ช่วงเวลาของน้ำชายามบ่าย
OPEN

ถ้าหากคุณเป็นแฟนคลับของนวนิยาย
เรื่อง Alice in Wonderland
คุณก็คงจะคุณเคยกับฉาก
ที่สาวน้อยอลิสถูกเชิญให้ไปงานเลี้ยงน้ำชา
ของช่างทำหมวกจอมเพี้ยน
ที่บ้านกระต่ายของเจ้ากระต่ายเดือนสาม

ซึ่งมีสัตว์มากมายมาร่วมโต๊ะด้วย
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแมวเซไซ หนูตัวจิ๊ดในชุดขี่ม้า
หรือแม้แต่กระต่ายขาวผู้มาสายตลอดเวลา

คุณคงจำได้ว่าบนโต๊ะน้ำชานั้น
มีสิ่งมากมายอันซึ่งงานเลี้ยงน้ำชาควรจะมี
พวยกาทรงสวยพร้อมแก้วชาเข้าชุด
จานคุกกี้ที่เพิ่งอบเสร็จมาใหม่ ๆ 
เค้กก้อนใหญ่ตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำ
เสียงดนตรีคลาสสิคแว่วชวนให้ดื่มด่ำ

ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนพาให้ชวนฝัน

แล้วคุณจะเชื่อผมไหมถ้าผมบอกว่า

สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนั้นกำลังเกิดขึ้น
ที่สนามหญ้าในสวนของร้านผม

บริเวณข้างร้านเล็ก ๆ 
ครอบคลุมมาจนถึงด้านหลังของร้านก่อนถึงป่าสน
เป็นพื้นที่ที่ผมใช้ปลูกต้นไม้ ทำแปลงผักเล็ก ๆ 
รวมทั้งเลี้ยงสัตว์จำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในการประกอบกิจการ

พื้นที่ส่วนหนึ่งผมใช้เป็นสถานพักผ่อน
ให้ลูกค้าที่ต้องการสัมผัสธรมชาติระหว่างจิบกาแฟ
หรือหลบหนีความวุ่นวายภายในร้าน
ออกมาสูดอากาศภายนอกให้จิตใจสงบ

ทว่าช่วงเวลาบ่ายแบบนี้
บรรยากาศภายในร้านและภายนอก
กลับดูคล้ายว่าจะสลับกัน

เมื่อตอนนี้ที่โต๊ะไม้ยาวใต้ต้นไม้ใหญ่
มีเด็กสาวในชุดกระโปรงสีฟ้าสดใส
กำลังนั่งเล่นจิบชากับตุ๊กตาอย่างสบายใจ

เด็กคนนั้นชื่ออลิส เธอเป็นลูกสาวของคุณทอม 
บรรณาธิการนิตยาสารเกี่ยวกับอาหาร
ที่ชอบมาใช้บริการร้านของผม
เป็นสถานที่ทำงานของเขาอยู่เป็นประจำ

ซึ่งทุกครั้งที่มาคุณทอมก็จะพาลูกสาวของเขามาด้วย
เพราะเห็นว่าร้านของผมมีสถานที่ให้ลูกของเขาได้วิ่งเล่น

ซึ่งวันนี้เขาได้ฝาก(ทิ้ง)ลูกสาวไว้กับผม
ส่วนตัวเองก็ออกไปส่งต้นฉบับ
ให้กับสำนักพิมพ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่นัก

ผมคอยมองออกไปที่สวนเป็นช่วง ๆ 
เฝ้าดูเด็กสาวเล่นอยู่ตามลำพัง
กับเพื่อนตุ๊กตาของเธอ

" มันดูน่าสนุกตรงไหนกันนะ ? "

ถึงเวลาผมก็เอาขนมกับน้ำส้มออกไปให้
อลิสจากที่กำลังพูดคุยอยู่กับตุ๊กตากระต่าย
เมื่อเห็นว่าผมมาเธอก็ดูตื่นเต้นขึ้น

" นี่ไงเจ้ากระต่ายขาว 
คุณมาสเตอร์เขาเอาของว่างมาให้เราด้วยล่ะ "

เธอหันมายิ้ม ซึ่งนั่นเป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุด
ที่ผมได้พบเจอมาในวันนี้

" มาสเตอร์เอาน้ำส้มกับขนม
ที่ป๊ะป๋าของอลิสฝากไว้มาให้ครับ "

" ป๊ะป๋าน่ารักที่สุดเลยเนอะเจ้ากระต่าย "
" เอ้อจริงด้วย ให้คุณมาสเตอร์มาลองชิมชาที่อลิสชงไว้ดีกว่าเนอะ "

ว่าแล้วเด็กน้อยอลิสก็หันมาส่งสายตาใสซื่อให้ผม

" หืม ? ผมหรอ "

" ใช่ค่ะ ป๊ะป๋าบอกว่าคุณมาสเตอร์เป็นเจ้าของร้านกาแฟ
แล้วก็ชงกาแฟเก่งมาก เพราะงั้นมาสเตอร์
ต้องมาเป็นคนชิมชาที่อลิสชงนะคะ "

