สวัสดีเพื่อนต่างคณะผู้น่ารักและแสนอบอุ่น

ณ เวลาเกือบๆ 3 ทุ่ม

" สู้ๆครับ สู้ๆ ... "
เสียงเพื่อนนักศึกษาผู้ชายคนนึงดังออกมาท่ามกลางนักศึกษาเกือบกว่า 50 ชีวิต ในห้องสโลป ของคณะรัฐศาสตร์

ใช่แล้วล่ะ ...
คืนนี้เป็นคืนที่อาจารย์ ได้นัดนักศึกษาในรายวิชา ประวัติศาสตร์การทูต มาร่วมกันพรีเซนต์และพูดคุยประเด็นต่างๆ ทางด้านประวัติศาสตร์ของการทูต 

ก่อนอื่นต้องเกริ่นนำก่อนว่า ฉันเป็นนักศึกษาของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งตามหลักสูตรแล้ว จำเป็นจะต้องเก็บหน่วยกิตในรายวิชาโท 
(รายวิชาโท เป็นรายวิชาที่กำหนดให้นักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้อย่างเสรี ในแขนงวิชาที่ตัวเองต้องการ หรือที่ตัวเองชอบที่นอกเหนือจากสาขาวิชาเอก ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นอีกทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้แก่นักศึกษาได้มีทางเลือกเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากสาขาวิชาของตัวเอง)
ซึ่งแน่นอน ฉันคนนี้ ในฐานะนักศึกษาที่เรียนสายภาษา ก็ต้องหาอะไรที่สามารถควบคู่และสามารถประสานกันได้นั้นก็คือการลงเรียนวิชาโท ในแขนงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของณะรัฐศาสตร์นั้นเอง

ในเทอมนี้ก็ได้ลงเรียนในรายวิชา ประวัติศาสตร์การทูต 
ซึ่งถือได้ว่าเป็นวิชาหินอีกวิชาที่ได้คร่า GPA นักศึกษาร่วงมาเยอะพอสมควร ..ฮ่าๆ

ซึ่งครั้งแรกที่เข้าคลาส ...
" นักศึกษาวิชาโท อาจารย์แนะนำอยากให้ถอนนะ วิชานี้ เพราะมันยาก และเนื้อหาซับซ้อน ที่ผ่านมานักศึกษาที่ลงเรียนวิชานี้ เกรดก็ดรอปลงไปมาก..."
สิ้นเสียงอาจารย์ .. เราต่างก็มองหน้ากันกับเพื่อนที่ร่วมชะตา ราวกับว่า จะเอาไงกับชีวิตต่อไปดีนะ..
พวกเราใช้การวิเคราะห์ สังเคราะห์อยู่นานพอสมควร สำหรับการลงเรียนในรายวิชานี้ เพราะรุ่นพี่ก็ต่างบอกมา ว่าเนื้อหามันก็ยากอยู่พอสมควร

แต่ด้วยกับความทะเยอทะยาน มุ่งมั่น ตั้งใจ มุ่งมานะ บากบั่น และความดื้อดัน 
ทำให้เรา 5 ชีวิตจากนักศึกษาที่เป็นนักศึกษาในรายวิชาโท ตัดสินใจหน้าด้าน ลงเรียนไป..
โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมชีวิตตัวเองเลยว่าจะต้องเจออะไรบ้างในอนาคต


" อ่ะต่อไป กลุ่ม 2 เชิญครับ "
สิ้นเสียงของอาจารย์ .. ฉันก็ได้ลุกออกไปหน้าชั้นพร้อมกับผู้ร่วมชะตากรรมอีก 4 ชีวิตในกลุ่ม

" สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เราเป็นนักศึกษาจากรายวิชาโทกลุ่มเล็กๆ >< ซึ่งอาจมีข้อมูลที่ไม่ได้แน่นเฟ้นมากพอ และถ้าหากมีอะไรผิดพลาดเพื่อนๆก็สามารถเสนอ และคอมเม้นท์ได้เลยนะคะ "
กับด้วยข้อมูลของการนำเสนอมันซับซ้อนเหลือเกิน และบวกกับคำพูดเกริ่นนำที่น่าสงสารนั้น ..
สู้ๆครับ สู้ๆเสียงเพื่อนนักศึกษาชายที่เป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ได้เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม

ฉันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศในห้องนั้น ...
เพื่อนๆ ทั้งหมดที่นั่งอยู่ตรงหน้า คือเพื่อนคณะรัฐศาสตร์ทั้งหมด 
ฉันใช้สายตากวาดไปรอบๆห้อง ...
มันโครตอบอุ่นเลยอ่ะ ฉันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นของเพื่อนต่างคณะ ที่พยายามส่งกำลังใจมาให้ สายตาและรอยยิ้มของเพื่อนๆในคลาสทั้งหมด มันเหมือนกับกำลังจะบอกว่า ...
สู้ๆนะ เราเชื่อว่าแกทำได้เมื่อฉันรวบรวมสติได้และเริ่มกับบรรยาย พรีเซนท์ ตามแผนการที่วางมาเกือบเดือน ทั้งหาข้อมูลและทำความเข้าใจ โยงใยเรื่องราวต่างๆตามข้อมูลที่มี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บอกตรงนี้เลยว่าฉันไม่เคยเตรียการพรีเซนท์เนื้อหาอะไรนานและเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยนะ กับด้วยที่เมื่อก่อนก็จะเป็นตัวแทนกลุ่มในการพรีเซนท์งานตลอด ทำให้ชินกับการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน อาจมีตื่นเต้นบ้างตามปกติ แต่ทุกครั้งก็ผ่านไปด้วยดีและได้รับคำชมจากอาจารย์และเพื่อนๆเสมอ

แต่มาครั้งนี้ ฉันรู้สึกได้ว่ามันไม่เหมือนกับทุกๆครั้ง กับเนื้อหาที่เป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่สามารถกุเรื่องราวขึ้นมาเองได้ จึงต้องใช้ทักษะความจำและความเข้าใจก่อนนำเสนอเป็นอย่างมาก...
ฉันกังวลใจอย่างมากกับการพรีเซนท์ครั้งนี้ ซ้อมแล้วซ้อมอีก กลัวจะออกมาไม่ดีพอ บลาๆๆๆ

และสุดท้าย ..
มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี 

หลังจากที่นำเสนอเสร็จผ่านพ้นไป
กลับมานั่งที่นั่งเหมือนเดิม
อาจารย์ก็ได้เดินผ่านมาและหันมาพูดว่า
เป็นไง โล่งแล้วใช่ไหม อาจารย์บอกแล้วว่ามันยาก เนื้อหามันซับซ้อน" ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ สู้ค่ะ >< "
ความดั้นด้น ทะเยอทะยาน ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆนี้ ก็ยังคงมีอยู่ในตัวของฉันตลอดเวลา

สิ้นเสียง.. ก็มีเสียงเมสเสนเจอร์ ตัวกลมๆฟ้าๆเด้งขึ้นมา..
สู้ๆนะแก เราจะสู้ไปด้วยกัน ข้อความจากเพื่อนผู้หญิงในคลาสต่างคณะคนหนึ่ง .. เด้งขึ้นมา มันทำให้เราอมยิ้มปากแทบถึงหู และหายกังวลจากการนำเสนองานได้เลยทีเดียว

และกลุ่มอื่นก็ดำเนินการพรีเซนท์ต่อไปจนหมด ..

