กำแพงสูงสุดที่มนุษย์ต้องข้ามไปคืออคติในใจตัวเอง
ในโลกนี้เราต้องอยู่ร่วมกับคนที่แตกต่างหลากหลาย
ความหลากหลายทางกายภาพนั้นเป็นเพียงเรื่องลวงตา
เพราะสิ่งที่ยืนยันเสมอว่า
มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นหนึ่งเดียวคือ


เรารักเป็น เจ็บเป็น ร้องไห้เป็น
ต้องการคนรัก คนเข้าใจ โอบกอด ไม่ต่างกัน
ไม่ว่าเราจะอยู่ในร่างกายแบบใด สีผิวไหน อายุเท่าไร
หรือนับถือศาสนาอะไรก็ตาม


สิ่งแวดล้อมที่เราเติบโตขึ้น
หล่อหลอมความคิด ทัศนคติ การมองโลกในแบบหนึ่ง
แต่นั่นไม่ใช่ข้อเท็จจริงของโลก
เป็นแค่ข้อเท็จจริงของเรา หรือแค่มุมมองของเราเท่านั้น


การตั้งต้นว่าความคิดของตนถูกเสมอ ดีเสมอ
จึงเท่ากับบังคับให้โลกหมุนรอบตัวเองโดยแท้


ในโลกที่ความงาม ความดี ความจริงถูกสร้างขึ้น (man made)
สิ่งเหล่านั้นย่อมเจือด้วยอคติ
ไม่ว่าด้วยรักหรือชังก็ตาม

ขณะเดียวกันก็สะท้อนด้วยว่า
นิยามเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงหรือสั่นคลอนได้ตลอดเวลา
ถ้าเพียงแต่เรา "เปลี่ยนมุมในการมอง"



สำนวนที่ว่า "put your foot on the other shoes"
เป็นคำที่ชัดเจนดี
คุณไม่มีทางจะเข้าใจหรือรับรู้ความรู้สึกของใครได้จริงๆหรอก
จนกว่าจะไปยืนมองจาก "มุมของเขา"


การยกระดับมุมมอง จึงนำมาสู่การยกระดับใจอย่างแท้จริง


มนุษย์เราต่างเป็นผลผลิตของสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่
ทำอย่างไรที่จะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพลังในเชิงบวกให้ตัวเอง
แม้ต่อให้เผชิญสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีทางเลือกเลย
เราก็ยังคงมีทางเลือกเสมอ
ว่าเราจะตอบสนองสถานการณ์นั้นด้วยท่าทีอย่างไร
เพราะทุกทางเลือกให้ผลที่แตกต่าง


ทันทีที่เรายกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น "ผู้เลือก"
เป็นผู้ควบคุมการกระทำของตนเองในสถานการณ์ชีวิต
เราจะไม่เป็น "เหยื่อ" อีกต่อไป



ใครมองเราอย่างไร ,เรื่องของเขา
เรามองตัวเองและเลือกทำกับชีวิตอย่างไรต่างหาก
สำคัญที่สุด



หมายเหตุ : หนังที่ให้อารมณ์ใกล้เคียงกับเรื่องนี้อีกเรื่องคือ Intouchable (2012) ชวนดูค่ะ
SHARE
Written in this book
thinking out loud  คิดดังฟังชัด
แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
Writer
mommyam
happy storyteller
คุณแม่นักเขียนของลูกชายวัย 8 ขวบที่ยังคงรักในการเดินทางเพื่อเรียนรู้และเติบโตด้านใน

Comments