กว่าจะเป็นฉันในวันนี้... (End)
      ชีวิตของฉันที่อเมริกาก็ไม่ได้แย่- ไม่สิต้องบอกว่ามันดีมากต่างหาก ฉันได้เจอเพื่อนใหม่อีกหลายๆคน พวกเขาให้การต้อนรับฉันเป็นอย่างดี อีกทั้งยังดูแลและให้คำแนะนำต่างๆ ที่สนิทที่สุดเห็นจะเป็น เซเลน่า , เจสสิก้า , แอชลี่ย์ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่นพวกเธอจะคอยซัพพอร์ตฉันตลอด พาไปรู้จักคนนั้นคนนี้บ้าง พาไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง นอกจากนี้แนวคิดต่างๆ ไลฟ์สไตล์ของพวกเธอมันทำให้ฉันทึ่ง พวกเธอเป็นผู้หญิงที่ดูมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมแต่ก็ไม่มากจนเกินไป กล้าคิดกล้าทำ มีความเป็นผู้นำถึงอย่างนั้นก็เป็นผู้ตามที่ดีเช่นกัน ทุกอย่างมันบาลานซ์กันมากจนฉันรู้สึกทึ่งก็เลยอดที่จะถามออกไปไม่ได้ว่าถ้าอยากเป็นเเบบพวกเธอบ้าง ฉันต้องทำยังไง 
แอชลี่ย์ตอบฉันมาว่า
"ไม่ได้หรอก เธอก็คือเธอจะเป็นคนอื่นไม่ได้ เธอก็มีดีในแบบของตัวเอง ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาเธอพยายามมากแค่ไหนและที่ไทยก็มีเรื่องให้เธอหนักใจจนต้องหนีมาหลบอยู่ที่นี่ ฉันขอโทษที่พูดถึงมันนะแต่เธอจะหลบมันตลอดไปไม่ได้หรอก สัญญากับฉันได้ไหมว่าถ้าเธอกลับไปเธอจะสู้กับมันและจะไม่เศร้าอีก"

"ฉันสัญญา"

"เธอตอนที่อยู่ที่นี่ดีที่สุดแล้ว นี่คือตัวตนของเธอนะเพื่อน ฉันดีใจที่เธอเล่าเรื่องราวในชีวิตของเธอให้พวกเราฟัง มันทำให้พวกเรารู้สึกว่าเธอเป็นเพื่อนของพวกเราจริงๆและฉันก็ยินดีหากว่าถ้าเธอกลับไปแล้วพวกเราจะยังติดต่อกันอยู่"

"แน่นอน ฉันไม่ลืมพวกเธออยู่แล้ว ไม่มีทาง"
ฉันตอบไปพร้อมรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดในชีวิต การมาอเมริกาครั้งนี้มันไม่ใช่แค่มาเรียนหรือตั้งหลักเพียงอย่างเดียว แต่เหมือนได้มาฮีลตัวเองด้วย จากสภาพจิตใจที่ยับเยินมาตลอด17ปีได้รับการฟื้นฟูใหม่อีกครั้งจนมันเป็นปกติ ฉันได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆอีกเยอะแยะมากมายจากที่นี่ ทัศนคติที่แย่ต่างๆที่เคยมีถูกโล๊ะทิ้งออกไปจนหมด เหมือนได้กดปุ่มรีสตาร์ทชีวิตใหม่อีกครั้ง เป็น5เดือนกว่าที่มีค่าที่สุดในชีวิต


       วันเดินทางกลับในใจฉันมันรู้สึกวูบโหวงไปหมดเพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้ไปเที่ยวกับเซเลน่า, 
เจสสิก้า, แอชลี่ย์ จะไม่ได้เข้าครัวกับเจนนิเฟอร์ ไม่ได้เล่นเกมกับแพททริค ไม่ได้มีเพื่อนและครอบครัวที่น่ารักแบบนี้อยู่ข้างๆอีกแล้ว แค่นึกถึงก็อยากจะร้องไห้มันออกมาตรงนั้น แต่ฉันทำไม่ได้เพราะฉันสัญญากับแอชลี่ย์ไว้แล้วว่าฉันจะเข้มแข็ง
       วันนั้นมีคนมาส่งฉันที่สนามบินประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศชวนพากันร้องไห้สุดๆ ฉันสัญญากับพวกเขาเอาไว้แล้วว่าฉันจะกลับมาเยี่ยมพวกเขาที่นี่อีกแน่นอน
       
