คนแบบนี้เขียนดีหรือไม่
Q: อะไรเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า คนแบบนี้เขียนดีรึไม่ดี บางทีเราเขียนไปเยอะๆ แต่ไม่ได้รับฟีดแบคเราเลยไม่รู้ว่าที่เขียนอยู่มันพลาดตรงไหน?
Prawwerland

A: เจอคำถามของแพรวเวอร์แลนด์เข้าไปนี่สตั๊นเลยครับ เพราะเป็นคำถามที่ยากเอาเรื่อง ที่ยากเพราะงานเขียนที่ดีนั้นมีอยู่จริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ 

คือ คำว่า "ดี" เนี่ยมันคือความชอบของแต่ละคน เป็นเรื่องรสนิยม(ความรู้สึก)ล้วนๆ ดีสำหรับคนหนึ่ง อาจไม่ดีสำหรับคนหนึ่งก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น KFC อาจจะไม่ดีสำหรับคนรักสุขภาพ แต่ KFC ดีต่อคนที่รีบและต้องการความสะดวก

แล้วสรุป KFC ดีไหม ก็ขึ้นกับบริบทของคนกินและความชอบของเขา เราไปเหมารวมไม่ได้

ดังนั้นงานเขียนที่ดีสำหรับคนหนึ่ง อาจจะไม่ดีสำหรับอีกคนก็ได้ และงานเขียนที่ดีสำหรับฉันหรือคนที่รักงานวรรณกรรม อาจจะไม่ดีสำหรับคนอื่นหรือคนทั่วๆไปก็ได้
ดังนั้นก็คงจะตอบว่า งานเขียนที่ดีนั้นไม่มีอยู่จริงครับ

แต่ตอบอย่างงี้แพรวเวอร์แลนด์อาจจะกระโดดต่อยหน้าพี่ได้(หนูอุตส่าห์ถาม) ทำไมเพ่ตอบอย่างงี้ ก็เลยจะขอปรับคำถามของน้องนิดนึงเป็น "งานเขียนแบบนี้มันดีพอจะตีพิมพ์(แล้วขายได้)หรือไม่" ถ้าเป็นคำถามนี้จะง่ายขึ้นแล้ว เพราะแคบลงมา มีข้อจำกัดเป็นการตีพิมพ์

ส่วนงานเขียนที่ดีพอจะตีพิมพ์นั้นประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
1. เขียนดี
2. คน 3,000 คนซื้อ
3. สำนักพิมพ์ทำกำไรได้
สั้นๆ ง่ายๆ แค่นี้
แต่สั้นมากไปก็อาจไม่เข้าใจ จึงขอขยายแต่ละข้อให้ดูดีมีชาติตระกูลเป็นดังนี้
ว่างานเขียนที่ดีพอจะตีพิมพ์นั้นประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

1.สร้างคุณค่าให้ผู้เขียน
คือ เขียนดี เล่าเรื่องเก่ง Concept ที่เขียนน่าสนใจ เป็นตัวเอง เรื่องที่เล่ามีพลัง มีแรงดึงดูด (ถ้าสร้างความเซอร์ไพรส์ให้คนอ่านด้วยจะเยี่ยมมาก) พล็อตดี เรื่องไม่ลอย เป็นรูปธรรมจับต้องได้ น่าเชื่อถือ เปิดเรื่องน่าสนใจ-เนื้อหาน่าติดตาม-สรุปได้ดี ภาษาสวยงาม นักเขียนด้วยกันอ่านแล้วชื่นชมว่าเขียนเก่ง ฯลฯ

2. สร้างคุณค่าให้คนอ่าน
ประเด็นที่เขียนนั้นเชื่อมโยงกับผู้อ่านคนอื่นๆ ไม่ได้เขียนเฉพาะประเด็นที่ตัวเองสนใจเพียงคนเดียว หรือหากเขียนเรื่องที่ตัวเองสนใจ แต่ก็เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับคนอื่นด้วย มีพื้นที่ให้คนคิดต่างยืน อ่านสนุก มีสาระหรือไร้สาระก็ได้ อาจนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง หรือใช้ไม่ได้จริงแต่คนอ่านต้องการอ่าน(ก็อาจจะเขียนได้หากไม่ผิดศีลธรรม) ได้ข้อคิด ใช้ภาษาง่าย ไม่ยากไป อ่านแล้วเข้าใจเลย ไม่ต้องคิดหลายตลบเกินไป เพราะคนอ่านส่วนใหญ่ไม่ได้มีเวลาให้เรา เขาต้องไปดูหนัง ทำงาน เที่ยว พักผ่อน ฯลฯ / ใช้ภาษาไม่ฟุ่มเฟือย และถ้าเขียนให้คนที่คิดต่าง มีไลฟ์สไตล์ จุดยืนและความเชื่อไม่เหมือนกันผู้เขียนอ่านและยอมรับได้จะคูลมาก

