เริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง
21 Days Challenge : Day21


ครบ 21 วันแล้วความจริงคือ ผ่านไปไวมาก
และฉันยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ได้สักเท่าไหร่เลย แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ทำไม่สำเร็จเลยคือ การตื่นเช้าในวันหยุด (ก็แน่ล่ะมันยังไม่ครบ 21 ครั้งจริงๆ นี่) ก็ทุกคืนก่อนวันหยุด ฉันยังคงออกไปตะลอนเจอเพื่อนบ้าง หรือไม่ก็เลิกงานดึกบ้าง รวมทั้งวันนี้ด้วย

เพราะงั้น ฉันไม่ควรพอใจกับผลลัพท์ที่ผ่านมา 
และควรเคร่งครัดกับตัวเองต่อไปในทุกๆ วัน

พอลองทบทวนสิ่งที่ทำมา 21 วันแล้วนั้น
ความจริงมันก็มีแต่ข้อดีเกิดขึ้นนะ
1. ฉันรู้สึกได้ว่าร่างกายตัวเองป่วยน้อยลง มีเพลียบ้าง ถ้านอนดึกตื่นเช้าติดต่อกัน หรือวันที่ไปต่อยมวยหนักๆ แต่รู้สึกว่าร่างกายมันเบาๆ โปร่งโล่ง และฟื้นตัวไว เพราะฉันลดการดื่มสตาร์บัค ทานขนมหวาน ไอศกรีม น้ำอัดลม จากที่เคยต้องกินทุกวัน เดี๋ยวนี้ ทานก็ได้ ไม่ทานก็ไม่รู้สึกหงุดหงิด หรืออยากทานอะไร มีแต่จะอยากทานผลไม้ หรือก๋วยเตี๋ยวสักชามง่ายๆ (ฉันเลือกทานก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟบ่อยมากๆ เพราะง่ายและเร็ว จนชักจะติดแล้วล่ะ)

2. ฉันมีสติทบทวนการกระทำตัวเองก่อนลงมือมากขึ้น หลักๆ ก็ คิดก่อนโพส คิดเข้า คิดออก 555++ ไม่โพสงอแง หมองเศร้าเหมือนช่วงก่อน ที่ทั้งอกหัก และรู้สึกท้อแท้เรื่องงาน ตอนนั้นอัพไอจีสตอรี ด้วยพวกคำคมบ้าบอทุกวัน จนมีแต่พลังลบสีเทาๆ ครอบคลุมร่าง ทำเอาซะจนเพื่อนๆ เป็นห่วงกันใหญ่

3. ฉันเข้มงวดกับการทำงานของตัวเองมากขึ้น ไม่เรื่อยเปื่อย เลาะแหละ เวลาเซ็งๆ อีก ตั้งแต่เริ่มทำภารกิต ฉันจะเคลียร์งาน routine ของตัวเองให้เสร็จภายในเวลา แล้วแบ่งเวลาทำรีพอตต่างๆ ให้ทันกำหนดมากขึ้น แม้จะไม่สามารถจบงานได้ทันเวลาเลิกงาน แต่อย่างน้อยทุกๆ วัน งานที่เป็น routine ของฉันจะเรียบร้อย ไม่กองทับทมเหมือนเก่าอีก

4. ฉันสวดมนต์ทุกคืน และพยายามไหว้พระพรหมทุกวันตอนเช้าที่ไปทำงาน แน่ล่ะ อย่าหาว่างมงายเลย พอมีที่พึ่งทางใจ สติมา ปัญญาเกิด เชียวนะ

5. ในวันหยุด ฉันจะไม่หมกตัวอยู่แต่ในบ้านให้หดหู่ ออกไปโดนแสงแดด ให้ผิวตากวิตามินบ้างเล็กน้อย ก็รู้สึกกระปรี่กระเปร่าดี หัวเราะกับคนที่เจอบ้าง ส่งยิ้มให้คนที่เดินผ่านพ่อค้าแม่ค้าบ้าง ก็ดีกว่าหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน เหมือนที่ผ่านมา

