แม่ และใต้ถุนบ้านที่เต็มไปด้วยมดตัวเล็ก ๆ
1
มีครั้งนึง (แต่จำไม่ได้ว่า ป. ไหน) วันนั้นแม่ไปข้างนอกกลับมาแล้วว่าอะไรเราสักอย่าง เราโกรธมากถึงกับหอบเสื้อผ้าเตรียมหนีออกจากบ้านเลย กะว่าพอแม่เผลอผมไปแน่

ตอนนั้นบ้านเก่าสองชั้น พอแม่ออกไปข้างนอก
เราหอยกระเป๋าน้อยลงบ้านมา มองซ้ายขวาไม่รู้จะไปไหน สองทุ่มแล้ว มืดก็มืด กลัวก็กลัว เอาเป็นว่าหนีออกจากบ้าน มาอยู่ใต้ถุนนี่แหละ นอนเปลเลย ถ้านอนแคร่ยุงจะกัด นอนเปลไกวไปมา สบาย ฉลาดอย่างเรา รอดแน่ ๆ

ชีวิตเราเราเลือกได้-- เท่สัสๆ

นอนเปลไปซักพักหนาว เลยเอาผ้าเช็ดตัวที่กองอยู่แคร่มาห่ม ห่มอยู่สักพัก -คัน- เชี่ยมดเต็มเลย ลุกขึ้นสบัดผ้าแล้วนอนลงเปลนอนต่อ แต่ยังคันทั้งตัว เพราะมดอยู่ในเสื้อผ้าเยอะพอดู

แม่ก็เดินลอดไต้ถุนมาจากอีกฝั่ง เห็นอาการเด็กน้อยผู้กำลังจะเติบใหญ่ด้วยการหนีออกจากบ้าน (มาอยู่ใต้ถุน) ดิ้นพร่านจากการรุมของมดอยู่ แม่เลยเรียกชื่อ แล้วถามว่าลงมาทำไม ให้ขึ้นไปนอน

ผมงอนหันหลังตะแคงหันหลังให้ จังหวะนั้นเปลพลิกกลิ้งตกลงพื้นดังตุ๊บ เพิ่มความทุเรศให้กับคนแมน ๆ เข้าไปอีก

อาการตอนนั้นก็นอนนิ่งจุก พูดไม่ออก กลายเป็นไม่ตอบแม่เพิ่มพลังความขลังในการงอน ก่อนแม่จะดึงผ้าออก แล้วดึงมือขึ้นไปข้างบนบ้าน

ผมจำไม่ได้ว่าเหตุการณ์เป็นไงต่อ
รู้แต่ว่าทุเรศตัวเองชิบหาย

2
ตอนนี้ผมย่าง 37 มีลูกสองเมียสาม

เอ่อ... คือลูกสองคนรวมเมียด้วยเป็นสาม

อยู่ในห้องที่อบอุ่น พยายามหาเช้ากินหมูกะทะค่ำ บุฟเฟต์ และฟาสต์ฟู้ด ปากกัดตีนถีบดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ตอนทำงานมีเงินเก็บแต่ไม่ค่อยมีเงินกิน
ตอนขายของเอง มีเงินกินแต่ไม่ค่อยมีเก็บ

3
แม่ชอบถามว่ามีเงินเก็บบ้างไหม
ผมก็ตอบว่ามี แต่ไม่ได้บอกว่าไม่มาก

แม่พยักหน้ารับรู้... แล้วคุยเรื่องอื่น

ผมยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง กลับมาหาแม่ทีไร แม่ก็ชอบพูดเรื่องการวางแผนสร้างบ้านให้ผม

"จะขึ้นโครงไว้ให้ บนดินน้อง"
"ไปดูตึกหน้าตลาดไหม จะได้มาขายของด้วย"
"อยากอยู่ร้อยเอ็ด แม่ขายดินได้ เอาเงินไปดาวน์"

