แก่นแท้ของการพัฒนาตัวเอง
 
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันได้มีโอกาส เข้ารับการอบรมสัมมนา ในหัวข้อ “องค์กรคุณธรรม” เป็นการไป แบบ ไปตามหน้าที่ เพราะคำสั่งจึงไป หลายครั้งที่ฉันพบว่า การไปสัมมนาอบรม ของหน่วยงานที่จัดขึ้นไม่ค่อยมีกิจกรรมฉันพึงใจมากนัก 

แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา ในการไปครั้งนี้ แตกต่าง และนับว่าคุ้มค่ามาก

เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการว่าด้วย เรื่องคุณธรรมและจริยธรรม วิทยากรเป็นอาสาสมัครจาก มูลนิธิ “ยุวสถิรคุณ” ฉันพึ่งเคยได้ยินชื่อมูลนิธิแห่งนี้ ...

วิทยากรเล่าว่า มูลนิธิ แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นด้วย กระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชการที่ 9 โดยพระราชทานทรัพย์สินส่วนพระองค์หลายล้านบาท ในการจัดตั้งกองทุนการศึกษา เพื่อให้แก่เด็กๆ โครงการดังกล่าวเริ่มต้นที่โรงเรียน ให้ครูรักเด็ก และเด็กรักครู เน้นให้ครูสอนให้เด็กมีน้ำใจต่อเพื่อน 
“ไม่ให้แข่งขันกันแต่ให้แข่งขันกับตัวเอง”
 เพื่อเตรียมความให้กับโรงเรียน สร้างความดีให้เกิดขึ้น....

ต่อมาโครงการได้ขยายมาสู่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หลายๆหน่วยงานได้ผ่านการอบรมหลักสูตรนี้ มาแล้วและครั้งนี้เป็นหน่วยงานของฉัน

การอบรมในครั้งนี้ ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นการอบรมสั้นๆ เพียงแค่วันเดียว

เราทุกคนรู้ว่า คุณธรรมคืออะไร (ไม่ใช่ คุณ น่ะ ทำ แต่ผมไม่ทำ นะ) และจริยธรรมคืออะไร ทั้งสองสิ่งคือความดีงาม แต่บางคนอาจจะยังแยกไม่ออก แต่สรุปสั้นๆ คือ คุณธรรมคือ สิ่งที่อยู่ภายในใจว่า เรารู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนถูกสิ่งไหนควร เป็นนามธรรม เช่น ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ส่วน จริยธรรมนั้น เป็น รูปธรรม คือ สิ่งที่แสดงออกมา เป็นการกระทำหรือความประพฤติเช่น การแบ่งปันอาหารให้สุนัขจรจัด

มันก็คือการ คิดดี ทำดี โดยทั่วไปการทำดีต้องเริ่มต้นจากความคิดดีก่อน...

แต่ในความเป็นจริงเราไม่อาจรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาคิดในใจคืออะไร การแสดงออกว่ามีการกระทำดี อาจมีบางสิ่งเคลือบแฝง ก็สุดแล้วแต่ เพราะคนกระทำจะรู้ตัวเอง...

จากนั้นวิทยากรก็ให้ทำใบงาน

เริ่มต้นจากให้เราแยกแยะเรื่องของ คุณธรรมและจริยธรรม โดยดูจากคลิป ว่าสื่อถึงคุณธรรมเรื่องใดและเห็นจริยธรรมอะไรบ้าง ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจได้เป็นอย่างดี....