นั้นคือผลทั้งหมดทั้งมวลที่ได้จากภารกิจ 21 วัน 
ฉันยังไม่ถือว่ามันจบลง แต่ฉันต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่กับสิ่งที่ยังทำไม่สำเร็จ รวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มต้นเดือนหน้าด้วย ฉันต้องทำงานร่วมกับคนอีกกลุ่มนึง สไตล์การทำงานที่เปลี่ยนแทบจะทุกอย่างที่ฉันเป็นมา 7 ปี และฉันจะต้องไม่ล้มลงอีกครั้งแล้วเช่นกัน

สรุปภารกิจวันที่ 21

X ตื่นมา 8 โมงแบบอัติโนมัติ กดมือถือเล่นแปบเดียว ก็ไม่ไหวหลับต่อยันเที่ยงแน่ะ T_T
X มื้อสุดท้ายเพิ่งทานตอนนวดเสร็จ 3 ทุ่ม จะไม่ทานก็ไม่ไหว เพราะไปต่อยมวยมาแทบหมดแรง แต่วันนี้ทานไม่เกิน 100 บาท และเลือกกินสุกี้น้ำเพื่อไม่ให้อ้วนเกินไป แต่ไหนวันนี้ยังได้กินไอศกรีมด้วยอะ หลังจากไม่ได้กินมา 20 วัน เรียกว่าตายตอนจบได้ไหม ก็วันนี้ที่ยิมมวยเขาแจกไอศกรีมกะทิคนละถ้วยอะคะ (-__-")
O แน่ล่ะว่าได้ออกกำลังกายนะ
O สวดมนต์แล้ว
O ไม่ได้รูดซื้ออะไรเลย
O ไม่ได้ส่องใดใด
X วันนี้โพสสตอรี่ไปหน่อยนะ พอดีไปนั่งตากแอร์ ใช้คอมทำงานที่สตาร์บัคแล้วแสงสวยอ่า อ่า...แอบกินน้ำปั่นที่เป็นแก้วโปรโมชั่นฟรีไปด้วยแก้วนึง แต่ไม่อร่อยเลยยยย T__T วันนี้ของหวานหนักมาก
O วันนี้กวาดบ้าน ซักผ้า ตากผ้า ขัดส้วมนิดหน่อย
O ความสุขของวันนี้ก็คงจะเป็นการได้เจอครูมวยคนใหม่ที่อารมณ์ดี และสอนท่าเตะใหม่ๆ รวมทั้งช่วง weight training ที่ไม่ยากมาก และ ทำได้ค่อนข้างดีกว่าที่ผ่านมา อ่าเจอหมอนวดคนใหม่ ที่นวดได้ดีด้วย สุดท้ายๆๆ คือ พี่สาวของฉันที่อยู่สิงคโปร์ กำลังจะคลอดหลานสาวให้ฉันอีกคนแล้ว ;)) อยากไปเยี่ยมจัง หวังว่าจะสุขภาพแข็งแรงทั้งแม่และลูกนะ
X สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่ได้เอ่ยถึง ก็คงจะเป็นเรื่องของหัวหน้าของฉัน ซึ่งได้บทสรุปแล้วว่า เขาตัดสินใจลาออก และเดือนหน้าจะมีหัวหน้าคนใหม่เป็นชาวญี่ปุ่นมาแทน เขาได้ชวนน้องผู้ช่วยของฉันพูดคุยราวกับต้องการหาพวก ว่าเพราะเจ้านายตัดสิน เขาผิดพลาด รวมถึงนินทาต่างๆ ถึงเจ้านายว่าเคยพูดถึงใครว่าอย่างไรบ้าง... ส่วนนึง ฉันก็รู้สึกผิดนะที่เหมือนเป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องถูกใบเตือน แต่นี่คือใบเตือนใบสุดท้ายนะ นั้นหมายถึงเขาถูกเตือนเรื่องนี้มาแล้วถึง 2 ครั้งก่อนหน้า โดยที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อน และการกระทำที่เขายังคงเอ่ยพูดคุยถึงคนอื่นๆ หรือเจ้านายแบบนี้ กลับทำให้ความรู้สึกผิดของฉันน้อยลงไปอย่างอัติโนมัติ สองวันมานี้ ฉันสามารถคุยงานกับเขาได้ปกติ เวลาพบหน้า และเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีมีปัญหาอะไรออกมาตรงๆ อย่างเคย ฉันจึงเลือกที่จะทำนิ่งเฉย แต่พูดคุยเพียงเรื่องงานเท่านั้น เอาเป็นว่าฉันขออโหสิกรรมในทุกสิ่งที่เขาเคยทำกับฉัน และหวังว่าเขาจะอโหสิกรรม รวมทั้งเลิกโพสหรือพิมพ์ยุแยงอะไรต่างๆ ในโซเชียล หรือกลุ่มเพื่อนถึงฉันให้ได้ในเร็ววันบ้างเช่นกัน  ขอให้ต่างคนต่างไป และเราคงหมดกรรมต่อกันสักที...