และอื่น ๆ อีกสารพัดที่พยายามบอกให้ผมทำ

ผมพยักหน้ารับรู้... แล้วคุยเรื่องอื่น

4
บนอายุที่เกือบจะเกินครึ่งชีวิตของผม ยังอยู่และเดินสายขายของกับพักในห้องเช่า

เป็นธรรมดาในสายตาผู้เป็นแม่ที่ยังมองไม่ออกว่ามันจะไปต่อได้อย่างไร

แม้ผมจะย้ำเสมอว่าไม่ต้องห่วง ซึ่งเอาเข้าจริงก็ยังมีบางเรื่องที่ยังลำบาก และบ้างช่วงเวลาติดขัด

แต่ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ ดีบ้างแย่บ้างเป็นสีสัน แต่สิ่งสำคัญที่ผมยึดถือตอนนี้คืออยากดูแลตัวเองให้ได้

แม่สอนว่า 'รับผิดชอบตัวเอง ไม่มีใครช่วยเราไปตลอด'

ผมจึงพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ลำบากหน่อยดีกว่าสบายแต่ทำให้คนอื่นเหนื่อย

เอาเข้าจริง ถึงแม้เราไม่ได้ไปเดือดร้อนพ่อแม่ แต่ก็ยังทำให้พ่อแม่เป็นห่วง เพราะยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นที่จับต้องได้และเห็นชัด

5
วันแม่ปีนี้อยากบอก 'รักแม่' เหมือนเดิม

เพิ่มเติมคือ 'ไม่ต้องเป็นห่วง' ผมดูแลตัวเองและครอบครัวได้ แม้มันจะยังไม่ดี แต่เชื่อว่าหากอดทนและทำแบบที่ทำอยู่ตอนนี้

มันคงดีขึ้นแหละ ลดค่าใช้จ่ายลงนิด เพิ่มเงินเก็บขึ้นอีกหน่อย เริ่มมองหาตึก หาบ้านบ้างแล้ว ถ้าพอไปได้ คุยกับธนาคารผ่าน ก็คงได้บางอย่างมาแสดงถึงความมั่นคงและทำให้พ่อแม่สบายใจ และตอนนั้นผมคงภูมิใจที่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นมากกว่าตอนนี้

คิด ๆ ก็คงเหมือนนอนเปลคืนนั้น

ชีวิตเหมือนอยู่ใต้ถุนท่ามกลางมืดมองอะไรไม่ค่อยเห็น เนื้อตัวยังแสบคันจากมดเจ้าปัญหาที่เดินอยู่เต็มตัว ไม่รู้ว่าจะกัดตรงไหน และไม่แน่ใจว่าจะกำจัดมันไปได้หมด

แม่ยังยืนดูอยู่ คงอยากมาช่วยปัดช่วยเกา
และพยายามจูงผมขึ้นบนบ้านที่อบอุ่นของแม่

ชีวิตเราเลือกได้ --
และผมก็เลือกแล้ว

ตอนนี้ไม่มีมดรุมกัด
มีแต่ปัญหาที่ต้องค่อย ๆ แกะ ค่อย ๆ แก้ด้วยตัวเอง

วันนี้ผมคงไม่จับมือแม่เดินขึ้นบ้านตามไป
ไม่ได้โกรธหรืองอนใด ๆ
ไม่ได้หนีออกจากบ้าน
แค่กำลังตามหาบ้านที่สร้างด้วยตัวเอง

แม่ไม่ต้องห่วง เอาเวลาห่วงไปเที่ยวกับพ่อให้สนุก
พ่อแม่สนุก ก็เป็นความสุขของลูกเช่นกัน

7
ไล่หาดูรูปแม่เพื่อเอามาประกอบ เจอภาพนี้ที่รู้สึกว่าแม่อยากมอบให้ผมเป็นพิเศษ

ไม่ใช่รอยยิ้มที่บานเต็มหน้านะฮะ
แต่เป็นสองมือที่ยกนิ้วมาให้ต่างหาก

เอ่อ... อย่าดูนิ้วกลางสิ

แม่ผมยกนิ้งโป้งแล้วบอกว่า
ขอให้รวย!!
---
รักแม่ครับ
12.8.18
SHARE
Writer
imonkey7
นักเขียนไม่เสร็จ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments