หาไอเดียโดนๆด้วย "Aha moment"
ในช่วงเรียนมหาลัย เนื่องจากผมเรียนกฎหมาย ผมจึงต้องเจอกับการสอบข้อเขียนตลอดเวลา 
การสอบข้อเขียนไม่มีทางลัดในการได้คะแนน ถ้าเป็นข้อสอบปรนัย คุณอาจจะใช้ทางลัดด้วยการเดาได้ ถ้าเดาถูกก็ได้คะแนน และคนตรวจก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณเดารึเปล่า แต่ถ้าเป็นข้อสอบอัตนัย ทางเดียวที่คุณจะได้คะแนนคือการเขียน ถ้าเขียนไม่ดี ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าคุณไม่ได้เตรียมตัวมา

ในการเขียนข้อสอบกฎหมายนั้น นอกจากคุณต้องเตรียมความรู้มาแล้ว คุณยังต้องฝึกการเขียนให้ได้เร็วด้วย และปกติการจะเขียนให้ได้คะแนนดีๆอยู่ที่ประมาณเกือบ 1 หน้ากระดาษ เขียนน้อยไปแสดงว่าเขียนไม่ครบทุกประเด็น เขียนมากไปแสดงว่าเขียนนอกเรื่อง

ทีนี้ลองคิดดูว่า เวลาเริ่มเหลือน้อยและยังมีข้อที่ไม่ได้ทำอีกหลายข้อ มันจะรู้สึกลนลานขนาดไหน

บางครั้งเขียนๆไปผมก็เจอช่วงที่นึกไม่ออกเหมือนกัน ลืมมาตราบ้าง คิดคำตอบไม่ออกบ้าง บางครั้งมาตรากฎหมายในหัวก็ตีกันยุ่งเหยิง ซึ่งทำให้การเขียนต้องชะงักไป แต่เวลายังคงเดินเรื่อยๆ ผมไม่ชอบเจอสถานการณ์ที่กดดันซักเท่าไหร่ แต่พอเวลาเหลือน้อยผมก็ยิ่งเครียด แต่แล้วจู่ๆผมก็คิดออกและลงมือเขียนต่อไปจนจบ

ทำไมอยู่ดีๆผมก็คิดออก?
 
ตอนแรกผมก็คิดว่าผมอ่านมาเยอะเลยคิดออก แต่ความจริงแล้วก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะอ่านมาเยอะนี่แหละ ความรู้ก็เลยตีกันจะมั่ว ที่จริงมีจุดหนึ่งที่ก่อนที่ผมจะเขียนจนจบได้นั่นคือ ผมพยายามทำใจให้เย็นลง พอผมทำแบบนั้นแล้วอยู่ดีๆคำตอบก็เริ่มมา 
 
สิ่งนี้เป็นเรื่องบังเอิญรึเปล่า คำตอบคือไม่ สิ่งนี้เรียกว่า Aha moment เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ อาร์คิมิดีสคิดทฤษฎีของเขาออกและตะโกนว่า EUREKA!  

Aha moment มีกระบวนการของมันครับ นั่นหมายความว่าถ้าเราเข้าใจมัน เราก็สามารถดึง Aha moment ออกมาได้ตามที่เราต้องการ ยิ่งทุกวันนี้ต้องเจอกับหลายสิ่งหลายอย่างถาโถมเข้ามา จนคิดอะไรไม่ออก ถ้ามีช่วง Aha มาช่วยคงดีขึ้นเยอะ ถ้าคุณอยากมีช่วง Aha คุณต้องทำตามนี้ครับ

ทำใจให้สงบนิ่ง 
ถ้าคุณเป็นพวก Introvert ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะพวกนี้มักจะอยู่เงียบๆ จึงไม่ต้องใช้ความพยายามมากในการทำให้ใจสงบ แต่ถึงคุณจะเป็น Extrovert ที่ตื่นตัวตลอดเวลา คุณก็ต้องทำวิธีนี้อยู่ดี นั่นเพราะความสงบเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำให้เกิดช่วง Aha

การทำให้ในสงบนิ่งสามารถทำได้ด้วยการนั่งสมาธิ วารสาร Psychological Science เปิดเผยว่าการนั่งสมาธิจนใจสงบ ปราศจากการบกวน สามารถช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น ผลออกมาแบบนี้แสดงว่า การนั่งสมาธิแบบอิ๊กคิวซังก็เป็นวิธีที่ดีในกาหาคำตอบ

Aha tip: ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม คุณต้องหาเวลาในการ หยุด และหาเวลาอยู่คนเดียว 
มองเข้าไปในจิตใจ 
เมื่อถึงจุดที่เริ่มสงบ พยายามโฟกัสความคิดในหัว อย่าสนภายนอกรอบๆตัวคุณ เมื่อถึงจุดที่สงบ สมองของคุณจะเริ่มทำงานโดยปล่อยคลื่นอัลฟาออกมา และมันจะค่อยๆลดความยุ่งเหยิงในหัว พอความยุ่งเหยิงหายไป คุณก็จะรู้สึกหัวโล่งและค้นพบคำตอบ

โดยส่วนตัวปกติเวลาที่จะทำให้ใจสงบ ผมมักจะใช้ภาษากายช่วยโดยการใช้มือครับ ทำมือแบบเดียวกับเวลาที่โดนหาเรื่องแล้วบอกว่า "ใจเย็นๆ" นี่แหละครับ พอทำแบบนี้ผมรู้สึกว่าใจเริ่มสงบลงและพร้อมที่จะนั่งคิด

Aha tip คุณต้องขจัดสิ่งรบกวนรอบตัวเพื่อเข้าสู่ช่วง Aha การปิดเครื่องมือสื่อสารถือเป็นวิธีที่ดีที่ช่วยลดสิ่งรบกวน คุณอาจจะใช้เวลาซัก 2-3 ชั่วโมงในการอยู่ห่างจากโทรศัพท์ และคุณจะพบว่าความยุ่งเหยิงลดไปเยอะ
มองโลกในแง่ดี 
ความเครียดเป็นอุปสรรคในการเกิดช่วง Aha ที่จริงความเครียดเป็นศัตรูอันดับหนึ่งเลยครับ ความเครียดจะทำให้เกิดเสียงรบกวนขึ้นในสมอง ทำให้เราไม่สามารถมีสมาธิในการคิดได้ ฉะนั้นถ้าคุณเครียด ก็ไม่แปลกที่จะคิดไม่ออก และถึงแม้จะคิดออก แต่สิ่งที่คิดได้อาจจะไม่ใข่วิธีที่ดีก็ได้

และก็มีผลวิจัยออกมาว่า สิ่งที่ตรงข้ามกับความเครียดก็คือ
ความสบายใจมักจะช่วยให้เราคิด
ออกบ่อยๆ

 อยากสบายใจก็ต้องมองโลกในแง่ดีครับ ผมจะยกตัวอย่างจากพี่ต่อ ธนญชัย 

ตอนนั้นผมไปงานสัมมนาและพิธีกรถามพี่ต่อว่า 
"มีวิธีที่จะไม่ให้ความคิดตันมั้ยครับ" 
พี่ต่อตอบว่า "หลอกสมองสิ หลอกมันว่า ไม่มีทางตัน เดี๋ยวก็คิดออก" 
ผมก็ไม่รู้จะอธิบายให้ชัดยังไง แต่ผมคิดว่าถ้าคิดแบบพี่ต่อก็เหมือนกับเราคิดว่า "เดี๋ยวก็มีอะไรดีๆเข้ามาหาเรา" ตอนผมคิดคำตอบข้อสอบไม่ออก ผมก็มักจะคิดว่า "ใจเย็นน่า เดี๋ยวก็คิดออก" บ่อยๆ และผมก็มักจะคิดได้จริงๆ
 
Aha tip : ถ้าคุณกำลังเจอปัญหายากๆและคิดไม่ออกซักทีจนเริ่มเครียด คุณต้องถอยออกมาและหาวิธีคลายเครียด อย่างเช่นคุยกับเพื่อน กินบิงซู อ่านหนังสือ ไปเดินเล่น หรือว่างีบก็ได้ มีผลวิจัยออกมาด้วยครับว่า การงีบจะช่วยให้สมองของคุณฟื้นตัวและทำงานได้เต็มที่ (งีบสั้นๆนะครับ ไม่ใช่หลับยาว)
ใช้ความพยายามเพียงเล็กน้อย
เมื่อต้องเจอกับปัญหาที่ใหญ่และยากที่จะตัดสินใจ เรามักจะใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์นานๆ แต่ช่วง Aha มักไม่เกิดช่วงเวลาที่คุณตั้งใจใช้ความคิดครับ ยิ่งคุณตั่งใจมาก มันยิ่งไม่มา สิ่งที่ต้องทำคือโฟกัสที่ความคิดแต่ไม่ต้องเพ่งจนเครียด  

ยกตัวอย่างจากผมอีกรอบ เมื่อผมอ่านโจทย์ข้อหนึ่งแต่คิดไม่ออกซักที พยายามอ่าน 2-3 รอบ แต่ไม่รู้จะตอบอะไร สิ่งที่ผมทำคือ หยุดอ่านแล้วสูดหายใจแต่ยังนึกถึงคำตอบอยู่ เหมือนผมแค่ผ่อนคันเร่งในการคิดเท่านั้น และจากนั้นคำตอบก็เริ่มเข้ามาในหัว 

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การออกกำลังกายสามารถทำให้คำตอบเข้ามาในหัวคุณได้ วิธีนี้ได้ผลตอนที่ผมกำลังวิ่ง ขณะที่วิ่งผมก็คิดไอเดียของผมไปด้วย แต่ผมพบว่าช่วงที่วิ่งอยู่ มันมีความคิดแล่นเข้ามาเต็มไปหมดและไอเดียบางอย่างที่ทำอยู่ก็ได้มาจากการวิ่ง

Aha tip : หยุดเค้นความคิดอย่างหนักหน่วง เพราะช่วง Aha ไม่ชอบความกดดัน และอย่าลืมใส่โปรแกรมการออกกำลังกายลงในตารางกิจวัตรของคุณด้วย 

ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม คุณก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอดูแล้ว แค่สร้างกระบวนการเพื่อเข้าสู่ช่วง Aha คุณก็จะเห็นทางออกเอง ความจริงคำสอนเดิมๆยังใช้ได้เสมอครับ 

ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด 




ข้อมูลอ้างอิง : https://hbr.org/2016/10/4-steps-to-having-more-aha-moments
SHARE
Writer
Stikpost
Readaholic / INFJ
กอบโกยความรู้ให้มากแล้วแบ่งใหักับผู้อื่น

Comments