ฉันกับการอ่าน
[ฉันกับการอ่าน]

'หนังสือ'
คำสองพยางค์ที่เปรียบเสมือนเพื่อนแท้ของฉัน ทั้งยามสุขและยามทุกข์ ฉันชอบอ่าน ชอบมากจนสามารถอ่านได้ทุกแนวที่หนังสือจะมีได้ แต่ก็แน่นอนล่ะที่จะมีแนวโปรดในดวงใจ และแนวเกลียดจนแทบจะเป็นเรื่องน่าเหลือถ้าฉันหยิบขึ้นมาอ่าน

เมื่อก่อน...สักปี สองปี หรือไม่ก็นานกว่านั้น ฉันจำไม่ได้หรอก นวนิยายเป็นประเภทของงานเขียนที่ฉันชอบอ่านมากที่สุด

ฟุ้งเฟ้อ พร่ำเพ้อ พรรณนาถึงสิ่งที่ไม่มีจริง หรือการกล่าวถึงนิยามความรักสวยงามที่ในชีวิตจริงไม่มีทางเกิดขึ้น..อย่างน้อยก็กับฉันน่ะนะ

ไม่ทราบเหมือนกัน เมื่อไหร่ที่ฉันแทบจะแตะนวนิยายแบบนับครั้งได้ กลับกันฉันดันชอบอ่านหนังสือที่จำเป็นต้องตีความหลังอ่านจบ กับหนังสือจำพวกจิตวิทยา

"อ่านทำไม ประสาทแดกเปล่า ๆ"
เพื่อนฉันเคยกล่าวตอนเห็นปกหนังสือ

ฉันทำได้แค่ยิ้มรับ ประสาทแดกน่ะ ไม่ต้องอ่านก็เป็นได้ ดูฉันสิ ไม่ต้องทำอะไรก็เป็นประสาทอยู่ทุกวัน

ตั้งแต่ป่วย ฉันเริ่มหาหนังสือประเภทที่ว่าอ่านมากขึ้น ควบคู่ไปกับการกินยาให้ครบมื้อที่แพทย์สั่ง ชีวิตหม่น ๆ ของฉันเริ่มมีสีมากขึ้นตอนที่เริ่มอ่านแล้วพบว่าหนังสือเล่มเก่า หากอ่านในวาระที่ต่างกันแล้วความหมายที่ตีความได้ก็ต่างกันไปด้วย

ภาษามันดิ้นได้ ประโยคนี้สมบูรณ์แบบในตัวของมันแล้ว

อ่านช้าลงเป็นสิ่งที่ตามมาหลังจากชื่นชอบการตีความ ตีความหมายของแต่ละประโยคที่อ่านได้ เหมือนตัวเองเป็นมธุสรที่คุยกับรุ้ง ถกกันถึงข้อความในหนังสือที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อ

อย่าเพิ่งด่าฉันบ้า เพราะฉันน่าจะเลยจุดนั้นมาแล้ว

มาถึงตรงนี้ก็ไม่ได้มีสาระอะไรนักหรอก แค่อยากเขียนอะไรสักอย่าง พรั่งพรูความคิดที่ผุดขึ้นมาขณะอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง

ฉันยังชอบอ่านหนังสือ ชอบจนคิดว่าถ้าตายไปแล้วไม่มีอะไรให้อ่านอีกคงจะแย่ยิ่งกว่า

สวัสดีเที่ยงวันแรกของภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษาใหม่
ฉัน, ตะวันวาด
คนเดิมที่ยังเป็นซึมเศร้า
SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments