[2 SHOT] SEATMATE (Minkyeong x Kyungwon) (2/2)






ปกติแล้วนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสามจะได้รับการยกเว้นให้ไม่เข้าชมรมได้เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการอ่านหนังสือสอบ แต่ปีนี้การแข่งขันเบสบอลระหว่างโรงเรียนถูกเลื่อนจากเทอมปลายมาเป็นเทอมต้นทำให้รุ่นน้องซ้อมไม่ทัน รุ่นพี่อย่างคยองวอนจึงต้องใช้เวลาหลังเลิกเรียนมาช่วย ส่วนมินกยอง… ก็แค่ยังไม่อยากกลับบ้าน ที่นั่งมีพนักพิงข้างสนามจึงกลายเป็นที่อยู่ของเธอในเย็นนี้

ปั่ก!

เสียงลูกเบสบอลกระทบไม้ลูกแล้วลูกเล่าดังขึ้นกลางสนามของโรงเรียน มินกยองมองตามคยองวอนในชุดกีฬาและหมวกแก็ปสีดำทุกการเคลื่อนไหว ขายาวๆขยับเป็นจังหวะมั่นคง มัดกล้ามเล็กๆที่ต้นแขนเห็นชัดขึ้นในตอนที่คนตัวสูงเหวี่ยงลูกหนังขนาดเท่ากำมือไปหาแบตเตอร์ สีหน้าจริงจังพราวไปด้วยหยาดเหงื่อ พอรวมกับแสงอาทิตย์ที่ใกล้ลับของฟ้าที่ขับให้ผิวสีแทนของเค้าน่ามองขึ้นอีกหลายเท่าตัวก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคยองวอนในตอนนี้ไม่ห่างไกลจากคำว่าฮอตเลย

ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่งคนที่เด๋อด๋าเข้ามารับหมัดแทนเธอจะโตมาเป็นรุ่นพี่ที่รุ่นน้องปลาบปลื้มกันครึ่งค่อนโรงเรียนแบบนี้ล่ะ

มินกยองเห็นคยองวอนพูดอะไรสักอย่างกับน้องในชมรมก่อนจะเดินออกมาจากสนามตรงมาทางเธอ ร่างสูงถอดหมวกออกเพื่อจัดผมยุ่งๆใหม่โดยไม่รู้เลยว่าที่เดินเสยผมอยู่นั่นทำกลุ่มเด็กปีสองที่เดินผ่านหลังเธอไปกรี๊ดขนาดไหน

“เบื่อไหม กลับก่อนก็ได้นะ”

คยองวอนพูดขึ้นขณะใช่ผ้าขนหนูผืนเล็กซับใบหน้าเบาๆ เธอส่ายหน้า

“งั้นรอหน่อยนะ เอาโทรศัพท์เราไปเล่นก็ได้”

โทรศัพท์เครื่องบางถูกรื้อจากกระเป๋าเป้มาให้ เธอรับมาด้วยความเต็มใจสุดๆ ก็เกมในเครื่องคยองวอนสนุกทุกเกมเลยหนิ แต่เค้าไม่ค่อยให้เธอเล่นบ่อยเพราะนิสัยขี้หวงนั่นแหละ เพราะงั้นถึงจะมีลายนิ้วมือในเครื่องแต่เธอก็ไม่ค่อยหยิบเครื่องเค้าไปเล่นเฉยๆ ล่าสุดที่ทำแบบนั้นก็โดนงอนไปตั้งหลายวัน

พอคยองวอนกลับไปซ้อมเธอก็จมอยู่กับโลกของเกมโทรศัพท์ มีบางครั้งที่แจ้งเตือนข้อความจากแอพพลิเคชันแชทเด้งขึ้นมาบ้างนิ้วเรียวก็ทำแค่ปัดขึ้นไปเฉยๆ แต่ถึงจะพยายามไม่สนยังไงมินกยองก็เผลอนับจำนวนคร่าวๆของคนที่ทักมาไว้ในใจแล้ว

นานจนแสงอาทิตย์ถูกแทนด้วยแสงจากไฟสปอร์ตไลท์สีขาว โค้ชจำเป็นกลับมาที่ข้างสนามอีกครั้ง แต่คนที่นั่งอยู่ก็ยังจดจ่อกับหน้าจอจนไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของคนที่พึ่งมาเลย คยองวอนจึงขยับไปมองหน้าจอใกล้ๆเพื่อดูว่าอะไรในนั้นที่ทำให้เพื่อนสนิทไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสักนิด เป็นจังหวะพอดีกับแจ้งเตือนที่ส่งมาติดๆกันปรากฎขึ้น ปัดยังไงก็ไม่หมดสักที ดูท่าจะรบกวนการเล่นเกมน่าดู

“เอามานี่ก่อน”

ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาหยิบโทรศัพท์ไปจากมือมินกยอง เธอยังงงๆว่าคยองวอนมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เจ้าของโทรศัพท์กดอะไรอยู่พักหนึ่งก่อนจะส่งคืนพร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธอมองหน้าเค้าอึ้งๆ

“ปิดแจ้งเตือนแล้วนะ… บอกคนอื่นแล้วด้วยว่าไม่ต้องทักมาแล้ว เล่นตามสบายเลย”

“บอกคนอื่นแบบนั้นจริงหรอ?”

“อื้อ… ทำไมล่ะ ก็กยองเล่นอยู่”

คยองวอนพูดด้วยสีหน้าที่ไม่คิดอะไรไปมากกว่านั้นจริงๆเธอจึงหาอะไรที่แอบแฝงในการกระทำนั้นไม่เจอ บางทีเค้าก็เหมือนจะชัดเจน แต่บางทีก็ซื่อบื้อเกินทน อย่างตอนนี้ มาทำแบบนี้แล้วจะไม่ให้เธอสำคัญตัวเองได้ยังไง… ไอ้ลูกหมาเอ้ย

นักกีฬาเดินกลับสนามรอบสุดท้าย ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นานเท่าครั้งก่อนๆ พอการซ้อมจบลงเราก็เดินกลับบ้านพร้อมกันเหมือนอย่างสองปีที่ผ่านมา ระยะทางจากโรงเรียนถึงบ้านคยองวอนสั้นกว่าบ้านเธอแต่อีกคนเลือกที่จะเดินเลยไปส่งเธอก่อนทุกครั้ง แรกๆแม่ของเธอเป็นคนขอไว้ช่วงที่เธอซ้อมแข่งงานวิชาการจนเลิกดึก แต่พอหมดช่วงเวลานั้นแล้วคยองวอนก็ยังยืนยันที่จะไปส่งเธอก่อน ปฏิเสธไปกี่รอบเค้าก็ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้จนเธอปล่อยเลยตามเลยถึงทุกวันนี้ คิดแล้วก็น่าหงุดหงิดอยู่เหมือนกันนะ ไม่คิดหรอว่าเธอก็เป็นห่วงเค้าที่ต้องเดินกลับคนเดียวเหมือนกันนั่นแหละ

“หน้ายับหมดแล้ว คิดอะไรอยู่”

คนข้างๆถามขึ้นทำให้รู้ตัวว่ากำลังขมวดคิ้วอยู่ มินกยองคลายสีหน้าลงแล้วส่ายหน้าตอบ คยองวอนไม่ได้เซ้าซี้อะไร

“กยอง…”

เสียงคยองวอนดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้นถนน เธอหันไปมองคนที่เอาแต่มองตรงไปข้างหน้า จนแล้วจนรอดคยองวอนก็ไม่ยอมพูดอะไรต่อ

“ทำไมคะ?”

เสียงหวานถามพร้อมกับจับมืออีกคนมาประสานเข้าด้วยกัน มินกยองแอบเห็นว่าหูเล็กๆใต้กลุ่มผมนั่นแดงขึ้น
 
“แชทนั่นน่ะ เราไม่ได้คุยกับใครอยู่นะ ที่ทักมาถ้าไม่ใช่ธุระอะไรเราก็ไม่ได้ตอบ”

เราหยุดพร้อมกันเมื่อถึงหน้าบ้านเธอพอดี เธอหันไปเผชิญหน้ากับเค้า พยายามมองหาความหมายที่แอบแฝงในการกระทำอีกครั้งแต่เค้าก็เอาแต่เฉไฉมองไปทางอื่น เธอจึงบีบมือข้างที่จับกันอยู่เบาๆจนเค้ายอมเงยหน้าขึ้นมามองกัน สายตาวูบไหวสบกับเธอ

“ทำไมถึงบอกล่ะ”

“ก็กยองคงเห็นว่าวันนี้คนทักมาเยอะ กลัวกยองเข้าใจผิดว่าเราคุยหลายคน… ส่วนใหญ่ก็แค่ถามว่าทำไมกลับมาซ้อมแค่นั้นเองนะ”

คำพูดซื่อๆของคยองวอนทำให้ความขุ่นใจที่เธอไม่สังเกตว่ามันมีอยู่หายวับไป ยิ่งเห็นใบหน้าออดอ้อนที่เจ้าตัวเผลอแสดงออกมาไม่รู้ตัวใจเธอก็ยิ่งสั่น ทำแบบนี้กลัวเธอไม่เชื่อรึไง... ก็เชื่อตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว

“โอเค เราเชื่อ ไม่งอแงนะ”

“อื้อ”

คยองวอนยิ้มออกมาเมื่อเธอยืนยันแบบนั้น มันทำให้อดคิดไม่ได้ ถ้าไม่คิดอะไร… คงไม่มาแคร์หรอกว่าเพื่อนสนิทจะคิดยังไงกับสถานะของตัวเอง

“งั้นเรากลับแล้วนะ”

“อืม ถึงแล้วบอกด้วยนะ”

สองมือที่ประสานกันอยู่คลายออกแผ่วเบา คยองวอนพยักหน้าก่อนหันหลังกลับไปทางเดิม เธอมองแผ่นหลังเล็กๆนั่นห่างออกไปจนสุดสายตา

คยองวอนไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้วแต่ก็ได้ฝากคำถามมากมายไว้กับเธอ หนึ่งในนั้นคือสิ่งที่เธอสงสัยมาตลอดแต่ก็ไม่เคยหาคำตอบเจอสักครั้ง

.
.
.
เธอจะมั่นใจได้รึยังนะว่าเค้าก็คิดเหมือนเธอ?





“ไอ้ดงโฮหยุดเลยนะ! จะโดดเวรอีกแล้วหรอ!”

เสียงรองหัวหน้าห้องตะโกนลงมาจากระเบียงหน้าห้องไม่ได้ทำให้กลุ่มผู้ชายข้างล่างหยุดวิ่งแต่อย่างใด มินกยองมองเยบินที่โวยวายเสียงดังจนห้องอื่นต้องออกมาดูแล้วแอบหัวเราะอยู่คนเดียว วันนี้วันศุกร์ เวรทำความสะอาดของเธอและคยองวอนอยู่วันเดียวกันพอดี ปกติหน้าที่ยกถังลงไปเติมน้ำสำหรับถูพื้นจะเป็นของคยองวอนและดงโฮ แต่วันนี้คงกลายเป็นคยองวอนกับมินกยองแทนแล้วล่ะ จริงๆเธอก็ชินแล้วล่ะนะ

“นี่ ใช้สิทธิหัวหน้าห้องทำอะไรก็ได้หน่อยสิ เทอมนี้ดงโฮมันโดดเวรสามรอบแล้วนะ”

คยองวอนยกถังเปล่าออกมาจากล็อกเกอร์หลังห้องพลางบ่นกระปอดกระแปด เธอหัวเราะอีกครั้งเมื่อเห็นหน้าเหนื่อยหน่ายของเค้า

“เคยบอกครูเบไปแล้วนะ แต่กวอนก็รู้ว่าดงโฮไม่กลัวหรอก”

“เออนะ”