' แต่กาแฟ กับ ชา มันเหมือนกันที่ไหน '

ไม่พูดเปล่า 
ร่างน้อยกระโดดลงจากเก้าอี้ซึ่งรองด้วยเบาะนวม
มาดึงแขนผมไปนั่งตรงที่ว่าง
พร้อมกับหันไปหยิบจับยกวาง
ชุดชงชาของร้านที่ขอยืมออกมาเล่น
ประหนึ่งว่ากำลังชงชาอยู่จริง ๆ 

ไม่นานเธอก็หันมายื่นแก้วเซรามิกให้กับผม

" ชากุหลาบค่ะมาสเตอร์ อลิสทำเองทั้งหมดเลยนะคะ
ถ้าลองจิบดูมาสเตอร์จะได้กลิ่นหอมอบอวลของกุหลาบ

อลิสเลือกเก็บมาตอนที่มันส่งกลิ่นหอมที่สุด
เอามาตากแล้วผสมกับใบชา

ถ้าใช้เป็นชาขาวจะทำให้ชากุหลาบมีสีสวย
อลิสชอบเวลาที่ชาอยู่ในแก้วใส
เพราะมันจะทำให้เห็นสีชมพูของมันได้ชัด 

มาสเตอร์คิดว่าไงคะ ? "

น่าแปลก 
ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่ผมถือยู่ในมือนั้นเป็นแก้วเปล่า
ที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากอากาศ
แต่มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนผมได้เห็น
ได้สัมผัสว่ามีชาอยู่ในแก้วนั้นจริง ๆ

สีของชากุหลาบที่ผมรู้สึก
เหมือนกับสีของพวงแก้มน้อย ๆ 
ที่ชมพูระเรื่ออยู่ตรงหน้า

กลิ่นกุหลาบลอยมากับสายลม
ที่ผ่านกระทบเส้นผมของเด็กสาว
เหมือนกลิ่นของชาที่เธอพรรณนาให้ผมฟัง

แววตาใสซื่อมองตรงมายังผม
ราวกับจะรอคอยคำตอบ

แต่ไม่รู้จะทำเช่นไร
จึงตัดสินใจทำเหมือนกับยกแก้วขึ้นจิบชา

' เล่นด้วยหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร '

" อลิสคิดว่าจะชงชานี้ไปให้ป๊ะป๋าดื่ม
เพราะช่วงนี้เห็นป๊ะป๋าบ่นว่าท้องอืดบ่อย ๆ
แล้วอลิสก็ได้ยินมาว่าชากุหลาบช่วยให้หายท้องอืดได้ "

ยิ่งฟังผมก็ยิ่งแปลกใจในความรู้ของเด็กวัยห้าขวบ
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าในอนาคตเธออาจ
เป็นนักสร้างสรรค์ชาระดับโลกก็ได้

" แต่ป๊ะป๋าบอกว่าไม่ค่อยชอบดื่มชา เพราะมันขม
อลิสก็เลยคิดว่าถ้าเติมน้ำตาลป๊ะป๋าคงจะยอมดื่ม.."

ผมหัวเราะนิด ๆ พลางวางแก้วในมือลง

" อลิสบอกว่าป๊าป๋าไม่ชอบรสขม 
ถ้างั้นทำไมอลิสไม่ลอง
เอาชาพีชมาผสมลงไปด้วยล่ะ ? "

ผมสังเกตเห็นแววประกายสงสัย
จากนัยย์ตากลมโตคู่นั้น

" ยังไงหรอคะมาสเตอร์ ? "

" ก็นี่ไง มาสเตอร์คิดว่ารสชาติ
หวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ของพีช
น่าจะเข้ากันได้ดีกลิ่นหอมของชากุหลาบนะ 
แถมยังหวานโดยไม่ต้องใช้น้ำตาล ดีต่อสุขภาพด้วยไง "

" จริงด้วยนะคะ แบบนี้ป๊ะป๋าก็ดื่มได้ไม่ขมแล้ว
ขอบคุณมาสเตอร์มากเลยนะคะ 
มาสเตอร์เก่งเหมือนที่ป๊ะป๋าบอกจริง ๆ ด้วย 
เนอะเจ้าต่าย "

ว่าแล้วเด็กสาวก็วิ่งไปอุ้มตุ๊กตา
กระต่ายสีขาวปุกปุยในชุดเสื้อสูทสีน้ำเงินผูกโบว์สีแดง
เอามากอดไว้แล้วพูดคุยกับมันราวกับสื่อสารกันรู้เรื่อง

ทั้งที่ไม่ได้อยากขัด 
แต่เด็กสาวอยู่นอกร้านมานานเกินควรแล้ว
ผมจึงเกลี่ยกล่อมชักชวนให้เธอเข้าไปในร้าน

" อลิส มาสเตอร์ว่าเราย้ายเข้าไปนั่งในร้านไหมครับ
ตรงนี้อีกเดี๋ยวหมอกก็จะลงแล้ว มาสเตอร์กลัวหนูจะเป็นหวัด "

