คำอธิฐานที่กลายเป็นคำสาปสำหรับฉัน
ช่วงที่เราเรียนอยู่ชั้น ป.6 เป็นช่วงที่บ้านเราเพิ่งย้ายถิ่นฐานมาจากต่างจังหวัดมาอยู่กรุงเทพฯ เราจึงจำเป็นต้องย้ายโรงเรียน เราได้เจอครูประจำชั้นคนใหม่ ท่านเป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่นับถือศาสนาอิสลาม ถึงแม้ท่านไม่ได้คลุมฮิญาบ แต่คุณครูคนนี้นับถือและศรัทธาในศาสนาเป็นอย่างมาก เพราะท่านถือศีลอดในช่วงรอมฎอนด้วย แถมในช่วงนั้นท่านจะไม่ยอมกลืนน้ำลายลงคอ ท่านจึงต้องพกขันเงินไว้ใกล้ตัวๆ เพื่อบ้วนน้ำลายออกตลอดเวลา เรียกว่าถ้าไม่เคร่งครัดจริง ในที่ที่เป็นโรงเรียนคริสต์และไม่มีคนรอบกายนับถืออิสลามเช่นนี้ การถือศีลอดอยู่คนเดียวน่าจะเป็นอะไรที่ลำบากมากทีเดียว ในความคิดของเรา

คุณครูท่านนี้เป็นคนมีจิตใจเมตตามาก ท่านใจดีกับเด็กๆ ทุกคน พูดจากับเด็กๆ ด้วยเสียงอ่อนโยน ท่านไม่เคยดุด่าตะคอดเด็กด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำรุนแรงเลย จนบางทีพวกเด็กเกเรจะได้ใจมากเกินไปด้วยซ้ำ

เราเล่าเรื่องของเราให้คุณครูฟังไปว่า เรามีพ่อเป็นชาวต่างชาติ ส่วนแม่เป็นคนไทย แต่พ่อไม่ได้อยู่กับแม่ตลอด ดูเหมือนพ่อจะต้องไปทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยๆ พ่อสลับที่อยู่ไปมาระหว่างไทยกับประเทศอื่นตลอด โดยอาจจะอยู่ไทยประมาณ 4 เดือน แล้วไปอยู่ประเทศอื่นอีก 4 เดือน

พอเราเล่าเรื่องนี้ออกไป วันต่อมาคุณครูได้เดินมาบอกกับเราว่า "มิสสวดมนต์ขอพรกับพระเจ้าให้หนูด้วยนะ ให้คุณพ่อของหนู ได้กลับมาเจอหน้าหนูไวๆ และอยู่กับหนูนานๆ"

และครั้งนั้นไม่ใช่ครั้งเดียวที่คุณครูพูดประโยคนั้นกับเรา คุณครูจะพูดข้อความคล้ายๆ ประโยคข้างต้นกับเราบ่อยๆ ทุกวี่ทุกวัน ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนของท่าน

แต่ประโยคที่ท่านกล่าวออกมานั้น ถึงแม้เราจะเข้าใจว่าท่านเจตนาดี
แต่ไม่ว่ายังไงเราก็รู้สึกดีไม่ลงจริงๆ

เพราะเราไม่ได้อยากให้พ่อรีบกลับมาไวๆ น่ะสิ!

ทุกๆ ครั้งที่ได้ข่าวว่าพ่อจะกลับมาที่บ้าน แม่เรามักจะแสดงอาการกังวลทุกครั้ง มันเป็นภาพที่เราเห็นมาตั้งแต่ยังเด็กๆ ความสัมพันธ์ของแม่กับพ่อเราเหมือนบ่าวกับนาย มากกว่าที่จะเป็นคนรัก พ่อเห็นแม่เราเป็นสมบัติ เป็นบ่าวรับใช้ หากพ่อไม่พอใจอะไรบางอย่างขึ้นมา มักใส่อารมณ์และข่มเหงจิตใจแม่เสมอ แม่ชอบบอกเราอยู่เสมอว่า "ทุกวันนี้แม่ทนเพื่อลูกนะ เพื่อจะได้มีพ่อคอยส่งเสียเลี้ยงดูลูกต่อไป เพื่อให้ลูกไม่กลายเป็นคนไม่มีพ่อ..."

เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่พ่อกลับมา มันจึงเหมือนภาวะที่ความทุกข์มาเยี่ยมเยือนบ้านหลังนี้ มากกว่าที่จะเป็นภาวะความสุข ที่จะได้เจอคนที่รักและคิดถึง

มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกใครๆ ว่า "ฉันไม่ชอบพ่อของฉันเลย" ในขณะที่ต้องมานั่งวาดรูประบายสีดอกพุทธรักษาในการ์ดวันพ่อที่โรงเรียน ความลับนี้แม่ขอร้องเราเอาไว้ ว่าอย่าให้ใครล่วงรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด แม่อยากให้คนภายนอกมองพวกเราว่า พวกเราคือครอบครัวที่สุนสันต์ และเราคือเด็กดีที่รัก "พ่อ" และแม่ที่สุดในโลก

คำพูดที่คุณครูบอกว่า ท่านได้ภาวนาอธิษฐานต่อพระเจ้า ว่าได้ขอพรให้พ่อกลับมาหาเราไวๆ นั้น ยิ่งท่านพูดเรื่องนี้บ่อยเท่าไร หัวใจของเรามันก็ยิ่งเจ็บซ้ำมากเท่านั้น เพราะช่วงเวลาที่พ่อไม่อยู่บ้าน มันเป็นช่วงที่เรากับแม่เราสบายใจที่สุด และรู้สึกเหมือนความทุกข์ได้ออกไปจากบ้านหลังนี้เสียที
ซึ่งสิ่งที่เราหวังกับคำอธิษฐานของคุณครู มันเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกันหมดเลย!

แต่อย่างน้อยองค์อัลเลาะห์ท่านคงยังงานยุ่ง คำอธิษฐานนั้นเลยยังไม่ได้รบการเปิดอ่าน
อย่างน้อยก็ยังดีที่คำอธิษฐานของคุณครูไม่กลายเป็นความจริงล่ะนะ รอดไปที~
SHARE
Writer
Yoksin
Monster
สิ่งมีชีวิตในโหมดประหยัดพลังงานชีวิตเบอร์ 5 ที่ชอบเพลิดเพลินไปกันความคิดของตัวเอง

Comments