ร่างสูงถอนหายใจยาวก่อนยกถังเปล่าเดินลงบันไดไปอย่างปลงๆ เธอตามลงไปจนถึงหน้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสุดของอาคาร มองควองวอนต่อสายยางเติมน้ำลงไป บริเวณนี้มีแค่เราสองคนจึงมีแค่เสียงกระเซ็นของน้ำในถังเท่านั้น

“กยองอยากเล่นน้ำไหม”

อยู่ๆคนที่ถือสายยางก็พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบพลางมองเธอด้วยสายตาพราวระยับ มือขวาของเค้ากำสายยางไว้เต็มรอบมือ เธอเห็นมุมปากเล็กๆนั่นยกขึ้น ไม่นะ…

ไวเท่าความคิด เท้าภายใต้รองเท้าผ้าใบออกวิ่งแต่ก็ไม่ทันคนที่เตรียมแกล้งกันอยู่แล้ว คยองวอนยกสายยางขึ้นฉีดน้ำไปยังคนข้างหน้า มินกยองส่งเสียงวี๊ดว๊ายขึ้นทันทีให้คนขี้แกล้งหัวเราะร่า ยังดีที่โดนแค่กางเกง แต่คยองวอนก็ยังไม่หยุดจนเธอต้องวิ่งกลับไปไล่ฟาดเค้าแรงๆและใช้ความได้เปรียบของช่วงแขนแย่งสายยางมา ร่างสูงโวยวายที่เธอเล็งทิศทางน้ำไปยังใบหน้าเขา แต่จะขอร้องตอนนี้ก็สายไปแล้วน้อง! ทีใครทีมันสิ!
 
อย่างที่คิดไว้ว่าคยองวอนไม่กล้ารุนแรงกับเธอหรอก แค่มาแย่งสายยางกลับยังไม่กล้าเลย สุดท้ายแล้วคนที่เปียกเป็นลูกหมาก็กลายเป็นคยองวอนแทน ส่วนเธอก็เปียกแค่ไหล่ซ้ายกับขากางเกงนิดหน่อย มินกยองปล่อยสายยางลงพื้นแล้วหัวเราะชอบใจ เด็กเกเรทำหน้าบูดขณะเสยผมเปียกชื้นไปข้างหลัง มืออีกข้างก็บิดปลายเสื้อพละไป

“ไรอะ เราฉีดกยองแค่เท้าเอง”

คยองวอนพูดปลายเสียงเหวี่ยงๆพลางเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำ เธอมองคนขี้งอนด้วยความเอ็นดู เนี่ย แกล้งคนอื่นแล้วก็งอนเอง ใช้ได้ที่ไหน

มินกยองจ้องอีกฝ่ายก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ เค้าตกใจถอยเมื่อเธออยู่ใกล้กว่าปกติแต่เธอก็จับแขนเค้าไว้ไม่ให้หนี มืออีกข้างที่ว่างอยู่ใช้ผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อลากซับหยดน้ำตามใบหน้าและลำคอของคนตรงหน้าเบาๆ ไอ้ลูกหมาเม้มริมฝีปากแน่น สายตาประหม่าอย่างชัดเจน

“ขอโทษนะคะ”

เสียงหวานกับประโยคสั้นๆประโยคเดียว แค่นี้คยองวอนก็หายงอนแล้ว…

ร่างสูงพยักหน้ารับคำขอโทษอย่างง่ายดาย ยกมือขึ้นมาถูปลายจมูกตัวเองแก้เก้อ เวลาเขินเค้าจะชอบทำแบบนี้แหละ เป็นคนที่เขินแล้วอ่านง่ายมากจริงๆ เธอมองคนที่ยืนทำตัวไม่ถูกแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ คยองวอนตอนไปไม่เป็นนี่น่ารักที่สุดแล้วล่ะ-
 
“สองคนนั้นหนุงหนิงอะไรกันคะ เพื่อนรอถูพื้นอยู่ค่า”

เสียงของเยบินที่โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างไว มินกยองหันไปมองเพื่อนตัวเล็กที่ยืนกอดอกอยู่แล้วเมินคำแซวด้วยการเตรียมยกถังน้ำกลับไปที่ห้องเรียน แต่คนยกถังอีกกลับคนไม่มาทำหน้าที่ด้วยกัน คยองวอนหมุนเปิดก๊อกน้ำอีกครั้ง สายตาของเค้ากลับมาแพรวพราว
 
“เยบินร้อนป่าว?”




  
เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่มินกยองจะเป็นคนสอนพิเศษให้คยองวอนก่อนสอบ เมื่อไฟนอลกำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้านี้คยองวอนเลยได้มานอนค้างเพื่ออ่านหนังสือสอบที่บ้านเธออีกครั้ง ร่างสูงนอนกลิ้งตัวไปมาบนเตียงของเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือ

“อ่านจบแล้วหรอ”

มินกยองละจากหนังสือมาถามคยองวอนและคำตอบที่ได้คือการส่ายหน้า เธอถอนหายใจก่อนหยิบหนังสือเรียนวิชาเดียวกับที่คยองวอนอ่านอยู่มาไว้ในมือ ย้ายร่างไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง มองเด็กเกเรที่นอนคว่ำหน้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอเธอแตะไหล่เค้าเบาๆก็ยอมลุกขึ้นมานั่งหันหน้าเข้าหากัน

“ถึงบทไหนแล้ว”

“บท 5… จะจบแล้ว”

“งั้นอ่านให้จบ เดี๋ยวมาถามตอบกัน”

“มินกยองอา…”

“ไม่ต้องมางอแงเลย ให้เวลาสิบห้านาทีนะ เริ่ม”

พอครูสอนพิเศษยื่นคำขาดคยองวอนก็ยอมก้มหน้าลงไปอ่านบทสุดท้ายต่ออย่างว่าง่าย มินกยองก็อ่านทบทวนอีกครั้งเพื่อเตรียมอธิบายในส่วนที่คยองวอนอาจจะยังไม่เข้าใจเหมือนกัน เธอแอบเงยหน้ามองคนตรงข้ามเป็นครั้งคราว คยองวอนอ่านไปเล่นขอบหนังสือไป จนครบเวลาที่กำหนดเธอก็ยึดหนังสือไปไว้บนโต๊ะข้างหลัง

“กติกาเดิมนะ ถ้าไม่รู้เราจะอธิบายให้ แต่เราจะถามจนกว่ากวอนจะตอบได้หมด”

“ของ่ายๆได้ไหม”

“ครูจะออกข้อสอบง่ายๆไหมล่ะ หื้อออ”

เธอว่าพลางขยี้ผมสั้นประบ่าของคยองวอนไปมาให้เค้าทำหน้าบูดใส่ก่อนเริ่มการติวจริงจัง โชคดีที่ถึงจะขี้เกียจแต่คยองวอนก็เป็นพวกหัวไว นึกภาพตามเก่ง เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่เสียเวลาในการอธิบายมาก เสียงถามตอบของคนสองคนดังสลับกันตลอดสองชั่วโมง คยองวอนงอแงขอหยุดบ้างแต่เธอก็ไม่ยอมหรอก ชอบเล่นโทรศัพท์ในห้องก็ต้องโดนแบบนี้



ก๊อกก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นตอนที่คยองวอนนั่งนึกคำตอบอยู่ ร่างสูงรีบกระโดดลงจากเตียงไปเปิดประตูอย่างไว แหม ทีแบบนี้ล่ะเร็วนักนะ หลังประตูคือแม่ของเธอเอานมอุ่นสองแก้วมาให้และบอกให้เตรียมตัวนอนได้แล้ว เธอมองนาฬิกาที่บอกเวลาสี่ทุ่มแล้วพยักหน้ารับ พอประตูปิดลงคนที่กำลังขี้เกียจได้ที่ก็ยิ้มกว้างทันที

“พอแล้วเนอะ แม่กยองบอกให้นอนแล้ว”

“มีช่องไม่ได้เลยนะกวอน… อะ ตอบข้อเมื่อกี้ก่อนแล้วจะปล่อย”

คยองวอนบ่นอุบอิบแต่ก็พยายามตอบคำถามจนครบ เธอทวนจนมั่นใจว่าเค้าเข้าใจถูกต้องแล้วก็จบการติววันนี้ลง เนื้อหายังไม่จบแต่ค่อยตัดไปไว้พรุ่งนี้แล้วกัน มินกยองย้ายร่างมานั่งที่โต๊ะแล้วยกแก้วนมขึ้นมาดื่มตามคยองวอน สายตาเผลอมองลำคอและสันกรามคมๆของคนตัวสูงที่ยกแก้วดื่มนมจนหมดและใช้ปลายลิ้นเล็กกวาดเลียคราบนมบนริมฝีปาก...

บ้าน่ะมินกยอง หยุดมองเลยนะ

เธอไล่ความคิดไม่ดีออกแล้ววางแก้วเปล่าไว้บนโต๊ะ คยองวอนอาสาเอาลงไปล้างให้เหมือนทุกครั้ง ถึงจะบอกหลายครั้งแล้วว่าไว้ตอนเช้าก็ได้แต่ก็ไม่เคยเชื่อกันเลย ดื้อเหมือนตอนจะเดินมาส่งเธอนั่นแหละ เธอเลยตามใจแล้วแปรงฟันก่อนนอนเล่นโทรศัพท์รอบนเตียง ไม่นานคยองวอนก็กลับมา หลังจัดการธุระส่วนตัวเสร็จร่างสูงก็ปิดไฟทุกดวงแล้วแทรกตัวเข้ามาในผ้าห่มผืนเดียวกัน เตียงยุบตัวลงตามจังหวะการขยับตัวของอีกฝ่าย

“ฝันดีนะ” เสียงนุ่มของคยองวอนดังขึ้นหลังยุกยิกไปมาอยู่หลายนาที เธอตอบกลับก่อนปล่อยให้ความเงียบของกลางคืนทำหน้าที่ของมัน



ใกล้เคลิ้มหลับแล้วแต่เสียงขยับตัวเสียดสีผ้าห่มจากด้านหลังทำให้รู้ว่าคยองวอนยังไม่นอน เธอพลิกตัวกลับไปเจอกับคนนอนไม่หลับที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของคยองวอนมีแสงจันทร์ที่เล็ดลอดจากผ้าม่านพาดผ่านจนเธอมองเห็นนัยน์ตาสีดำเข้มของเค้าชัดเจน

“ไม่ง่วงหรอ”

เธอถามคยองวอนเสียงเบา ด้วยระยะห่างแค่นี้แค่กระซิบเธอก็มั่นใจว่าเค้าจะได้ยิน

“ไม่ ช่วงนี้เรานอนดึกอ่ะ… กยองล่ะ”

“ง่วงแล้วอ่ะ แต่ถ้ากวอนยังไม่ง่วงก็อยู่เป็นเพื่อนได้”

คยองวอนยิ้มมุมปากให้กับคำตอบของเธอ เค้าวางมือบนหัวเธอแล้วลูบไปมาแผ่วเบาราวกลับจะกล่อมเธอให้หลับก่อน เธอยอมปิดตาลงรับรู้ถึงสัมผัสสม่ำเสมอบนกลุ่มผม เป็นครั้งแรกที่คยองวอนทำแบบนี้กับเธอแต่เธอก็รู้ได้ว่าจะเสพติดมันในเร็วๆนี้

“มินกยอง…”

คยองวอนเรียกเธอขึ้นมาจากภวังค์ความคิด เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นตามเสียงเรียกด้วยความแปลกใจทำให้เห็นว่าคยองวอนเข้ามาใกล้ขนาดไหน ปลายจมูกเราเกือบจะแตะกัน เธอกำลังจะถามว่าทำไมถึงได้ขยับเข้ามาใกล้กันขนาดนี้ แต่สายตาที่หลุบลงมองริมฝีปากเธอก่อนจะสบตากันอีกครั้งอย่างชั่งใจทำให้เธอแน่ใจว่าคยองวอนต้องการอะไรอยู่ หัวใจเธอเต้นรัวเมื่อฝ่ามือที่เคยลูบผมเธอย้ายลงมาประคองใบหน้าไว้ คยองวอนฉีกความเป็นเพื่อนสนิททิ้งด้วยประโยคอ้อนวอนเสียงเบา

