วันที่ฉันสอบไม่ติดเป็นครั้งที่สอง
“ประกาศแล้วนะครับ”
ข้อความที่เพื่อนร่วมสอบของฉันพิมพ์ในไลน์กรุ๊ป
ฉันกดล็อกอินเข้าไปดูผลการสอบด้วยมือที่สั่นเทา
พิมพ์รหัสผ่านผิดๆถูก
จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกกลัวขนาดนี้คือตั้งแต่เมื่อไหร่
ผลการสอบข้อเขียน
‘ไม่ผ่าน’

ข้อความสีดำเด่นชัดบนหน้าจอโล่งสีขาว 
ฉันกวาดตามองอีกหลายครั้ง
แต่มันก็ยังอ่านได้แบบเดิม
หัวใจของฉันกระตุกวูบด้วยความผิดหวัง บรรยากาศรอบตัวที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องคอนโดดูหนักอึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ฉันรู้สึกเหมือนอนาคตและความหวังที่เคยสว่างเรืองอยู่ตรงหน้าถูกฉุดกระชากไปในเสี้ยววินาที

ฉันตั้งสติ
กดเข้าไปในกรุ๊ปไลน์ของเพื่อนที่ร่วมชะตากรรมกันมาร่วมหลายเดือน
“แพรเป็นไงเงียบไปเลย”
“ไอ้แพรแอบผ่านอยู่คนเดียวป่ะวะ”

ข้อความที่เพื่อนพิมพ์คุยกันตั้งแต่เมื่อวาน
ถึงได้รู้ว่าผลออกตั้งแต่ตอนสี่ทุ่มกว่า
ฉันหลับไปก่อนแล้ว ตั้งใจว่าจะไม่รอทั้งที่ปกติเป็นคนนอนดึก แต่เพราะทนความเครียดที่นั่งรอผลไม่ไหวจริงๆ
โชคดีที่ตื่นเช้ามาดู ไม่งั้นเมื่อคืนคงนอนไม่หลับแน่ๆ แถมดึกแล้วอยู่คนเดียวอีก คงรับมือกับความเสียใจได้ยากพอตัว

“ไม่ผ่านเหมือนกัน555555”
ฉันพิมพ์เลขห้าไปเยอะมาก อาจหวังให้มันกลบความเสียใจ แต่ไม่รู้มันจะกลบได้หรือเปล่า

“รู้ผลแล้วไม่ผ่านค่ะ”
ฉันพิมพ์บอกแม่
แม่รีบโทรมาทันที
“วันนี้กลับบ้านไหมลูกวันนี้ แม่เตรียมของอร่อยไว้ไห้”
“ค่ะแม่”
ฉันตอบรับ แม่คงไม่สบายใจ อาจกลัวว่าฉันจะผิดหวังมากเสียจนกระโดดลงมาจากคอนโดชั้นสิบเก้า

“แพรไม่ผ่านนะพี่ เซ็งเลย”
ฉันพิมพ์บอกพี่ที่ติวหนังสือให้ฉัน

นึกถึงพี่แล้วฉันก็ปวดใจ ยังจำสีหน้าพี่ตอนที่ฉันสอบไม่ผ่านครั้งแรกได้ มันเป็นสีหน้าของความผิดหวังขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่พี่จะพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อนเพื่อให้ฉันสบายใจ
แล้วฉันก็ไม่ผ่านอีกเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ไม่ได้บอกต่อหน้าพี่ แต่ฉันก็พอนึกภาพออกว่าพี่จะรู้สึกยังไงตอนที่ได้อ่านข้อความของฉัน
โชคดีที่เด็กที่พี่สอน นอกจากฉันแล้วหลายคนสอบติด
พี่จะได้ไม่รู้สึกผิดเพราะฉัน ฉันไม่อยากให้พี่สงสารฉันเลยเพราะแค่นี้ก็รู้สึกสมเพชตัวเองพอตัว

“ไม่เป็นไรนะ ถือว่าเราได้พยามแล้ว”
“มีอะไรถามพี่ได้เหมือนเดิมเลยนะ”

ข้อความของพี่ที่พยามปลอบโยนยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอยากร้องไห้ พี่เคยบอกว่าเห็นน้องๆทุกคนแล้วรู้สึกว่าเห็นตัวเองตอนที่กำลังพยายามสอบ เลยอยากจะช่วยทุกคนให้เต็มที่เท่าที่จะช่วยได้

แต่ฉันก็ยังไม่ผ่านเหมือนเดิม

ฉันรู้สึกเจ็บปวด แต่น้ำตากลับไม่ไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
ฉันอยากร้องไห้ เผื่อมันจะระบายความเจ็บปวดที่อยู่ข้างในออกไปได้บ้าง 
สักนิดก็ยังดี

“ช่วงนี้พี่เป็นไงบ้าง เรียนหนักไหมคะ”
“กำลังจะสอบแล้ว สนุกๆดี พี่ชอบเลย”

พี่มีความสุขฉันก็ดีใจ แต่ก็เสียใจที่ไม่ได้ไปอยู่ตรงจุดนั้นบ้าง

ฉันกดเข้าไปดูในเฟสบุ๊ค จิตใจฟุ้งซ่าน เลื่อนมันไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดี
จะเริ่มอ่านหนังสือใหม่ตอนนี้ กว่าจะได้สอบอีกทีก็ปีหน้าเลย
ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งจิตตกไปไกล
พลันสะดุดภาพของพี่ในนิวฟี้ด

รอยยิ้มของพี่ยังเหมือนเดิม
พี่มักจะร่าเริงเสมอเวลาสอน บางทีก็เล่นมุกตลกแม้ไม่ค่อยมีใครขำ

พี่สวมเสื้อกาวน์สีขาว 
ใต้รูปบรรยายว่าวันรับเสื้อกาวน์
รอยยิ้มของพี่ดูมีความสุขมาก เป็นยิ้มที่ยิ้มมาจากข้างในอย่างแท้จริง
ในรูปเพื่อนๆของพี่ถือดอกไม้ แต่พี่กลับถือไอศกรีมที่กินไปครึ่งแท่งเสียอย่างนั้น 
จะเท่ห์ทั้งทีก็เท่ห์ไม่สุด

ฉันรู้ว่าพี่เป็นคนขำๆ
แต่ฉันรู้ว่ากว่าจะมาเป็นรอยยิ้มของพี่ในวันนี้ พี่ต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ฉันรู้มาว่าก่อนหน้านั้นแม่ของพี่ตกงาน แถมคุณพ่อก็ต้องมาเสียไปในเวลาไล่เลี่ยกัน พี่เลยต้องมาสอนพิเศษเป็นงานเสริม ตอนนั้นเราเลยได้เจอกันเพราะว่าฉันมาสมัครเรียน
วันนี้พี่ก้าวไปอีกขั้นแล้ว แม้ว่าฉันจะไม่สำเร็จแต่กลับไม่รู้สึกอิจฉาเลย เพราะคิดว่าพี่เป็นคนที่สมควรได้รับความสำเร็จนี้มากที่สุด

ส่วนฉันจะยังคงสู้ต่อไป
พร้อมกับคำพูดของใครคนนั้นที่เคยบอกฉันว่า

‘ความล้มเหลวในวันนี้ คือระหว่างทางที่ไปสู่ความสำเร็จในวันหน้า’








SHARE

Comments