ถ้าถามว่าชอบที่ไหนมากที่สุดในโลกฉันก็จะตอบว่า ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา 


เพราะเพื่อนๆฉันอยู่ที่นี่ 
ครอบครัวฉันอยู่ที่นี่ 

ความฝันฉันอยู่ที่นี่ 

ที่นี่คือบ้านของฉันอย่างแท้จริง


      หลังจากกลับมาถึงประเทศไทย ที่บ้านก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฉันกับคนในครอบครัวก็ยังแบ่งโซนกันอยู่เหมือนเดิม สนทนากันสัปดาห์ละไม่กี่ประโยคเหมือนเดิม ไม่มีใครถามฉันว่าอยู่ที่อเมริกาเป็นยังไงบ้าง ซึ่งมันก็ดีเพราะว่าถ้าถามฉันก็จะบอกว่า "ดีกว่าอยู่ที่นี่เป็นล้านเท่า" เป็นประโยคที่โคตรตรงสุดๆไปเลย         ชีวิตที่โรงเรียน ฉันกลับมาเรียน ม.6 เหมือนคนอื่นๆ อาจจะมีช่วงที่เหนื่อยยากบ้าง แต่ก็ไม่หนักหนาเท่าก่อนหน้านี้ กับอีกกลุ่มก็ยังมีจิกๆแซะๆบ้างแต่ฉันก็ไม่สนใจ ตามคำสอนของเจนนิเฟอร์
ทุกคนมีปากไว้จะพูดอะไรก็ได้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ใช้สมองคิดไตร่ตรองก่อนพูด คนพวกนี้เขาอาจจะคิดไม่เป็น เธอต้องสงสารเขานะ       หลังจากที่กลับมาจากอเมริกาฉันก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือจนคนรอบข้างรู้สึกได้ ฉันมีเพื่อนมากขึ้น ทุกคนเริ่มกล้าเข้าหาฉัน เริ่มมีรุ่นน้องมาพูดคุยด้วย ส่วนใหญ่ก็จะถามเกี่ยวกับชีวิตที่อเมริกา การฝึกภาษา หรือการเรียน ฉันได้รับการยอมรับจากหลายๆคนว่าเป็นหญิงแกร่งของจริงโดยเฉพาะในหมู่เพื่อนเก่าที่สนิทกัน แต่ฉันก็จะบอกพวกเขาไปเสมอว่า ถ้าฉันไม่โชคดี มีคนคอยสนับสนุนจนมีวันนี้ ชีวิตฉันอาจจะจบไปนานแล้วก็ได้ ที่ชีวิตฉันดีขึ้นได้ขนาดนี้ ขอยกเครดิตให้กับสามสหายที่ไทย และเพื่อนๆกับครอบครัวที่อเมริกาทุกคน ขอบคุณจากใจจริง ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง...

       ปัจจุบันฉันเป็นนักศึกษาปี1 ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งคณะนิติศาสตร์ภาคอินเตอร์ ตัวตนของฉันยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนครั้งที่ยังอยู่อเมริกา ฉันได้มีโอกาสช่วยเหลือให้คำปรึกษาคนที่กำลังมีปัญหาเท่าที่คนอย่างฉันจะทำได้ ทุกครั้งที่มีคนมาบอกในทำนองว่า พี่ทำให้หนูมีแรงบันดาลว่ะ , พี่ช่วยผมได้เยอะมากเลยพี่ , น้องแม่งสุดยอด มันทำให้ฉันมีความสุขเพราะอย่างน้อยฉันก็ช่วยพวกเขาไว้ได้สำเร็จ ได้มอบพลังบวกให้กับผู้ที่ต้องการมันชีวิตของเรามีค่า ใช้มันให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น อย่าเป็นตัวเองจนสุดโต่งมากไปและอย่าคล้อยตามผู้อื่นจนสูญเสียความเป็นตัวเอง จงใช้ชีวิตอยู่ในความพอดี   น.ส. พิมพิลา สนับสนุนให้ทุกคนมีความสุข
                       The End.
SHARE
Written in this book
กว่าจะเป็นฉันในวันนี้
เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของคนเขียนและจุดเปลี่ยนทัศนคติไปตลอดกาล
Writer
Polarischdp
Writer , Reader
เป็นนักอยากเขียน อายุเพียง19ปีที่ชื่อพีช

Comments