เรื่องเล่าถึงเธอ

หัวข้อวันนี้คือการเริ่มนับหนึ่งใหม่
และใช่ ฉันบอกว่าฉันจะไม่นับว่านี่คือวันสุดท้าย
แต่จะนับเป็นเพียงการเริ่มต้นอีกครั้ง
เพื่อทำในสิ่งที่ฉันยังทำไม่สำเร็จ

แต่สำหรับเรื่องเล่าถึงเธอ...
ฉันสามารถเขียนถึงมาได้ตลอด 21 วัน
และคิดว่าฉันควรจะหยุดมันดีไหม...

แต่ว่านะจุดเริ่มต้นของการมาเขียนสตอรี่ในเพจนี้
เริ่มต้นมาจากเพราะว่า ฉันคิดถึงเธอมาก
สับสน และต้องการหาทางออกให้ตัวเองมากๆ

ในวันที่พิมพ์บทความแรกไป
ฉันไม่ได้คิดอะไรเลย นอกจากเพียงว่า
อยากระบายความรู้สึก ที่บอกใครไม่ได้ออกบ้าง
ฉันเสียน้ำตาหนักมากในวันนั้น
พิมพ์ไป อ่านทวนไป และแม้ขณะที่มีเพื่อนๆ
มาคอมเมนต์ให้กำลังใจเยอะมากๆ
ฉันก็ยังคงหยุดน้ำตาไม่ได้

ถัดจากวันนั้น ฉันยังคงกลับเข้ามาอ่านวนซ้ำๆ
และยังคงเสียน้ำตา เพราะคิดถึงเธอ ติดต่อกันอีกหลายวัน ยังคงกลับไปอ่านแชทเก่าๆ วนไปมา 

เอาจริงๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองยึดติดอะไรกับเธอมากมาย และรู้สึกรำคาญตัวเองมากขนาดไหน ที่ไม่ยอมเลิกคิดถึงเธอ จนทนตัวเองไม่ไหว

ถึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนโหมด ให้ตัวเองหาเรื่องอื่นมาเขียนบ้าง พยายามเปลี่ยนโหมดให้มีแต่ความสุข ซึ่งมันก็ช่วยฉันได้ดีเชียวล่ะ แม้จะมีบางวันที่มีปัญหาเรื่องงานจนเครียดและท้อ แต่ฉันก็ยังพยายามดึงสถานการณ์ หรือพาตัวเองไปโฟกัสเรื่องอื่น จนดึงตัวเองออกจากความหม่นหมองได้

และแม้จะยังเขียนถึงเธอทุกวัน 
ฉันก็กลับรู้สึกมีความสุขที่จะเขียนถึง
มากกว่าที่จะเศร้าอย่างวันแรก

ตลอด 21 วันนี้ ฉันยังคงมีเธอหลุดกลับเข้ามาจริงๆ ในบางจังหวะที่ทำให้ได้มีโมเมนต์ไว้เขียนบันทึก และแม้จะเป็นความไม่ตั้งใจอะไร มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดี ไปพร้อมๆ กับที่ยังคงรู้สึกไร้ตัวตนสำหรับเธอเช่นเดิม

