แล้วเราจะรู้ได้ไง ... นั่นสิ
วันที่ 15 สิงหาที่ผ่านมา 
เรามีเหตุจำเป็นต้องเป่าเค้กวันเกิดก้อนเล็ก ๆ คนเดียวในโรงพยาบาล
ใครจะรู้ว่าเป็นวันเกิดที่แย่ที่สุดในรอบ 26 ปี 
แล้วเค้กวันเกิด จะเรียกว่าเค้กก็ไม่ถูกนัก
มันเป็นเพียงกระดองปูใส่เนื้อปูอ่องสีเหลืองฟูนุ่ม ปักเทียนเล็ก ๆ เล่มเดียว 
"ขอให้เข้มแข็ง และมีสติ"
เราอธิษฐานไปแบบนั้น เพราะไม่กล้าหวังอะไรที่ดีไปกว่าขอให้ความเข้มแข็งและสติอยู่กับเรา เพื่อพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามาทักทายในชีวิต  
ความจริงแล้วเราไม่ได้ใส่ใจว่าจะมีคนจำได้หรือไม่ 
เราใส่ใจแค่ว่าปีนี้คนในครอบครัวเราป่วยกระทันหัน และเราต้องมาดูแล
มันเลยกลายเป็นวันเกิดที่หม่นพอๆกับสีท้องฟ้าในวันนั้นเลย 
เราไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่หวังว่าทุกคนในครอบครัวจะอยู่ดีมีสุข เเข็งเเรง พอแล้วจริงๆ 

เราซึ่งยังไม่มีการงานที่มั่นคงต้องออกมาดูแลคุณยายที่ป่วยกระทันหัน
แม้นใจจะยังอยากออกไปโบยบินหางาน หรือไปสู่โลกกว้างอย่างเพื่อน ๆ 
แต่หน้าที่ตรงนี้สำคัญกว่า 
ยิ่งทำให้เราโทษตัวเองหนักขึ้นไปอีกว่าเพราะตอนนั้นที่ไม่ตัดสินใจเรียนในสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการ เลยช่วยครอบครัวได้เพียงเท่านี้ 
นอกจากไม่มีงานการที่มั่นคงพอจะช่วยให้ครอบครัวได้รับสวัสดิการดี ๆ แล้ว
หลายคนยังดูถูกว่าจบจากมหาลัยชื่อดังซะเปล่า สุดท้ายก็ทำได้แค่นี้เหรอ 

 เย็นวันนั้นเรานั่งคุยกับแม่ 
เราขอโทษแม่ไม่รู้กี่ครั้งเรื่องที่เราเลือกเรียนตามสิ่งที่อยากเรียนโดยไม่คำนึงถึงตลาดแรงงาน

"รู้งี้น่าจะเรียนพยาบาลตามที่น้าบอกเนอะ"

"แล้วรู้ได้ไงว่าถ้าเรียนแล้วมันจะดี"

"ไม่รู้สิ เห็นเพื่อนที่เป็นพยาบาลก็ชีวิตดีทุกคนเลยอะ"

"ทุกอาชีพก็มีความยากคนละแบบ ส่วนที่เราเห็นอาจจะเป็นส่วนที่เขาคัดมาให้คนนอกเห็นก็ได้นะ" 

"แต่ถ้าเลือกได้ ถ้าย้อนเวลาได้ ตอนนั้นก็คงเลือกพยาบาลเเหละ" 

"แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าถ้าเลือกพยาบาลแล้วชีวิตจะไม่เป็นแบบนี้ แม่ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ ณ ตอนนั้นแล้ว ทางที่เราไม่ได้เลือก ไม่ได้หมายความว่าผลมันจะดีกว่าตอนนี้เสมอไป แล้วถ้าเลือกไปแล้วแย่กว่าเดิมล่ะ เราจะทำยังไง การที่เราไม่ได้เลือกอีกทางเลือกหนึ่งไม่ได้แปลว่าผลของทางเลืกนั้นมันจะออกมาดีกว่าทางนี้เสมอไปเนอะ อย่าไปคิดโทษตัวเองเลย การตัดสินใจตอนนั้นมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว ในตอนนี้ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้ ก็ขอให้โฟกัสกับหน้าที่และชีวิตตอนนี้ให้ดีที่สุด อนาคตเป็นเรื่องที่เราไม่รู้ เราไม่มีทางรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นทำตอนนี้ให้ดีที่สุด เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่เสียใจทีหลัง เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว" 
....
นั่นสินะ 
อีกทางเลือกหนึ่งที่เราไม่ได้เลือก
อาจจะดีก็ได้
หรือไม่ดีก็ได้ 
ไม่อาจรู้ได้เลยจริง ๆ 
อยู่กับปัจจุบัน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ 

"You can't change the past, but you can ruin the present by worrying about the future."  -  Isak Dinesen 
 
 
SHARE
Writer
Kimhunt
นักฝึกเขียน
passion ในชีวิตตอนนี้หลงเหลือแค่ passion fruit เท่านั้น

Comments

noh
2 years ago
สู้ๆนะคะ
Reply
Kimhunt
2 years ago
ขอบคุณนะคะ :)