ทันทีทันใด ใบหน้าน้อย ๆ ก็หันมาส่งแววฉงน
เธอเงยหน้ามองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าไม่คลายความสงสัย

" อลิสไม่เห็นหมอกเลย มาสเตอร์โกหก "

เธอมุ่ยหน้าแต่กลับดูน่ารักจนผมต้องหัวเราะออกมา

" อลิสลองมองขึ้นไปบนภูเขานั่นสิครับ "

ผมยกมือชี้ขึ้นไปยังยอดเขาป่าสน
ที่ทอดยาวลงมาจรดหลังร้าน
ข้างบนนั้นมีเมฆที่กำลังลอยตัวต่ำ
และอีกไม่นานมันจะลอยลงมาปรกเมืองทั้งเมือง

" อลิสเห็นเมฆที่อยู่บนภูเขานั่นไหม
อีกเดี๋ยวมันก็จะลอยมาถึงตรงนี้
แล้วถ้าเรายังไม่รีบเข้าร้าน
หนูเองนั่นแหละที่จะไม่สบาย
แล้วป๊ะป๋าก็จะต้องจับหนูไปฉีดยานะ "

" งื้อ..ไม่เอา อลิสไม่อยากถูกฉีกยา "
" งั้นเรารีบเข้าร้านมาสเตอร์กันเถอะเจ้ากระต่าย
เดี๋ยวจะไม่สบายเอาเนอะ "

ว่าแล้วร่างน้อยในชุดกระโปรงสีฟ้า
ก็วิ่งอุ้มตุ๊กตาคู่ใจยอมเข้าไปในร้านแต่โดยดี

' ไร้เดียงสาจริง ๆ '

ผมซึ่งตามมาติด ๆ 
ก็ประจวบเหมาะกับได้ยินเสียงกระดิ่งประตู
ส่งเสียงบอกให้รู้ว่ามีคนกำลังเข้ามาในร้าน

" ป๊ะป๋า ~ "

" อ้าวว่าไงตัวเล็ก ป๋ามารับแล้วลูก "

ทันทีที่เห็นว่าเป็นคุณพ่อ
ร่างน้อยก็รีบพุ่งเข้าไปกระโดดกอดอย่างไม่รีรอ
เช่นกัน ฝ่ายชายร่างท้วมผู้เป็นพ่อ
ก็ย่อตัวลงไปรับลูกสาวมาอุ้มไว้อย่างอบอุ่น

" เป็นไงบ้างอยู่ที่นี่รอป๊ะป๋าเป็นเด็กดีไหม "

" ค่ะป๊ะป๋า อลิสเล่นรออยู่ในสวนเหมือนที่ป๊ะป๋าบอก
แล้วก็มาสเตอร์มาช่วยอลิสคิดชาสูตรใหม่ด้วยนะคะ
เดี๋ยวกลับไปอลิสจะชงให้ป๊ะป๋ากินนะคะ "

" โอ้ดีเลย ป๊ะป๋าอยากลองชาสูตรใหม่ของอลิสแล้วสิ
อยากรู้จังรสชาติจะเป็นยังไง "

" ต้องอร่อยสิคะ "

" งั้นป๊ะป๋าว่า เราบอกลามาสเตอร์กันก่อน
รบกวนเขามาทั้งวันแล้วนะ "

คุณทอมเมื่อวางลูกสาวลงได้ 
ก็หันมายิ้มทักทายผม
ผมเองก็โค้งรับกลับไป

" ขอบคุณที่วันนี้ช่วยดูแลอลิสให้นะมาสเตอร์ ไว้จะมาใหม่นะ "

" ยินดีครับคุณทอม กลับบ้านกันดี ๆ นะครับ "

" บ๊ายบายค่ะมาสเตอร์ " 

จากนั้นเด็กสาวอลิสก็ยกมือขึ้น
โบกลาให้ผมเป็นคนสุดท้าย

ก่อนที่เสียงกระดิ่งประตูจะดังขึ้น
แล้วเงียบไปพร้อมกับภาพของชายร่างท้วม
ที่เดินจูงมือเด็กสาวร่างเล็กซึ่งค่อย ๆ ลับหายไป

" นั่นสิ..เราต้องรีบไปเก็บของบนโต๊ะ
ก่อนที่หมอกจะลงเยอะเสียก่อน.. "

CLOSE



SHARE
Written in this book
In a cup ( ในถ้วยกาแฟ )
inspiration
Writer
Hollow
Writer
Block

Comments

LaFloraRa
21 days ago
น่ารักจังเลยย :)
Reply
Hollow
20 days ago
by.Master
LaFloraRa
20 days ago
ขอชาที่ทำให้โลกสดใสขึ้นมาสักแก้วได้มั้ยคะ
Hollow
20 days ago
มีหลากหลายเมนูพิเศษ สำหรับลูค้าคนพิเศษเสมอครับ by.Master