ฉันคงไม่สามารถสัญญาได้ว่าจะเลิกเขียนถึงเธอ
แต่ฉันสัญญาว่าจะเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง
ฉันไม่รู้ว่าจะลืมเธอได้จริงๆ ไหม 
แต่ฉันจะไม่รอเธออยู่เฉยๆ อย่างไม่มีประโยชน์อีก
แน่นอนว่าฉันไม่เคยบอกเธอเลย ว่ายังรออยู่
เพราะฉันรู้ว่าเธอไม่เคยต้องการ
ที่ผ่านมา ฉันหลอกตัวเองมาตลอดว่าให้รอ
แต่ตอนนี้ ฉันจะเปิดตา เปิดใจ ยอมรับความจริง
และแม้วันไหนที่ความรู้สึกคิดถึงเธอ มันเอ่อล้นขึ้นมาอีก พื้นที่แห่งนี้ ก็คงจะเป็นที่เดียว ที่ฉันจะกลับมาระบายความรู้สึกคิดถึงเธอ

ฉันเคยคิดนะ ว่าอยากจะเลียนแบบเธอบ้าง
ลองเป็นฝ่ายที่คอยแต่จะโทรหาบ้าง
โทรไป แล้วก็เล่าเรื่องราว หรือบ่นสัพเพเหระ ให้อีกคนฟัง โดยไม่ได้สนใจว่าเขาสะดวกใจฟังมากน้อยแค่ไหน ถ้าหากท่าทีเขาไม่ได้ขัดอะไร ก็ทำตัวเป็นธรรมชาติ จนเขาชินไปเอง...

ถ้าฉันทำแบบนั้นบ้างกับเธอ...
เธอจะเปิดใจให้กันไหม...

แต่ถึงอย่างนั้น...ฉันก็รู้ ว่าคงไม่...

ฉันชอบชื่อของเธอนะ
ชื่อจริงของเธอ แปลว่า ความสนุก ความยินดี ความเพลิดเพลิน รื่นเริง
ชื่อเล่นของเธอ ภาษาอังกฤษแปลว่า โลก

โลกแห่งความสนุก ความยินดี

นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันรู้สึกดี ที่มีเธอเหมือนเป็นโลกใบเล็กๆ ที่หมุนวนเข้ามาโคจรรอบตัวฉัน แม้ชั่วขณะนึง วนรอบผู้หญิงคนนึง ที่มีแต่ความเรื่อยเปื่อย ไร้สีสัน ให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาในช่วงเวลาๆ นึง จนคิดไปว่ามันจะไม่มีวันสิ้นสุด...

จนลืมไปว่าโลกจะหมุนเวียนไปตามกฎของจักรวาล เธอถึงหมุนวนออกจากรอบตัวฉัน ในขณะที่ฉันไม่ทันตั้งตัว และแม้จะพยายามเผื่อใจ สุดท้าย ฉันก็ยังคงเจ็บอยู่ดี

โลกจะดึงดูดคนที่ใช่ เข้ามาในที่สุด...
แต่ฉันไม่ใช่คนที่ใช่ สำหรับโลกของเธอ...

คุณลุงขี้บ่น...
คงได้พบกันอีกนะ
ในวันที่โลกของเธอ
พร้อมจะโคจรกลับมา
ทำความรู้จักกัน...

หัวใจสีน้ำเงินของฉัน ตลอดทุกบทความที่มีแทนความรู้สึกจริงใจที่ให้เธอ 💙 


SHARE

Comments

MingM
1 year ago
จบแล้ววว สุดยอด ยกนิ้ว ไว้ผมเมสเสจหาน่ะครับ
Reply
blueandme
1 year ago
ขอบคุณที่ติดตามค่า 555 😂
MyBestTime
1 year ago
👍🏻👍🏻👍🏻
Reply
blueandme
1 year ago
☺️☺️☺️