3.สร้างคุณค่าให้สำนักพิมพ์
ในระบบการพิมพ์แบบออฟเซ็ตนั้น จุดคุ้มทุนต่ำสุดจะอยู่ที่การพิมพ์ 3,000 เล่ม หากผู้เขียนคนไหนเขียนงานที่มีคน 3,000 คนยอมจ่ายเงินซื้อ สำนักพิมพ์ก็จะอยู่ได้ และมีโอาสพิมพ์งานเล่มต่อไปให้ไม่ยาก ดังนั้นคนที่มีชื่อเสียงหรือนักเขียนออนไลน์ที่มีฐานคนติดตามมากจึงได้เปรียบในข้อนี้ แม้ว่าอาจจะเขียนเรื่องได้ธรรมดากว่าคนที่มุ่งฝึกฝนในข้อหนึ่งก็ตาม

หากใครสร้างงานเขียนที่มีองค์ประกอบ 3 ข้อนี้ได้ครบทั้งหมด โอกาสจะเป็นนักเขียนอาชีพก็จะเปิดกว้างมาก ส่วนใครสงสัยว่าทำไมต้องมีสามข้อ มีข้อเดียวได้ไหม ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คงเหมือนขาตั้งกล้องที่จะอยู่ได้ต้องมีสามขาถึงจะตั้งอยู่ได้
ถ้าจะสร้างภาพที่มีสีสันหลากหลาย ก็ต้องมีแม่สี 3 สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน เป็น Base พื้นฐานอยู่ในจานสี

ซึ่งความจริงแล้วนักเขียนส่วนใหญ่จะมุ่งการฝึกฝนไปที่ข้อแรกเพียงข้อเดียว ซึ่งก็ดีแล้ว แต่ถ้าอยากจะเป็นนักเขียนอาชีพ มีสำนักพิมพ์ซัพพอร์ต มีร้านหนังสือและคนอ่านสนับสนุน การทำสิ่งที่ฉันชอบ โดยคิดถึงคนอื่นไปด้วยในขณะเดียวกัน ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ลองเขียนงานที่สร้างคุณค่าให้ตัวเอง
แล้วก็สร้างคุณค่าให้คนอื่นด้วย
บางทีนั่นอาจจะเป็นคำตอบของการเป็นนักเขียนยุคใหม่
ในปี 2018 ก็เป็นได้

หมายเหตุ: แพรวเวอร์แลนด์เขียนหนังสือดีนะครับ รู้เลยว่าฝึกเขียนหนังสือมาเยอะประมาณหนึ่งแล้ว

Q: "ชอบเรื่องทดเวลาฝันเจ็บมากค่ะ เป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากๆ ฝันอยากเป็นนักเขียนค่ะ กำลังฝึกเขียน ขอคำแนะนำบ้างนะคะ"?
LuckyJammy

A: ขอบคุณ LuckyJammy ที่ชอบหนังสือนะครับ พอดีน้องถามกว้างมาก เลยตอบไม่ได้อะครับ(ไม่มีปัญญาตอบนั่นเอง) ดังนั้นคำแนะนำที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คงเป็นคำแนะนำเดียวกับแพรวเวอร์แลนด์เลยครับ ส่วนเวลาเขียนก็เขียนให้สนุก แล้วก็ลองหาเทคนิคการเขียนบทความของนักเขียนต่างประเทศอ่าน แล้วพัฒนางานเขียนดู (ในกูเกิลมีเยอะมาก เพียงแต่มันเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด แปลไทยไม่ค่อยมีครับ)
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments

Prawwerland
8 months ago
ขอบคุณมากค่ะ พอได้อ่านเรื่องนี้ก็ดูจะเข้าใจแจ่มชัดในตัวเองมากขึ้นค่ะ ช่วงนี้ก็ขอเขียนเพื่อพัฒนาตัวเองก่อนนะคะ เขียนเพราะชอบที่จะเขียน หวังว่าซักวันนึงถ้ามีโอกาส หวังว่าผลงานจะเป็นตัวบอกเองว่ามีคุณค่าต่อคนอื่นด้วยเช่นกันนะคะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ :)
Reply
porglon
8 months ago
จริงๆ Prawwerland ก็เขียนหนังสือดีแล้วนะครับ / ลองหาทางพัฒนา 3 ส่วนที่แนะนำไปแล้วกันฮะ
Reply