“เราขอจูบนะ”

เรื่องแบบนี้ต้องขอด้วยรึไง…

ไม่มีคำตอบใดจากเธอเหมือนเป็นคำอนุญาตกลายๆ เธอปิดตาลงเมื่อริมฝีปากของคยองวอนแตะลงที่ตำแหน่งเดียวกัน ความร้อนลามเลียไปทั่วใบหน้า ยิ่งคยองวอนขยับริมฝีปากคลึงเบาๆเธอก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก สัมผัสอ่อนนุ่มทำให้เธอรู้สึกมือไม้อ่อนตาม ได้แค่ปล่อยให้คยองวอนเป็นฝ่ายนำพา

เด็กเกเรจูบริมฝีปากบนสลับล่างไปมาก่อนค่อยๆแตะปลายลิ้นลงมาขอร้องให้เธอยอมให้เค้าได้สัมผัสมากกว่านี้ เธอเกิดความลังเลใจขึ้นมาชั่วขณะ แต่เพราะเสียงออดอ้อนในลำคอจากคยองวอนทำให้เธอยอมรับสัมผัสที่ลึกซึ้งมากขึ้น

จนถึงตอนนี้เธอก็ได้รู้แล้วว่าคยองวอนจูบเก่ง… แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนซื่อบื้ออย่างเค้าถึงได้เชี่ยวชาญอะไรแบบนี้

แรกเริ่มเธอปล่อยให้คยองวอนสอนสัมผัส พอได้เรียนรู้สักพักถึงค่อยรุกเร้าคนตัวเล็กกว่ากลับ เธอรู้สึกได้ถึงเล็บที่ขูดลงบนฐานคอเพื่อระบายความรู้สึกบางอย่าง อีกอย่างที่เธอได้รู้คือคยองวอนไวต่อสัมผัส… เสียงครางหวิวของเค้าดังขึ้นเมื่อเธอลูบสันกรามของเค้าไปมา ปลายนิ้วแทรกขยุ้มผมสั้นเบาๆเพื่อบอกความพึงใจ เสียงลมหายใจผะแผ่วของคนสองคนดังขึ้นในความมืดมิด

เราเชื่อมชิมกันเนิ่นนานก่อนเธอจะผละออกมาก่อน มือดันไหล่คยองวอนออกให้เราห่างกันพอจะมองหน้ากันได้ แสงจันทร์ทำให้เห็นใบหน้ารวมทั้งริมฝีปากของเค้าแดงที่จนน่าตกใจ แต่เธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต่างกับเค้ามาก เรามองกันด้วยความขัดเขิน หลังปรับลมหายใจจนปกติคยองวอนก็เป็นฝ่ายเปิดปากก่อน

“ขอโทษนะ…”

เธออยากถอนหายใจยาวๆให้กับความซื่อบื้อของคยองวอนจริงๆเลย จูบตอบขนาดนั้นยังคิดว่าจะโกรธอยู่อีกรึไง…

“ไม่ได้โกรธเลยค่ะ”

มินกยองใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปตามแก้มใสที่อุ่นอยู่เพื่อปลอบให้คยองวอนแน่ใจว่าเธอไม่โกรธจริงๆ เธออยากขอบคุณด้วยซ้ำที่มันเกิดขึ้น มันทำให้เธอแน่ใจแล้วว่าคยองวอนก็คิดแบบเดียวกัน

