี่กลายเป็นแต้มหนึ่งของเธอไปแล้วสินะ...
นี่สินะ...ที่เรียกว่า คบเพียงหวังเก็บแต้ม...


ใช่...เพราะเธอเป็นคนหน้าตาดี...
ใช่...เพราะเธอเป็นลูกคนมีฐานะ...
ใช่...เพราะเธอเป็นคนที่สาวๆหลายคนเพรียกหา...
ใช่...เพราะเธอเห็นฉันเป็นแค่ของเล่น!


ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...
ประตูห้องถูกเปิดต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างช้าๆ...
หมับ! แขนเรียวยาวเข้ามากอดแนบแน่น...
...น้ำตาไหลอีกแล้ว...สองแขนกอดตอบเขาอย่างรวดเร็ว... 


ทำไมปล่อยให้ตัวเองโทรมขนาดนี้...
ไลน์หาก็ไม่ตอบ...ไหนจะเฟสบุ๊คแมสเสจอีก...
โทรหากี่รอบก็ไม่รับ...ปิดเครื่องด้วย...
เขาคำรามลั่นสองมือคลายออกย้ายมากุมหน้าซีดขาวไว้แทน...



มือซ้ายข้างถนัดข้างเดิมเอื้อมไปเปิดเครื่องมือสื่อสาร...
เอ๋...นี่เวลาผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้วหรอ...
ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! ครืด! ครืด!
แมสเสจแจ้งเตือนของแอพสื่อสารต่างๆเด้งรัวไม่เป็นจังหวะ


549 Miss call / 40 Voice Messages / 86 FB Messages / 122 Line Notification 
...ไอ้แพร แกเป็นอะไรหรือเปล่า...
...ทำไมแพรไม่มาทำงาน แพรเป็นอะไร...
...แกมีไรปรึกษาพี่ได้นะ...ตอนนี้พี่แจ้งทาง HR ไปหาแพรลาป่วยนะ...
...แพรรีบกลับมาทำงานได้แล้ว หัวหน้าตามตัวอยู่...
...แพร เป็นอะไรหรือเปล่า! ทำไมมีอะไรไม่บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปหานะ...
...แพร เป็นอะไรหรือเปล่า! ทำไมมีอะไรไม่บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปหานะ...


เหมือนเขื่อนแตก น้ำตาไหลพรูพร่าออกมาไม่หยุด ร่างชาไปทั้งร่าง
...แพรขอโทษนะพี่พล...แพรไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...แพรไม่เหลืออะไรแล้ว...
เขายื่นมือมาจับบ่าทั้งสองข้าง เขย่าตัวให้สติกลับมา
...แล้วทำไมแพรไม่กลับบ้าน ทำไมแพรไม่โทรหาพี่...



หนีออกจากบ้านมาอย่างนี้...จะให้กลับบ้านได้ยังไง
ได้แต่ตอบคำนี้อยู่ในใจ...วันนั้นทำร้ายจิตใจคนที่บ้าน
ทำร้ายจิตใจพ่อ...แม่...พี่พล...พี่พรีม...
แล้วจะให้ลูกชั่วคนนี้กลับไปสู้หน้าได้ยังไง...



...แพรไม่กล้าสู้หน้าคนที่บ้านใช่ไหม...รู้สึกเสียศักดิ์ศรีหรอ...
ไม่มีคำตอบอะไรออกจากปาก...มันจี้ใจดำมาก...
...ไม่มีใครรักแพรเท่าคนที่บ้านหรอกนะ...ศักดิ์ศรีของแพรมันไม่จำเป็นหรอก...
...เพราะแพรคือครอบครัวของเราและเรารักแพรจริงๆ...



กระเป๋าเสื้อผ้าวางลงตรงหน้าบ้าน...
พี่พลไขกุญแจประตูบ้านทาวเฮ้าส์ขนาดกลาง...ยิ้มบางๆให้น้องสาวคนนี้
...พ่อ! แม่! พรีม! พลพาแพรกลับมาแล้ว...
ร่างทั้งสามร่างวิ่งเข้ามากอดจนแทบทรงตัวไม่อยู่


...ทำไมไม่กลับมาบ้านรู้มั้ยว่าแม่ พ่อ พี่พรีมเป็นห่วงแค่ไหน...
...หนูไม่กล้าสู้หน้าแม่...หนูโดนเขาหลอกแม่...หนูโดนเขาหลอก...
ตอบไปพร้อมกับเสียงสะอื้น แม่ยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้แล้วลูบผมไปมา
...ไม่เป็นไร...เรื่องที่แล้วก็ให้แล้วไป...เราเริ่มต้นกันใหม่ได้...ยังไงแม่ก็ไม่ทิ้งแพร ไม่ว่าแพรจะเป็นยังไงก็ตาม...


อา...นี่สินะคือความรักที่แท้จริง...
นี่สินะคือความรักที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้...
นี่สินะคือความรักที่เรากำลังค้นหา...
นี่สินะคือ ความหมายของความรัก...การให้อภัยได้ไม่รู้จบไม่ว่าจะเกิดไรขึ้น...


ชีวิตของเรามีค่าเกินกว่าที่เราคิด
อย่าปล่อยให้คนอื่นมากำหนดชะตาชีวิตเรา
ความรักที่ฉาบฉวยมันอาจจะเหมือนดอกไม้ที่สวยงามแต่มันฉาบไปด้วยยาพิษ
แต่ความรักที่เรามองเหมือนไม่มีค่า มันกลับกลายเป็น “รักแท้ที่ไม่มีข้อแม้” 



SHARE

Comments