ปรสิตริษยา

"ชั้นอยากสวยมากกว่านี้ ชั้นอยากให้คุณดนัยมองมาที่ฉันคนเดียว"

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ "กมลเนตร" เฝ้ามองชายหนุ่มรูปงามร่างสูงโปร่งปดุจนายแบบ ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกของเธอ ที่เธอหมายปองเขา และอยากได้เขามาครอบครองแต่เพียงผู้เดียวใจจะขาด

แต่ดูเหมือนความใฝ่ฝันของนงเยาว์ผู้นี้ จะมีอุปสรรคอยู่มากเลยทีเดียว เพราะชายหนุ่มสุดเพรียบพร้อม ย่อมเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั่วบริษัท ซึ่งทำให้กมลเนตรมีคู่แข่งทางหัวใจเป็นจำนวนมาก

แต่กมลเนตรเองก็จัดได้ว่าเป็นสาวสวยหน้าตาดีใช้ได้คนหนึ่ง เธอทั้งมีหน้าอกหน้าใจ ที่ใหญ่ไม่น้อยหน้าใคร แถมผิวพรรณเธอก็ดี ผิวขาวกระจ่างใสดั่งลูกผู้ดี เธอมั่นใจว่าเธอสวยกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ทุกคนในบริษัท

จะยกเว้นก็เพียงแต่ “ปาลิดา” สาวงามดีกรีอดีตดาวมหาลัย ผิวพรรณขาวใส หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ริมฝีปากชวนฝัน รูปร่างอรชร เอวบางร่างน้อยไร้ส่วนเกิน แถมดีกรีการศึกษายังถึงขั้นจบได้เกรดนิยมอันดับสองจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ ปาลิดาเป็นสาวเพอร์เฟคในทุกๆ ด้านจนหลายๆ คน มักชอบพูดเสมอว่า ตัวเธอนั้นสามารถไปเป็นดาราได้สบายๆ แถมคุณดนัยเองก็ดูท่าทางสนใจในตัวปาลิดาอยู่ไม่น้อย

นั่นทำให้กมลเนตรอิจฉาริษยาปาลิดามากถึงมากที่สุด เธอรู้สึกอิจฉาตาร้อนทุกครั้งที่มีคนพูดชื่นชมปาลิดา และเธอจะยิ่งรู้สึกโกรธหนักขึ้นไปอีกถ้าหากคนที่ชมปาลิดานั้นเป็น “คุณดนัย”

แต่ด้วยการที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเองเอาไว้ กมลเนตรจึงต้องเก็บความรู้ตาร้อนผ่าวนี้เอาไว้ ซ่อนให้ลึกที่สุด ให้มากพอที่จะไม่มีใครสามารถสังเกตเห็นได้ กมลเนตรจำเป็นต้องแกล้งทำเป็นพูดดีกับปาลิดา ทั้งๆ ที่ในใจของเธอนั้นเกลียดปาลิดาใจจะขาด!

กมลเนตรพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ตนเองสวยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกินยาลดความอ้วนเพื่อลดหุ่น อาหารเสริมเจ้าไหนที่ว่าดี กินแล้วขาวขึ้น สวยขึ้น หรือครีมบำรุงผิวตัวไหนดี เธอก็สรรหามาใช้ทุกอย่าง ตัวกมลเนตรเองนั้นพื้นฐานเดิมของเธอก็สวยดีอยู่แล้ว แต่ตัวเธอไม่เคยพอใจรูปร่างหน้าตาเท่าที่เธอมีอยู่ เพราะเธอเชื่อว่ามันยังไม่มากพอที่จะเอาชนะปาลิดาได้



ในวันหนึ่ง ขณะที่กมลเนตรกำลังเล่นมือถือ ไถ่นิ้วขึ้นลงไปตามจอ นั่งสนใจเรื่องชาวบ้านบนโซเซียลมีเดียอยู่นั้น เธอก็บังเอิญไปเจอโฆษณาคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามแห่งหนึ่ง พร้อมกับคำโปรยไว้ว่า

