You Are
 

ถึงแม้เราจะห่างกันสักเพียงไหน

เพียงแค่เธอหลับตา..เธอก็จะเห็นฉัน  





“ยูริ เธอคิดยังไงกับประโยคนี้หรอ” ซากุระหญิงสาวผมดำได้เอ่ยถามเพื่อนสนิทของเธอถึงประโยคสำคัญในหนังสือที่เธอได้อ่านมาเมื่อวานนี้

ตอนนี้เธอทั้งสองคน กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ในสวนสาธารณะและให้อาหารนก ทั้งคู่มักจะมาทำแบบนี้เป็นประจำในเวลาว่างหรือเวลาที่ทั้งสองคนไม่สบายใจ

“แล้วเธอคิดยังไงล่ะ” ยูริไม่ได้ตอบ แต่เธอถามซากุระกลับพร้อมทั้งโปรยอาหารนกไปด้วย 

“ฉันไม่ชอบประโยคนี้เลย รู้สึกเหมือนต้องจากกันอย่างนั้นแหละ “ 

“ไม่ทีอะไรถาวรหรอกนะซากุระ" เมื่อจบประโยคของยูริ ซากุระแน่นิ่งไปก่อนจะค่อยๆหันไปมอง ยูริ ด้วยสีหน้าและแววตาไม่เข้าใจ

ยูริทำได้แต่เพียงยิ้มที่มุมปากออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและพูดว่า

“ถ้าวันหนึ่งฉันหายไป เธอจะอยู่ได้ไหม” ยูริถามออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา



“ทำไมถามแบบนั้นละยูริ พูดเหมือนกับเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างนั้นละ”ซากุระเลยถามยังไม่เข้าใจ



“...” มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ปกคลุมอยู่รอบตัวซากุระเธอรู้สึกไม่ดีเลยจึงหันกลับไปหายูริก็พบแต่ความว่างเปล่า



“ยูริ ยูริ เธอหายไปไหน” ซากุระ ตะโกนหาไปรอบๆสวนสาธารณะด้วยน้ำเสียงที่หวาดระแวงแต่แต่ก็ไม่พบกับวี่แววของยูริเลย



จากนั้นก็มีภูติจิ้งจอกสีขาวปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าต่อตาของเธอ และเอ่ยออกมาว่า



“เธอไม่มีวันหายูริเจอหรอก” ภูติจิ้งจอกตัวนั้น เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา



“ไม่ แกเป็นใคร แกพายุริไปอยู่ที่ไหน”



“ เอาแบบนี้ ถ้าเธออยากเจอ ยูริ มากแล้วก็ ฉันมีบททดสอบมาให้เธอ” เมื่อจิ้งจอกพูดจบก็ใครเม็ดยาออกมาจากปากของตัวเองก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า



“ กินนี่ซะ ฉันจะไปรอเธอ ที่นั่น” เมื่อพูดจบ ภูติจิ้งจอกสีขาวก็ค่อยๆหายไปในความมืด ทิ้งไว้แต่เพียงซากุระที่ยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์นี้สักเท่าไร เธอไม่รอช้าจึงรีบคว้ายาเม็ดนั้นมากิน ทันใดนั้นดวงตาของเธอค่อยๆพล่ามัว ม่านตาของเธอค่อยๆปิดลงทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งปิดสนิทและเธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย









เมื่อรู้สึกตัวเธอจึงค่อยๆยันตัวขึ้นมามองไปรอบๆก็รู้ว่าเธอตื่นขึ้นมาในป่าแห่งหนึ่ง ที่มีต้นไม้หลายรอบตรงกลางเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ส่วนอีกฝั่งนึงของแม่น้ำก็พบกับภูติจิ้งจอกที่กำลังรออยู่



ภูติจิ้งจอกจึงพูดออกมาว่า



“ถ้าเธออยากจะหาอยู่ที่เจอเธอต้องข้ามแม่น้ำนี้มาให้ได้สิ” จิ้งจอกท้าทายออกไป



ซากุระลังเลอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะข้ามแม่น้ำไป เธอค่อยๆก้าวขาลงไปในน้ำ น้ำในแม่น้ำไม่ได้ไหลแรงมากเธอจึงเดินผ่านไปได้ แต่เมื่อเธอเดินงมาได้ครึ่งทาง ทันใดนั้นเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจับที่ขา เมื่อเธอก้มมองลงไปเธอก็เห็นรากของต้นไม้ริมแม่น้ำพันขาเธออยู่



“ เฮ้ยอะไรเนี่ย มาจับขาฉันทำไม ปล่อยนะเว้ย” ซากุระเอ่ยมาอย่างหงุดหงิด พร้อมทั้งพยายามแกะรากไม้ที่พันขาของเธอ แต่ทำยังไงก็แกะไม่ออก



ภูติจิ้งจอกที่อยู่ในฝั่งได้แต่ยิ้มและพูดออกมาว่า



“อะไรกันแค่นี้ก็โมโหแล้วหรอ หงุดหงิดง่ายแบบนี้เธอหายูริไม่เจอหรอก”



“แกต้องการอะไรกันแน่ แน่จริงก็ปล่อยฉันสิวะ” ซากุระตะโกนตอบกลับไป



“ขอร้องฉันสิแล้วฉันจะช่วยเธอ” ภูติจิ้งจอกท้าทายออกมาด้วยน้ำเสียงยียวน



“ฉันไม่ขอร้องแกหรอก” เมื่อจบประโยค ซากุระก็พยายามใช้มือของเธอแกะรากไม้ออกจากขา แต่ไม่ว่าจะพยายามยังไงซากุระก็ไม่สามารถแกะรากไม้ออกจากขาเธอได้ จนเวลาผ่านไปนาน เธอเริ่มรู้สึกท้อ เธอก็เริ่มเย็นลง ก่อนจะเอ่ยกับภูติจิ้งจอกว่า



“เออๆ ฉันขอร้องแกก็ได้ ช่วยฉันด้วยนะ..” ซากุระเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ภูติจิ้งจอกจึงพูดขึ้นมาว่า



“ก็ได้ เห็นว่าเธออารมณ์เย็นลงแล้ว ฉันจะช่วยเธอ “เมื่อพูดจบรากไม้ก็ค่อยๆคลายออกจากขาของซากุระทีละเล็กทีละน้อย จนเธอสามารถเดินข้ามแม่น้ำไปได้จนถึงฝั่ง



“เอาล่ะพร้อมจะไปบททดสอบต่อไปหรือยัง” ผู้ที่จอดเลยทางซากุระ

ซากุระไม่พูดอะไรมาก เพียงแค่พยักหน้าตอบและเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ





เมื่อเธอเดินตามทางมาเรื่อยๆอุณหภูมิรอบๆตัวของเธอก็ค่อยๆลดลง จนกระทั่งมีเกล็ดน้ำแข็งสีขาวค่อยๆร่วงลงมาจากฟ้า ตอนนี้ข้างหน้าของเธอเต็มไปด้วยหิมะสีขาว เมื่อเธอเดินมาสุดทาง เธอก็พบกับรั้วขนาดใหญ่ที่กั้นเธออยู่ ตรงรั้วมีตัวอักษรเขียนไว้อยู่ว่า



"If you try to open you will hear Tear”



“ถ้าคุณเปิด คุณจะได้ยินน้ำตา.. นี่มันอะไรกันเนี่ย” ซากุระออกมายังไม่เข้าใจ ว่าประโยคตรงหน้าของเธอต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ทันใดนั้นภูติจิ้งจอกก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งบอกเธอว่า



“บททดสอบนี้ไม่มีอะไรมาก เชิญเธอก้าวผ่านประตูนี้ไปได้เลย” เจ้าภูติจิ้งจอกเอ่ยกับซากุระ



“อะไรกัน บทจะง่ายก็ง่ายแบบนี้เลยหรอ” ซากุระถามออกไป



“เธออย่าลืมสิว่าประตูทุกบาน สามารถเปิดได้ถ้ามีกุญแจ .. แต่มันจะมีประตูอยู่บานเดียวเท่านั้น ที่ไม่สามารถเปิดออกด้วยกุญแจได้..เธอรู้ไหมว่ามันคืออะไร” เมื่อภูติจิ้งจอกเอ่ยจบ ซากุระก็เงียบลงก่อนตอบกลับว่า



“ ไม่น่าจะมีนะ เพราะทุกประตูก็ต้องมีกุญแจสิ ถึงจะสามารถเปิดได้” ซากุระตอบกลับ



“ลองอ่านประโยคนั้นอีกครั้งหนึ่งสิ แล้วเธอก็จะรู้เอง” เมื่อพูดจบซากุระก็หันกลับไปอ่านประโยคที่อยู่บนประตูกำแพงนั้นอีกครั้งเธอจึงทราบขึ้นมาว่า



“ If you try to open ใช่..มันเป็นสำนวนนี่นา แปลว่าถ้าคุณเปิดใจ แล้ว you will here Tearล่ะ มันแปลว่าอะไรนะ” เธอจึงเดินสำรวจบริเวณรอบรอบเล็กน้อย ก่อนที่จะพบกับตัวอักษรที่ตกอยู่ตัวนึงเป็นตัว H ที่หล่นอยู่ข้างๆกำแพง ทันใดนั้นภูมิก็พูดขึ้นว่า



“ลองมองย้อนกลับไปดูสิ” เมื่อภูติพูดจบ ซากุระจึงแกะตัวอักษรออกจากกำแพงแล้วเรียงเป็นคำใหม่ขึ้นมาได้คำว่า H E A R T



“If you try to open you will here your Heart เพียงแค่คุณเปิดใจคุณจะได้ยินเสียงใจตัวเอง หึหึ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ” เมื่อซากุระพูดจบเธอจึงเดินผ่านประตูบานนั้นไปได้เพราะตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่ภูติจิ้งจอกตัวนั้น ต้องการจะสื่ออะไร







“เอาล่ะ นี่คือบททดสอบสุดท้ายแล้วนะ พร้อมหรือยัง” ภูติจิ้งจอกตัวนั้นเอ่ยถามซากุระ



“อืม..” ซากุระตอบรับเสียงเรียบ



“ฉันขอถามเธออย่างหนึ่ง เธอเคยมีของสำคัญอะไรบางอย่างกับยูริไหม”



“ก็มีนะ ทำไมหรอ”



“ไม่มีอะไรหรอก แค่เธอเดินตามทางนี้ไป จะมีทางแยกอยู่สองทาง ปลายทางของเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งจะได้พบเจอกับยูริ เธอต้องเลือกเองนะ ฉันช่วยเธอได้แค่นี้นะ ลาก่อน” เมื่อภูติจิ้งจอกพูดจบก็หายไปกับสายลม เหลือไว้เพียงแต่ซากุระ เธอเดินตามทางมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาเจอทางแยกสองทางเหมือนที่ภูติจิ้งจอกได้พูดเอาไว้ เธอลังเลเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าเธอจะเลือกทางไหนดี



เมื่อเธอมองขึ้นไปบนต้นไม้เธอก็เห็นกระรอกตัวหนึ่ง ที่มีขนสีขาวนวลไปทั้งตัวและมีนัยตาสีแดงสด เจ้ากระรอกน้อยค่อยๆลงจากต้นไม้และตรงมาทางเธอก่อนจะวิ่งไปทางแยกฝั่งซ้าย เธอจึงเดินตามกระรอกตัวนั้นมาเรื่อยๆ จนเจอกับต้นโอ๊คขนาดใหญ่ ตรงลำต้นมีลายสลักบางอย่างอยู่ ซากุระจึงนึกถึงคำพูดของภูติจิ้งจอก ทำให้เธอคิดได้ว่า เธอเคยมีของสำคัญกับยูริอยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือ จี้สร้อยคอรูปดาว ซึ่งลักษณะของจี้นั้นตรงกับรอยสลักบนลำต้นของต้นโอ๊กพอดี เธอจึงค่อยๆถอดจี้สร้อยคอของเธอออกมาก่อนที่จะประกบจี้สร้อยคออันนั้นตรงกับลำต้นของต้นโอ๊ก



จากนั้น ต้นโอ๊กที่สวยงามก็ค่อยๆเหี่ยวเฉาลงมา ใบไม้ทุกใบที่อยู่บนกิ่งก็ค่อยๆร่วงลงมาอย่างไม่ขาดสาย จากป่าที่เคยสวยงามก็ค่อยๆมืดมนลง ท้องฟ้ามืดครึ้มราวกลับจะมีพายุ ซากุระจึงมองไปข้างหน้าก็พบกับเนินเขาที่มีต้นไม้แห้งตายอยู่ ข้างๆต้นไม้นั้น เธอก็พบกับหลุมศพ .. ของยูริ



ซากุระเดินไปที่หน้าหลุมศพของยูริ เธอนั่งลงที่หน้าหลุมศพ ก่อนที่นัยน์ตาของเธอนั้น จะมีน้ำใสใสคลออยู่ โดยสุดท้ายเธอก็ห้ามมันไม่ได้ปล่อยให้มันไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย จริงๆแล้วยูริ คือคนรักของซากุระ แต่ยูรินั้นได้จากไปเพราะโรคร้ายบางอย่างทำให้ซากุระต้องหลอกตัวเองมาตลอดทั้งๆที่จริงแล้วในชีวิตของเธอนั้นไม่ได้มียูริคอีกต่อไป ทำให้เธอนึกถึงประโยคหนึ่งในหนังสือที่เธอเคยอ่าน





ถึงแม้เราจะห่างกันสักเพียงไหน

เพียงแค่เธอหลับตาเธอก็จะเจอฉัน



ก่อนจะมีแสงจ้าจากฟ้าลงมา ทำให้เธอหมดสติลงไปอีกครั้ง





เมื่อซากุระรู้สึกตัว ซากุระได้กลับมาอยู่ที่เดิม ที่สวนสาธารณะแห่งนั้นจากเดิมมีผู้คนเยอะแยะมากมาย ค่อยๆหายไปทีละนิดเหลือแต่ความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบตัวเธอ ในมือของเธอยังคงจําอาหารนกอยู่เธอระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนพูดว่า



“ฉันคิดถึงเธอ..ยูริ” 

[The End]




SHARE
Written in this book
You Are
Writer
Zamudnoi
Writer Story
เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ เอวัง

Comments

Ssosad
18 days ago
ชอบเรื่องนี้จัง😂
Reply
Zamudnoi
18 days ago
ขอบคุณมากค่าาา ><