ประโยคเมื่อครู่เหมือนเป็นกุญแจที่ปลดล็อคบางสิ่งในใจของคยองวอน สายตาที่มักจะหลบเลี่ยงกันมาตลอดประสานกับเธออย่างลึกซึ้ง เธอมองเห็นความรู้สึกอัดแน่นอยู่ภายในนั้น ทั้งรัก เทิดทูน ลุ่มหลง คาดหวัง และอีกมากมายที่เธอไม่สามารถรับไว้ได้ทั้งหมด คยองวอนรู้สึกกับเธอเยอะมากจริงๆ

“เรารักกยองนะ”

คำบอกรักส่งมาอย่างไม่มีสัญญาณเตือนแต่ก็ไม่เหนือกว่าความคาดหมาย หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเป็นจังหวะที่มีความสุขกว่าทุกครั้ง มินกยองยิ้มกว้างให้คยองวอนก่อนตอบรับความรู้สึกของเค้าด้วยสิ่งเดียวกัน

“เราก็รักกวอนเหมือนกัน”

ทีแรกคยองวอนทำหน้าอึ้งๆ แต่พอตั้งสติได้มุมปากของเค้าค่อยๆยกขึ้นและยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นโหมดหลบตาก็กลับมาอีกครั้ง เค้าซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวด้วยการกดใบหน้าลงบนบ่าของเธอ แขนยาวๆกอดรัดเธอไว้แน่น เธอกอดตอบคนตัวเล็กกว่าเบาๆ ลากไล้ฝ่ามือไปตามแผ่นหลัง เสียงอู้อี้เกือบไม่ได้ศัพท์ดังขึ้นมาจากในอ้อมแขน

“ตอนแรกกลัวแทบแย่ ไม่คิดเลยอ่ะว่ากยองก็ชอบเราเหมือนกัน”

“ก่อนหน้านี้คิดว่าไงอ่ะ”

“ไม่รู้สิ ก็แค่ชอบเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น”

“ไอ้ลูกหมาเอ้ย”

มินกยองขยี้ผมคยองวอนเหมือนที่ชอบทำด้วยความหมั่นไส้ มีอย่างที่ไหนเธอคิดเรื่องเค้าไปร้อยแปดแต่เจ้าตัวไม่คิดอะไรเลยเนี่ยนะ มันน่าตีไหมล่ะ

แต่ถึงจะซื่อบื้อยังไงก็รักไปแล้ว ทำไงได้ล่ะเนอะ









- ที่บอกว่าเร็วๆนี้ล้อเล่นค่ะ 555555555 (ได้หรอ)(ได้แหละ)

<3


SHARE

Comments

2_537mm
1 year ago
คยองวอนเธอไปฝึกจูบที่ไหนมา เก่งเหลือเกิน หนอยๆๆๆ ชอบความเด๋อๆของกวอนอ่ะ น่ารักซื่อๆ (โดยเฉพาะตอนที่กวอนปิดแจ้งเตือนให้กยองเล่นเกมต่อสะดวก น่ารักกก) แต่ไม่คิดว่าน้องกยองจะรู้สึกก่อนแถมยังกล้ายอมรับอีกต่างหาก หรือจริงๆบางทีกวอนก็รู้สึกพร้อมๆกันนั้นแหละ แต่แค่เด๋อๆ ทำเนียนไป ฮา...
Reply
Tnytrr
1 year ago
ว้ากกกกกกกกกดกกกกยดสดยวด น่ารักมากเลยค่ะว้าดกดดดกกดดดดดดดกดกก ไม่ไหวแร้ว บรรยายละมุนนุ่มนวลมากเลยยยยว้ากกกกก พิกวอนหร่อมาก ตะเร้กตะน้อยมากฮืออออ มินกยองคะขาคือปรินิพพาน น่าร๊ากกกกกกไปหมดเลยค่ะฮือออ เขินจนเผลอตบหน้าตัวเอง5555555 เอาใจไปเลยค่ะสำลักความละมุนชอบๆๆๆๆ😭😭😭😭
Reply
Pha-Pair
12 months ago
เขียนดีมากเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆ มันดูนุ่มละมุมเบาบางแต่ก็เต็มไปด้วยความลุ่มหลง ขอบคุณที่เขียนคู่นี้นะคะ 555555 หายากละเกิน ><
Reply