และสิ้นสุดด้วยกับการบอกแนวข้อสอบมิดเทอมซึ่งเป็นเวลา 00.00 น.
ถึงเป็นเวลาที่อยากจะบันทึกไว้ในโน๊ตบุ๊ค หรือเมมโมรี่ความทรงจำในสมองอันน้อยนิดนี้เหลือเกิน
ว่าครั้งนึงเราเคยมีเรียน มีนำเสนองานกันจนถึงเที่ยงคืน ...
โครตพีคสุดๆ กับการเรียนมหาวิทยาลัย
(รู้สึกคุ้มกับค่าเทอมก็ ครั้งนี้แหล่ะ ฮ่าๆ)

เมื่อถึงเวลาสอบมิดเทอม... 
" เป็นไง ข้อสอบอาจารย์ ง่ายใช่ไหม ? "
อาจารย์ได้เอ่ยปากถามพลางอมยิ้ม ในขณะที่ฉันยื่นกระดาษคำตอบส่งให้อาจารย์ ก่อนจะเดินออกจากห้องสอบด้วยความโล่ง อย่างกับยกภูเขาลูกมหึมาออกจากอก 

เมื่อออกจากห้องสอบ
     ฉันเดินมุ่งไปร้านอาหาร เพื่อหาอะไรใส่ในท้อง หลังจากที่มันไม่มีอะไรเหลืออยู่ในท้องเลยเพราะใช้พลังงานไปกับการอ่านหนังสือสอบ ..
ในจังหวะที่เข้าแถวจะสั่งข้าวนั้น ก็เจอกับเพื่อนผู้ชายคณะรัฐศาสตร์ที่เรียนรายวิชาเดียวกัน เข้าแถวจะซื้อข้าวเหมือนกัน ..
บุคลิคภายนอกเขาเป็นคนขรึมๆ ฉันก็เคยเจอเขานะ แต่ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยทักทาย // เพราะแอบกลัวหน้าเขาอยุ่เหมือนกัน 
แต่วันนี้ .....
                       เขากลับส่งยิ้มมาให้ ...  ^_^

ใช่แล้วล่ะ เราอยากจะบอก...
อยากบอกว่า ในบททดสอบที่เราต้องพบเจอทุกๆครั้งในชีวิตนั้น มีเรื่องราว มีบทเรียน ให้เราได้อมยิ้มกับมันเสมอ .. อย่างเช่นในการลงเรียนในรายวิชานี้ของฉัน มันให้อะไรกับฉันมากมายเหลือเกิน
ที่ก่อนหน้านี้ ที่มีรุ่นพี่แนะนำมาแล้วว่า อย่าลงเลย มันยากนะ บลาๆๆๆ 
ซึ่งถ้าหากฉันเลือกที่จะไม่ลงและถอนรายวิชานี้ออกไปตั้งแต่ต้น ฉันคงไม่ได้เจอกับอาจารย์ และเพื่อนๆต่างคณะ ที่น่ารักและอบอุ่นแบบนี้ ไม่ได้เจอกำลังใจดีๆจากเพื่อนต่างคณะ ไม่ได้เจอรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ และประสบการณ์ใหม่ๆ ..

สู้เถอะนะ .. อะไรที่เราเลือกแล้ว แม้ว่ามันจะไม่ค่อยตรงกับใจเรานัก
แต่ในเมื่อเราเลือกแล้ว แม้มันจะยากขนาดไหน ก็ลองไฟว์กับมันสักตั้ง ให้มันรู้ไป ว่าเราจะผ่านมันไปไม่ได้ แล้วสุดท้ายเมื่อเราผ่านมันมาได้ มันจะสอนอะไรหลายๆให้กับเรา
แล้วเมื่อเวาลาผ่านไป และเมื่อเราย้อนกลับมานึก กลับมาคิดถึงช่วงเวลาตรงนี้...
เราจะนั่งอมยิ้มกับสตอรี่ของเรา อย่างไม่คิดจะหุบปากเลยล่ะ

ขอเป็นกำลังใจให้กับหลายๆชีวิต
ที่กำลังประสบกับบททดสอบแห่งชีวิตที่เหมือนๆกัน หรือคล้ายๆกันนี้

ให้สู้ สู้ น่ะ .. ยิ้มรับกับมันเถอะ .. แล้วมันก็จะยิ้มกับเราด้วยเช่นกัน


SHARE
Writer
Tautau
Writer
My life ชีวิตเทาๆ ของผู้หญิงเทาๆ

Comments