สิ่งที่ฉันชอบที่สุด คือ การให้เขียนถึงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ หรือสิ่งที่ไม่ควรทำในการทำงาน  เขียนของตัวเอง  สิ่งที่ตัวเองเป็น ไม่ต้องคิดถึงใคร  (แม้ลึกๆในใจจะแอบๆ คิดว่าทำไมหัวหน้าไม่มานะ)  และวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละพฤติกรรม

ฉันเขียนออกมาได้ 12 หัวข้อ ดังนี้ 
1. มาสาย – กลับก่อน
2. ใช้เวลางานทำเรื่องส่วนตัว
3. ไม่ทุ่มเทงานอย่างเต็มที่
4. ผัดวันประกันพรุ่ง
5. ใช้อุปกรณ์ของสำนักงานในเรื่องส่วนตัว
6. ไม่พัฒนาตนเอง ไม่เรียนรู้วิธีการทำงานใหม่ๆ
7. เกี่ยงงาน โยนงานให้ผู้อื่น
8. ไม่สอนงานลูกน้อง
9. มอบหมายงานไม่กระจายงาน
10. ไม่ชอบพูดความจริง บ่ายเบี่ยงความผิด
11. ลาป่วยทั้งๆที่ไม่ได้ป่วยจริงๆ
12. พูดจาไม่เหมาะสม พูดไม่คิด 
 
เหล่านี้คือพฤติกรรมของฉันเอง ฉันยอมรับว่าฉันเป็น ...หลังจากนั้นก็หาสาเหตุว่าทำไมถึงทำพฤติกรรมเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น ทำไมฉันถึงมาสาย และกลับก่อน ฉันมาสายเพราะบ้านอยู่ไกล ฉันทำงานอยู่ต่างจังหวัดและต้องเดินทางจาก กทม. ไประยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร และที่กลับก่อน ก็เป็นบางครั้งเช่นในวันศุกร์เพราะกลัวรถติด....แต่ วิทยากรบอกว่า จะโทษว่าอยู่ไกลไม่ใช่ สาเหตุของปัญหาที่แท้จริง บางครั้งฉันพักใกล้ฉันก็มาสาย เพียงแต่ตื่นสาย แล้วอะไรทำให้ตื่นสาย อาจเพราะดูละครดึก ฉันต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ที่ทำให้ฉันทำพฤติกรรมเหล่านั้น ทีละข้อ ทีละข้อ ..โดยแต่ละข้อ ให้เขียนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ว่าควรทำอย่างไรแทน เช่น มาทำงานและกลับตรงเวลาโดยให้ระบุว่า เป็นคุณธรรมหลักข้อใด ซึ่งการมาทำงานตรงเวลา คือ ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ 
จากนั้นนำปัญหาที่ได้ของแต่ละคน มาร่วมกันวิเคราะห์เป็นกลุ่มและจัดทำเป็นโครงการเพื่อ นำไปใช้ได้จริงกับหน่วยงาน 
หน่วยงานของฉันสรุปกันได้ โครงการ “สัมมาวาจา คือ พูดดี ดูดี สังคมดี” เพื่อแก้ปัญหา การใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมกับเพื่อนร่วมงาน



สิ่งที่ฉันได้จากการสัมมนาในครั้งนี้ คือ หัวใจหลักหรือแก่นของการแก้ไขปัญหาต่างๆ 
ซึ่งจะต้องเกิดจากความเข้าใจตัวเองก่อน แก้โดยเริ่มต้นจากตัวเราเองไม่ต้องมองคนอื่น ไม่ต้องไปคิดแทน ไม่ต้องไปนึกว่า คนนั้นเป็นแบบนั้น คนนี้เป็นแบบนี้ แต่ตระหนักรู้ตัวเองว่า ตัวเองมีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ไม่ควรทำ เราจะรู้ดีที่สุด การที่เรายอมรับด้วยใจจริงว่าเราเป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วตัวของเราเองจะรู้เองว่าสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมนั้นเกิดจากอะไร เมื่อเรารู้เราก็จะแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด ....


ไม่ต้องไปเปลี่ยนใคร แต่เริ่มต้นเปลี่ยน จากตัวเราเอง ถ้าทุกๆคนคิดได้ ทำได้ สังคมที่อยู่ก็จะดีเอง
 
ปล.ขอตัวไปเขียนสาเหตุของพฤติกรรมที่ฉันเป็นก่อนนะคะ จะได้แก้ไขได้จริงๆสักที
SHARE
Writer
LuckyJammy
Appraiser
ประเมินค่าด้วยหัวใจ

Comments