สัญชาตญาณของแมวมักเป็นนักกลางคืน


 เสียงกุกกักของรถเก๋งที่กำลังเทียบลานจอดเป็นเสียงของความซอมซ่อและสึกหรอของเครื่องยนต์ที่บ่งบอกถึงการถูกใช้งานซึ่งได้ผ่านกาลเวลามาพอสมควร ไม่มีใครเคยกล่าวว่าห้ามกินมื้อค่ำตอนตี 3 ครึ่ง หรือไม่ฉันก็ไม่เคยได้ยินมันเสียเอง กำลังคิดว่าสักวันหนึ่งอาจจะเปลี่ยนเวลามานั่งกินตอนตี 5 ครึ่งแทนพลางจ้องดาวที่พากันสลายตัวเพราะแสงอาทิตย์ แต่ลืมไป ต่อให้เป็นชานเมืองแบบนี้ก็ไม่มีดาวอยู่ดี

ฉันจ้วงเศษเนื้อในแฮมเบอร์เกอร์ให้ฟรองซัว — แมว และใช่ ไม่เคยมีใครบอกว่าห้ามนำแมวเข้าร้านอาหาร หรือไม่ฉันก็ไม่เคยได้ยินเสียเอง ฟรองซัวเป็นแมวเนเธอแลนด์ ไม่ใช่พันธุ์เนเธอแลนด์ แต่มาจากเนเธอร์แลนด์


เรื่องเริ่มมาจากป้าสุ—คุณป้าของฉันซึ่งไปได้สามีเป็นคนเนเธอแลนด์ตอนไปทำงานกระทรวง แล้วแอนนี่ (แม่ของฟรองซัวและแมวของสามีของป้า) ได้คลอดลูกแมวมาหนึ่งคอกใหญ่ๆ ป้าสุจึงได้จำแนกแจกจ่ายให้บ้านนู้นทีบ้านนี้ที พอแม่รู้เขา ก็อยากจะเอามาให้ฉันสักตัวเพราะกลัวฉัน-ที่ชอบอยู่คนเดียวมากเกินไปจนอาจจะเป็นซึมเศร้าและคิดฆ่าตัวตายได้ (ซึ่งคงไม่ใช่) 

ฟรองซัว เป็นชื่อที่ฉันไม่ได้ตั้ง แต่ป้าสุแกตั้งให้ไว้แล้ว แต่ฉันก็มักจะชอบเรียกว่า สุวรรณ ตั้งตามที่ฉันไปรับมันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและฉันก็ไม่ชอบที่ชื่อมันดูออกฝรั่งจ๋าทั้งๆ ที่มันก็อยู่ที่ไทย เวลาเรียกแล้วมันก็กระดากๆ ปากพิกล


ฟรองซัวเหมือนไม่เคยมีนาฬิกาประจำตัว มันจะอยากนอนในเวลาที่มันจะอยากนอน ไม่แยแสว่าจะเวลาไหน ไม่ว่าอาทิตย์จี้ศีรษะ หรือยามที่อัสดง มันจะนอนอยู่อย่างนั้น แน่นิ่ง เงียบงัน และไม่แยแส


ฟรองซัวเป็นแมวช่างเสเพลและแมวยามวิกาล มันมักจะออกไปไหนกลางค่ำกลางคืนเสมอๆ แต่ถึงอย่างไรก็ขอให้บอกกันก่อน ฟรองซัวมักจะใช้หางตวัดไปที่ประตูสามครั้งจนเกิดเสียง ตึก ตึก ตึก เหมือนเป็นการขออนุญาตออกไปข้างนอกบ้านชั่วคราว ฉันไม่รู้หรอกว่าฟรองซัวหรือเจ้าสุวรรณเนี่ย ได้ไปทำแมวสาวตัวไหนท้องมาบ้างรึเปล่า เพราะก็นั่นแหละนะ ฟรองซัวมันพูดภาษาคนไม่ได้ ต่อให้พูดได้ ฟรองซัวก็จะไม่ยอมบอกหรอก ฉันพนันได้เลย แน่นิ่ง เงียบงัน และไม่แยแส

ฉันอยากเป็นแบบฟรองซัว—นักกลางคืน ใช่ คำเนี่ยแหละ ที่ช่วยนิยามได้อย่างดี ในวันนี้ฉันจึงมาที่นี่ ออกมาจากบ้าน ยามวิกาล ฉันพาฟรองซัวมาด้วย เพราะเชื่อว่าหมอนี่จะต้องรู้จักซอกตรอกซอยได้เป็นอย่างดีแน่ๆ มันคงเดินเตร็ดเตร่ตามตรอกมืดๆ หรือซอกหลืบต่างๆ นานาแทบทุกสัปดาห์ ซับซาบแสงจันทราในทุกๆ เดือนของคิมหันตฤดู มันเป็นของมันอย่างนี้ คงเป็นธรรมชาติของแมว แมวบ้านกึ่งแมวจร ฉันชอบเวลานี้นะ โดยเฉพาะเวลากลางคืนๆ สลัวๆ แบบนี้ ให้ความรู้สึกที่โรแมนติกดี ถึงจะปรุงแต่งด้วยแสงไฟไปบ้าง แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของมันเอง ผู้คนไม่พลุกพล่าน บรรยกาศเงียบสงบ ออกมาอย่างงี้ได้สะทุกวันก็คงดี


ฉันว่าฟรองซัวและฉันเรารู้จักกันดี เหมือนอ่านใจกันออกสะอย่างงั้น ต่อให้ไม่มีใครหรือตัวใดปริปาก (และใช่ฟรองซัวพูดภาษาคนไม่ได้) ก็จะรู้กันดีว่าอีกฝ่ายคิดเช่นใด แน่นิ่ง เงียบงัน และไม่แยแส เนี่ยแหละ สุวรรณ



เชิดคลิน
SHARE
Writer
cherdklyn
lerner
ผูกพันกับความหมองเศร้าและความเหงาหงอย ชอบสีเบจ

Comments