“คุณกำลังประสบปัญหาเจอกับคู่แข่งทางหัวใจอยู่ใช่มั้ย? แบบนี้ต้องอัพเกรดความสวยเพิ่มกันหน่อยแล้วล่ะ! มาอัพเกรดความสวยของคุณได้ที่ Risya Clinic”

ข้อความดังกล่าวเหมือนเป็นตัวสะกิดความคิดของกมลเนตรให้หยุดชะงักลง กมลเนตรนั่งอ่านข้อความย้ำคำว่า “คู่แข่งทางหัวใจ” และ “อัพเกรดความสวย” อยู่ไปมาหลายที พร้อมลูบคลำและส่องกระจกมองหน้าของตัวเองไปมา

“ถ้าฉันอยากเอาชนะยัยนั่นให้ได้ ฉันจะต้องสวยกว่านี้!”

กมลเนตรค่อยๆ นั่งโฟกัสมองจุดบกพร่องของใบหน้าตัวเอง เธอสังเกตได้ว่ารูปหน้าของปาลิดานั้นเรียวสวย เป็นทรงรูปไข่ ใครๆ ที่บริษัทก็ชื่นชมปาลิดาว่าใบหน้าได้รูปสวยเหมือนดารา แต่กลับกัน ใบหน้าของกมลเนตรนั้นกว้างบานกว่า และมีเนื้อมาก โดยเฉพาะตรงบริเวณแก้ม ทำให้กมลเนตรดูเป็นคนหน้ากลมอ้วนและดูมีอายุมากกว่าปาลิดา ทั้งๆ ที่ทั้งสองคนมีอายุเท่ากัน

“ชั้นจะต้องหน้าเรียวสวยกว่ายัยปาลิดาให้ได้! คนที่คุณดนัยจะต้องมองควรเป็นฉันคนเดียวเท่านั้น!”

ในที่สุด กมลเนตรจึงตัดสินใจไปทำศัลยกรรมปรับรูปหน้ากับคลินิกที่เธอเห็นโฆษณาในตอนแรก
.
.
.
และแล้ว ก็ถึงวันที่กมลเนตรนัดคิวเข้าไปพบคุณหมอที่คลินิก

กมลเนตรนั่งพักผ่อนบนโซฟาตัวเขื่องในห้องรับรองแขกสุดหรูของคลินิก พลางจิบน้ำเย็นที่พนักงานได้เอามาเสิร์ฟให้

เธอรู้สึกได้ว่า คลินิกแห่งนี้ช่างตกแต่งได้อย่างหรูหราซะจริงๆ พื้นกระเบื้องและผนังสีดำมันวาวที่ตกแต่งแซมด้วยสีทองตามผนังเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเป็นคลินิกที่น่าจะคิดค่าบริการแพงๆ

แต่ความจริงค่าบริการกลับอยู่แค่ระดับกลางๆ เท่านั้น ผิดกับการตกแต่งคลินิกที่ดูหรูหรา เพราะเหตุนี้กมลเนตรจึงตัดสินใจที่จะมาใช้บริการคลินิกแห่งนี้ เนื่องจากราคาค่าทำสวยไม่สูงเกินเอื้อมจนเกินไปนั่นเอง

สักพัก คุณหมอที่กมลเนตรได้นัดเอาไว้ได้เดินเข้ามา เขาเป็นชายหนุ่มสวมแว่นสายตา หน้าตาสะอาดสะอ้าน เดินเข้ามาพร้อมกับชุดกาว์นสีขาวสะอาดตา

ซึ่งตอนที่กมลเนตรโทรจองนัดหมอคนนี้เอาไว้ พนักงานได้บอกเธอเอาไว้ว่า ปกติคุณหมอจะคิวแน่นเต็มตลอด แต่พอดีมีลูกค้าคนหนึ่งยกเลิกนัดไป ทำให้กมลเนตรสามารถเสียบคิวต่อจากลูกค้าคนนั้นได้ทันที ไม่ต้องรอคิวนานเหมือนคนอื่นๆ

กมลเนตรยิ้มผยองในใจ ขนาดหมอที่คิวแน่นนักหนา เธอยังมีดวงแย่งคิวมาเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ แล้วทำไมเธอจะแย่ง “คุณดนัย” มาเป็นของเธอคนเดียวไม่ได้ล่ะ

“สวัสดีครับคุณกมลเนตร ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ ผมชื่อนายแพทย์ บรรพจน์ เรียกผมว่า พจน์ เฉยๆ ก็ได้ครับ” นายแพทย์หนุ่มเริ่มแนะนำตัวเอง
 
"เรียกเนตรเฉยๆ ก็ได้ค่ะ" กลมเนตรแนะนำชื่อเล่นตัวเอง ให้หมอหนุ่มเรียกชื่อเธอได้ง่ายขึ้น

“คุณเนตรมีปัญหาที่กังวลใจตรงไหนเป็นพิเศษเหรอครับ?” หมอหนุ่มเริ่มสอบถามอาการตามหน้าที่

"เนตรอยากมีหน้าเรียวกว่านี้ค่ะ เนตรรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองหน้าบานมากเลย ต้องฉีดโบท็อกส์อะไรแบบนี้หรือเปล่าคะคุณหมอ เนตรเคยได้ยินมาว่ามันมีการฉีดโบท็อกส์ยกกระชับหน้า ให้หน้าเรียวขึ้นได้" กมลเนตรบอกความต้องการของตัวเองพร้อมสีกน้ากังวล

"อืม...คุณเนตรอยากปรับรูปหน้าใช่ไหมครับ ดูจากลักษณะใบหน้าของคุณเนตรแล้ว หมอแนะนำให้คุณเนตร "ร้อยไหม" ไปเลยจะได้ผลดีกว่าครับ"

"ร้อยไหมงั้นเหรอคะ?"

"ใช่แล้วล่ะครับ คลินิกของเรามีนวัฒนกรรม "ไหมละลายแบบมีเงี่ยง" เป็นไหมที่สามารถละลายหายไปเองได้ตามธรรมชาติหลังจากที่เข้าสู่ร่างกายไปแล้ว ซึ่งไหมเงี่ยงนี้ สามารถช่วยยกกระชับใบหน้า ดึงหน้าให้เรียวขึ้นได้ โดยคงผลลัพธ์ได้ระยะเวลาถึง 1-2 ปี วิธีร้อยไหมเนี่ยจะทำให้คุณเนตรหน้าเรียวได้นานกว่าการฉีดโบท็อกส์เยอะเลยล่ะครับ"

"โอเคค่ะคุณหมอ คุณหมอว่าเนตรควรทำอะไร เนตรก็ตกลงตามนั้นค่ะ"

หลังจากเสร็จสิ้นการปรึกษากับคุณหมอเรียบร้อยแล้ว กมลเนตรก็เข้าไปเตรียมตัวสำหรับการร้อยไหมทันที กมลเนตรเอนกายนอนลงบนเตียงปรับระดับที่ปูด้วยผ้าขนหนูสีขาวอย่างผ่อนคลาย พนักงานคลินิกช่วยเช็ดล้างเครื่องสำอาง รวบผมใส่หมวกคลุมสีฟ้าสำหรับห้องผ่าตัด แปะยาชาบนผิวหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที และต่อด้วยการทายาเบตาดีนเพื่อฆ่าเชื้อบนทั่วใบหน้า

คุณหมอเดินมาหากมลเนตรอีกครั้ง พร้อมกับใส่ถุงมือยางที่ใช้ในทางการแพทย์ ส่วนพยาบาทผู้ช่วยเองก็กำลังตระเตรียมอุปกรณ์สำหรับการร้อยไหมอย่างขะมักเขม่น

"ไหมมีเงี่ยงมันหน้าตาเป็นยังไงเหรอคะคุณหมอ เนตรอยากเห็น ช่วยเอามาให้ดูหน่อยได้ไหมคะ?"

หมอหนุ่มหยิบแท่งพลาสติกยาวสีขาวโปร่งแสงที่มีเข็มแท่งยาว กับสิ่งที่ดูเหมือนเส้นด้ายเล็กๆ สีน้ำเงินอยู่ด้านใน ตรงปลายด้านหนึ่งเสียบเข้ากับพลาสติกทรงกระบอกสีน้ำตาลเข้ม มีของที่ดูเหมือนเส้นด้ายมีน้ำเงินโผล่ออกมาเล็กน้อย

"ตรงเส้นเล็กๆ สีน้ำเงินที่คุณเนตรเห็นนี่แหละครับ คือไหมเงี่ยงที่หมอจะร้อยให้คุณเนตร"

"ไม่เห็นมันจะมีเงี่ยงอะไรออกมาเลยนี่คะคุณหมอ"

"ฮ่าๆ เงี่ยงบนตัวไหมมันสังเกตด้วยตาเปล่าได้ยากน่ะครับ ต้องใช้กล้องขยายดูถึงจะเห็นชัด"

กมลเนตรเคยดูโฆษณาของคลินิกศัลยกรรมทั้งหลาย ที่ชอบกระหน่ำขึ้นมาในเฟสบุ๊คของเธออยู่บ่อยครั้ง เธอจำได้ว่า เธอเคยดูคลิปการร้อยไหมที่เหล่าดาราชื่อดังมาทำร้อยไหม ดาราเหล่านั้นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ร้อยไหมไม่เจ็บเลยค่ะ เจ็บแป๊บเดียวตอนฉีดยาชาเท่านั้นเองค่า"

คุณหมอเริ่มฉีดยาชาให้แก่กมลเนตร เธอกัดฟันอดทนสุดฤทธิ์ ด้วยความหวังที่อยากจะสวย และคำพูดของเหล่าดาราดังที่ว่า "เจ็บแป๊บเดียวแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น"

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ กมลเนตรได้แปะยาชาที่ผิวหนัง ตามคำแนะนำของพนักงานคลินิกแล้ว แต่เธอเองก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี เหมือนยาชาที่แปะไว้ก่อนหน้านี้ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้มากนัก

ในวินาทีที่คุณหมอได้เริ่มร้อยไหมให้แก่กมลเนตร เธอตระหนักขึ้นมาได้ทันทีว่า การโฆษณาไม่ใช่การพูดความจริง ไม่ว่าผู้พูดจะเป็นดาราหรือเซเลบคนดังแค่ไหน สุดท้ายเขาก็ต้องพูดตามที่บริษัทผู้ว่าจ้างต้องการ

"เจ็บแป๊บเดียวแค่ตอนฉีดยาชาตรงไหนวะ ตอนนี้แ*่งเจ็บ*ิบหายเลย" กมลเนตรสบถขึ้นในใจเบาๆ

หลักจากการผ่านช่วงเวลา แห่งการนอนกัดฟันทนกับความเจ็บปวดเพื่อความสวยไปเรียบร้อยแล้ว กมลเนตรก็ได้รับการทำความสะอาดใบหน้าอีกครั้งจากพนักงานคลินิก และได้รับถุงใส่ยาลดอาการบวม พร้อมกับแผ่นพับคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังการร้อยไหมจากคลินิก

กมลเนตรพลิกดูด้านท้ายของแผ่นพับที่ได้รับมาจากคลินิก มีการ์ดใบเล็กๆ หล่นลงมา ซึ่งข้อความเขียนไว้สั้นๆ ว่า

"จงอย่าให้ความริษยาครอบนำตน แล้วปรสิตแห่งบาปจักไม่เติบโต"

"อะไรล่ะเนี่ย ใครพิเรนเอากระดาษแปลกๆ มาใส่ในโบรชัวร์ของคลินิกเนี่ย?" กมลเนตรเกิดความสงสัยขึ้นในใจ แต่เธอเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเท่าไรนัก จึงโยนการ์ดใบนั้นทิ้งลงถังขยะ



ใบหน้าหลังการร้อยไหมของกมลเนตรนั้นฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว อาการบวมช้ำที่มีตอนร้อยไหมใหม่ๆ นั้น หายไปในช่วงระยะไม่ก็วัน ถึงแม้ว่ากมลเนตรเองจะมีอาการปวดไปทั่วใบหน้าอยู่บ้าง แต่ตอนนี้หากดูจากภายนอกแล้ว ไม่มีดูออกว่าเธอไปทำศัลยกรรมมาแน่นอน

หน้าของกมลเนตรเรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตรงกับการโฆษณาผลลัพธ์ของทางคลินิก ที่บอกว่า "เห็นผลทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ" ถึงแม้ว่าโฆษณาของคลินิกจะหลอกว่าทำร้อยไหมไม่เจ็บ ทั้งๆ ที่เจ็บแทบตาย แต่อย่างน้อยเรื่องผลลัพธ์ก็ยังเป็นความจริง

กมลเนตรพยายามตัวโชว์ไปทั่วบริษัท เพื่อหวังให้มีใครสักหนึ่งทักเรื่องใบหน้าของเธอ แน่นอนว่าเธอได้ตามที่คาดหวัง เหล่าสาวๆ ในออฟฟิศต่างทักเธอถึงเรื่องรูปหน้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งเธอก็วางมาดตอบไปว่า

"ก็ไม่ได้ไปทำอะไรมาเป็นพิเศษหรอกค่ะ สงสัยช่วงนี้ไดเอ็ตหน้าเลยเรียวขึ้น"

ซึ่งก็ทำให้เกิดปฎิกิริยาเสียงอื้ออึงหมั่นไส้เบาๆ จากกลุ่มสาวๆ ในออฟฟิศ แต่นั่นไม่ทำให้กมลเนตรสะทกสะท้านแต่อย่างได้ เธอต้องการผลลัพธ์ที่เธอปรารถนาเพียงอย่างเดียว

นั่นคือ การทำให้คุณดนัยสุดที่รักของเธอหันมามองเธอมากขึ้น...

แน่นอนว่า คุณดนัยนั้นก็สนใจ หันมาทักทายกมลเนตร เรื่องรูปหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอ ดั่งเช่นคนอื่นๆ ในออฟฟิศ

แต่สุดท้ายแล้ว สายตาของคุณดนัยนั้น ก็ไปมองที่ปาลิดามากกว่าเธออยู่ดี...

"ชั้นเกลียด...เกลียดยัยปาลิดาที่สุดเลย!"

ความริษยาเกิดขึ้นในใจกมลเนตรขึ้นอีกครั้งเช่นเคย แต่ครั้งแรก ในช่วงที่กมลเนตรกำลังอิฉาปาลิดาอยู่นั้น เธอก็เริ่มรู้สึกปวดร้าวไปทั่วใบหน้า

"พอโกรธแล้วหน้าก็เริ่มปวดขึ้นมา ว่าแล้วเชียวว่าหน้าที่เพิ่งร้อยไหมไปยังไม่หายดี" กมลเนตรคิดในใจ
.
.
.
ทุกๆ วันที่กมลเนตรมาทำงาน หากวันใดที่เธอได้เห็นปาลิดา ยิ่งเป็นภาพที่ปาลิดากำลังพูดคุยอยู่กับคุณดนัยอย่างสนิทสนม ใบหน้าของกมลเนตรยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

ในตอนแรกกมลเนตรคิดว่า เพราะบาดแผลจากการร้อยไหมยังไม่หายดี เลยยังทำให้ใบหน้าเกิดอาการเจ็บปวดขึ้นบ้างเป็นบางครั้ง

แต่อาการปวดไปทั่วใบหน้าก็ยังเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ แถมนับวันจะยิ่งเกิดถี่ขึ้น ทั้งๆ ที่ใบหน้าภายนอกไม่มีอาการบวมช้ำ หรือมีแผลอะไรเลย จับคลำดูก็ไม่พบอะไรผิดปกติ

กมลเนตรเริ่มสังเกตเห็นได้ว่า อาการเจ็บปวดทั่วใบหน้านั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะที่ตอนเธอ "อิจฉา" ปาลิดาเท่านั้น นอกจากเหตุการณ์นี้แล้ว ใบหน้าของกมลเนตรก็จะเป็นปกติทุกอย่าง

แต่เธอก็ไม่คิดว่าความเจ็บปวดที่ใบหน้านี้เป็น "ความผิด" ของเธอ เธอคิดว่า หากปล่อยทิ้งเอาไว้ สุดท้ายอาการเจ็บปวดนี้ก็จะหายไปเอง...



หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ในขณะที่กมลเนตรกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อจ่ายเงินซื้อของอยู่นั้น เธอก็ได้เจอกับการ์ดเล็กๆ ใบหนึ่งเสียบอยู่ในกระเป๋าของเธอ การ์ดใบนั้นมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า

"จงอย่าให้ความริษยาครอบนำตน แล้วปรสิตแห่งบาปจักไม่เติบโต"

ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่กมลเนตรเจอครั้งแรกจากการ์ดที่ซ่อนอยู่ในแผ่นพับของคลินิก

กมลเนตรรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เธอไม่เข้าใจว่าการ์ดที่มีข้อความเดียวกับใบที่เธอเคยเจอก่อนหน้านี้ มันมาอยู่ในกระเป๋าสตางค์เธอได้อย่างไร แต่สุดท้ายเธอก็สลัดความคิดของเธอออกไป และโยนการ์ดทิ้งลงพื้นไปอย่างไม่ไยดี
.
.
.
ช่วงเวลาเกือบสองเดือนหลังจากที่กมลเนตรได้ไปร้อยไหมมานั้น ทุกครั้งที่เธอเริ่มรู้สึกอิจฉาและเกลียดชังปาลิาดา เธอจะรู้สึกปวดทั่วใบหน้าหนักขึ้น และยาวนานขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้เลย

"ยัยปาลิดา เพราะหล่อนแท้ๆ ทำให้ชั้นต้องเป็นอย่างนี้ ชั้นเกลียดแก! เมื่อไรแกจะหายไปจากสายตาชั้นซะที!"

ความปวดร้าวทั่วใบหน้าผุดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดความคิดชั่วพริบตา กมลเนตรเริ่มปวดใบหน้าไปหมดจนทนไม่ไหว เธอเผลอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

"กริ้ด!!!"

ทุกคนในสำนักงานกันมามองเป็นทางเดียวตามแหล่งต้นกำเนิดเสียง กมลเนตรทรุดตัวลงกับพื้น ปาลิดาวิ่งเข้ามาหากมลเนตรด้วยความเป็นห่วง

"คุณเนตร เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ให้ดาช่วยดู..."

ถึงแม้กมลเนตรจะรู้สึกเจ็บปวดใบหน้าอยู่มาก แต่เธอไม่ยอมให้ศัตรูหัวใจอย่างปาลิดามาเห็นใจเธอได้เด็ดขาด กมลเนตรรีบดันตัวเองขึ้นมา แล้วพยายามเดินหนีปาลิดาให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ชั้นไม่ยอมให้คนอย่างแกมาเห็นใจชั้นหรอก นังปาลิดา!" กมลเนตรประกาศกร้าวในใจ

กมลเนตรไปขอลาป่วยจากแผนก HR ของบริษัท ซึ่ง HR ก็ยอมให้ลาแต่โดยดี เพราะเห็นปฎิกิริยาของกมลเนตรเมื่อกี้แล้ว จึงเชื่อว่า กมลเนตรคงไม่สบายเจ็บป่วยหนักจริงๆ

เมื่อกมลเนตรกลับมาถึงบ้าน ชั่วขณะที่เธอเปิดประตูห้องในอพาร์ตเมนห้องเช่าของเธอ เธอได้พบว่า มีการ์ดใบเล็กๆ สีขาวจำนวนมากวางกระจัดกระจายอยู่เต็มห้องของเธอ การ์ดทุกๆ ใบที่กองอยู่บนพื้นล้วนเขียนว่า

"จงหยุดความริษยาไว้เสีย ก่อนที่ปรสิตแห่งบาปจะเติบโตและสายเกินไป"

"นี่มันอะไรกันเนี่ย! ใครมาเล่นพิเรนที่ห้องชั้นแบบนี้เนี่ย! วันนี้ทำไมต้องมาเจอแต่เรื่องซวยๆ แบบนี้ด้วย!"

กมลเนตรโมโหถึงขีดสุด แต่ด้วยความเจ็บปวดทั่วใบหน้า เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะกริ้ดร้องไปโวยวายกับนิติของอพาร์ตแมน เธอตัดสินใจทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
.
.
.
กมลเนตรตัดสินใจโทรศัพท์ไปลาหยุดงานอีกหนึ่งวัน ด้วยความที่ความเจ็บปวดทั่วใบหน้ายังไม่หายไป ทั้งๆ ที่ภายนอกใบหน้านั้นปกติ ไม่มีอาการบวมแดงหรือแม้แต่รอยฟกช้ำใดๆ เลย แต่กมลเนตรกลับรู้สึกเจ็บไปทั่วหน้าเหมือนกันมีเหล็กลวดหนามชอนไชไปทั่วใบหน้า เธอค่อยๆ พิจารณาใบหน้าอันเหนื่อยล้าของตัวเองบนโต๊ะเครื่องแป้ง จับสัมผัสใบหน้าที่ดูปกติ ผิดกับความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ของใบหน้า

"ทำไมชั้นถึงมีสภาพเป็นแบบนี้ละเนี่ย...หน๋อย ถ้าชั้นไม่มาเจ็บหน้าจนไปทำงานไม่ได้แบบนี้ละกัน ชั้นจะไม่มีทางให้ยัยปาลิดามาออเซาะคุณดนัยได้ตามใจชอบแน่!" ยัยปาลิดา! ยิ่งเห็นหน้ามันแล้วยิ่งรู้สึกเจ็บหน้า ชั้นเกลียดมัน! เกลียดๆๆ!"

สิ้นสุดความคิดริษยาของกมลเนตรเพียงชั่ววินาที ความเจ็บปวดขนานใหญ่ก็เข้ามาโจมตีกมลเนตรอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มีสิ่งที่แตกต่างออกไป

กมลเนตรสังเกตเห็นสิ่งที่รูปร่างคล้ายตะขาบตัวเล็กๆ จำนวนมาก กำลังชอนไชอยู่เต็มไปหมด ภายใต้ผิวบนใบหน้าของเธอ!

กริ้ด!!!!!

ภาพอันสยดสยองที่กมลเนตรจากเงาสะท้อนของกระจกคือ สิ่งที่ดูคล้ายตะขาบภายใต้ผิวหน้าของเธอกำลังจะกัดเนื้อหนังของเธอ และค่อยๆ โผล่ออกทีละน้อย ทีละน้อย...พวกมันมีสีน้ำเงิน ลำตัวเป็นเส้นยาวๆ และมีเงี่ยงเล็กๆ จำนวนมากโผล่ออกมาด้านข้างลำตัว สีของพวกมัน เหมือน "ไหมเงี่ยง" ที่กมลเนตรได้ร้อยไหมไปในตอนแรกไม่มีผิด

กริ้ดดดดดดดดด!!!!!!!!!!

กมลเนตรสติแตกกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอวิ่งไปหยิบกรรไกรออกมา เพื่อที่จะตัดสิ่งประหลาดที่ชอนไขออกมาจากใบหน้าของเธอ

กมลเนตรพยายามจะตัดเจ้าเส้นประหลาดที่โผล่ออกมาจากหน้าของเธอ แต่พวกมันที่ถูกตัดไปแล้ว กลับงอกใหม่ออกมาได้เรื่อยๆ

ตัวประหลาดที่ชอนไขออกมาจากใบหน้าของกมลเนตร บัดนี้ พวกมันพยายามที่จะ "ฉีก" ใบหน้าเธอออก เกิดบาดแผลเป็นทางยาวจากขมับจนถึงคางตรงด้านข้างของใบหน้า และบาดแผลเล็กๆ ทั่วหน้าอีกจำนวนมาก เลือดไหลอาบเปรอะเปื้อนชุดของเธอเต็มไปหมด กมลเนตรรู้สึกทุกข์ทรมานเจ็บปวด เธอกรีดร้อง กรีดร้องอย่างทุกข์ทรมานอย่างยาวนาน จนในที่สุดก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะกรีดร้องอีกต่อไป... 

กมลเนตรเริ่มรู้สึกใกล้หมดลมหายใจ เหมือนดั่งตัวประหลาดกำลังกัดกินวิญญาณของเธอจนหมดสิ้น

ในขณะที่กมลเนตรกำลังหมดแรงล้มลงกองอยู่บนพื้น เธอเห็นภาพชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างเลือนราง

ชายคนนั้นคือ คุณหมอที่ทำร้อยไหมให้เธอ! คุณหมอบรรพจน์ เธอจดจำใบหน้าของเขาได้เป็นอย่างดี ทำไมเขามาอยู่ที่บ้านของเธอได้!?

"เฮ้อ...อุตส่าห์เตือนไปตั้ง 3 ครั้งแล้วนะครับ คุณก็ยังไม่ยอมเลิกอีก ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงล่ะนะ"

"...คุณหมอ!? คุณเข้ามาในบ้านเนตรได้ยังไงกันคะ?"

"เรื่องนั้นไม่ต้องรู้หรอกครับ เดี๋ยวคุณก็จะตายอยู่แล้วนี่"

"!?"

"เอาเป็นว่าผมเข้ามาเก็บเกี่ยวผลผลิตของผมน่ะครับ ปรสิตริษยา...ขอบคุณคุณเนตรมากเลยนะครับ ที่ทำให้มันเติบโตได้มากขนาดนี้"

ชายหนุ่มชี้ไปที่ตัวประหลาดที่ทยอยไหลออกมาจากใบหน้าของกมลเนตร พวกมันค่อยๆ เลื้อยออกมาจากใบหน้าของกมลเนตร ไปยังขวดโหลขวดใหญ่ที่ชายหนุ่มตั้งนอนเอาไว้กับพื้น

"คิดว่าจะลองให้โอกาสมนุษย์กลับตัวกลับใจดู แต่ยังไงมันก็คงเป็นไปได้ยากสินะ" ชายหนุ่มบ่นพึมพัมเบาๆ ในขณะที่ดูเส้นสีน้ำเงินมีเงี่ยงทยอยไหลเข้าขวดโหล

เมื่อยามที่เส้นน้ำเงินตัวสุดท้ายไหลออกจากใบหน้าของกมลเนตร มันเป็นวินาทีเดียวกับที่กมลเนตรได้สิ้นใจลง ณ ตรงนั้น...

"บ๊ายบายครับคุณเนตร เอ้อ...ขอบคุณสำหรับอาหารที่เลี้ยงเจ้าพวกนี้ด้วยนะครับ"

ชายหนุ่มที่เคยเรียกตัวเองว่าหมอพจน์กลายเป็นกลุ่มก้อนเงาสีดำ แล้วค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้แต่เพียงความเงียบ และร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวที่ถูกกัดกินด้วยความริษยา...
SHARE
Written in this book
คลินิกศัลยกรรมเสริมความตาย
การมีรูปลักษณ์ที่งดงาม ล้วนเป็นความปรารถนาของมนุษย์ทุกคน แต่หากต้องแลกความงามกับการพบเจออาถรรพ์ คุณจะยังยอมอยู่อีกไหม?
Writer
Yoksin
Monster
สิ่งมีชีวิตในโหมดประหยัดพลังงานชีวิตเบอร์ 5 ที่ชอบเพลิดเพลินไปกันความคิดของตัวเอง

Comments