วันนี้เมื่อปีที่แล้ว
บังเอิญเปิดfacebookขึ้นมา

ไม่มีแจ้งเตือนอะไรนอกจาก การอัพเดตชีวิตทั่วไปของเพื่อนสนิท 4-5 คนที่ตั้งclose friendเอาไว้

ตาเหลือบไปเห็น 'วันนี้ในอดีต' จำนวน 20+ แอบสงสัยว่าปีก่อน ๆ นั้นมีอะไรมากมายในวันที่ 13 สิงหาหรอวะ ?


กดเข้าไปดูสักหน่อย

...1 ปีทีี่แล้ว...
สเตตัสโดยรวมเป็นความหวีดใครสักคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อออกไป แต่เข้าไปอ่านก็นึกขึ้นได้ทันใด 

นี่ครบปีแล้วหรอวะ เร็วจังเนาะ งั้นปีก่อนมันก็เริ่มจากการไปงานแต่งรุ่นพี่คนหนึ่งที่ปัตตานีสินะ วันนั้นเป็นวันเสาร์เลยตัดสินใจค้างที่นั่นหนึ่งคืนด้วย เพราะเช้าวันถัดมาคือวันอาทิตย์ที่เพื่อนทีมงาน The CAP จัดเสวนางานการเดินทางของสันติภาพที่หลากหลาย

เริ่มแรกที่เพื่อนประชาสัมพันธ์งาน นั้นอยากมาร่วมด้วยเหตุผลเพราะงานนี้มีคุณสิงห์ หรือพี่สิงห์ (วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล) มาเป็นแขกรับเชิญด้วยเนี่ยสิ 

ช่วงแรกเพื่อนไม่ได้แจ้งแขกรับเชิญร่วมว่าจะมีใครบ้าง เพราะหลาย ๆ เหตุผลทำให้แขกรับเชิญร่วมมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด 

วันหนึ่งมีประชุมกลุ่มงาน และอัพรูปความเคลื่อนไหวอะไรต่าง ๆ ให้ดูและเห็นว่าผู้เข้าร่วมประชุมสรุปงานวันนั้นมีจำนวนเยอะเป็นพิเศษ ในที่สุด สรุปจำนวนแขกรับเชิญร่วมที่เพิ่มขึ้นจากเดิมและหนึ่งในนั้นมีอีกหนึ่งคนที่ชอบมาก ๆ รวมอยู่ด้วย

"มึง! กูจะไป กูต้องไปงานนี้แล้ววะ เหี้ย! น้องเขามาด้วย ได้ไง กูอยากเจอ"
"เออ คนอยากมาอีกเยอะเลย แต่ที่นั่งเต็มแล้ว กูกำลังทำเรื่องเพิ่มที่นั่งเนี่ย แล้วเดี๋ยวจะเปิดลงทะเบียนอีกรอบ"


สรุป วันนั้นที่ตัดสินใจค้างที่ปัตตานี ก็ได้เพื่อนผู้จัดงานเสวนานี้แหละเป็นเจ้าบ้านพาเราทัวร์ในช่วงบ่ายวันเสาร์ หลังกลับจากงานแต่งรุ่นพี่ และช่วงค่ำก็พาเราและเพื่อน ๆ อีกสามคนไปนั่งจิบน้ำชายามค่ำคืน 

เมืองปัตตานีมีร้านนั่งเล่นยามค่ำคืน หรือร้านน้ำชา (ที่เรานิยมเรียกกัน) แบบนี้เยอะดีทีเดียว ร้านแรกที่ตั้งใจไปเป็นบรรยากาศริมแม่น้ำ จำชื่อร้านไม่ได้แต่ชอบมาก ก้าวเท้าเข้าไปก็อยากจะสิงร้านนี้ แต่น่าเศร้าที่คนเยอะมาก จนไม่มีที่นั่งให้กลุ่มเรา

เพื่อนเลยพาไปอีกร้าน ซึ่งไม่มีคนเลย ชื่อร้าน The R.I.P ร้านเก๋มาก การตกแต่งเอยไรเอย กลิ่นอายของความศิลปินคละคลุ้ง ยังไงล่ะ อธิบายไม่ถูก ข้ามเลยแล้วกัน (ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมาโฆษณาแต่อย่างใดเด้อ)

ตอนนั้นไม่มีคนเลยจนเลือกไม่ถูกว่าจะนั่งตรงไหนของร้าน ฮา แต่แล้วเราก็ตกลงเลือกมุมด้านในมุมหนึ่งในร้าน นั่งไปสักพักมีกลุ่มคนมา เพื่อนก็บอกว่า เป็นกลุ่มทีมงานที่นัดกันมาสังสรรค์ก่อนเริ่มงานพรุ่งนี้ เขาเลยแยกออกไปนั่งโต๊ะใหญ่ด้านนอกร้านกัน

นั่งจิบชา กาแฟกันไป คุยเม้ามอยกันไป พักใหญ่ ๆ มีลูกค้ามาใหม่ เราก็หันมอง (เป็นอะไร มีใครผ่านไปผ่านมา ต้องหันมองก่อน) มีผู้หญิงสองคนที่ก้าวลงจากรถด้วยความสะดุดตา จังหวะก้าวลงจากรถ คนหนึ่งที่จำได้แม่นเลย คือ น้องเขาอ่ะ 

ทางนี้สตั๊นท์มาก ตะลึงยิ้มค้างกลางอากาศ จ้องน้องเขาไม่หยุดเหมือนคนละเมอ จนน้องเดินเข้ามาในร้านผ่านโต๊ะเราไปก็หันมายิ้มให้ พอดีกับเราที่ยังคงยิ้มค้างในอากาศไม่หยุด เจอยิ้มน้องเขาไปแล้วหันกลับมาหาเพื่อนแล้วพูดกับเพื่อนแบบละเมอ ๆ 

"พวกมึง น้องหมี ๆๆๆๆๆๆ กรีดๆ"
"อยากไปคุย ไปถ่ายรูปไหม เดี๋ยวกูพาไป" 
"ไม่ ๆ กูไม่กล้า แม่งเขินวะ แต่แม่งทำไมไม่บอกว่าน้องเขาจะมาด้วย"
"กูก็ไม่รู้ว่าน้องเขามา ไม่ได้นัด กูนัดมาแค่ทีมงาน"
"งั้นนี่น้องก็บังเอิญมาเจอกับกูสินะ"
"โลกนี้ไม่มีหรอกความบังเอิญ ทุกสิ่งถูกลิขิตมาแล้วทั้งสิ้น มึงลืมโควทประจำใจมึงหรอ? จำไม่ได้รึไง?" เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งแย้งขึ้น
"อือ แต่แม่งโคตรโชคดีเลยวะ กูได้เจอน้องเขาตัวจริง ระยะใกล้มากเลยด้วยนะ ตั้งแต่ติดตามน้องเขามา ไม่ฝันเลยว่าจะมาเจอตัวจริง น้องอยู่คนละซีกโลกกับกู กลับไทยมานาน ๆ ครั้ง แต่ละครั้งก็อยู่โคตรห่างไกลกูมากเลย เนี่ยที่อยากมางานพรุ่งนี้มาก ๆ มากที่สุด มากจนตัวสั่นเพราะน้องเขาเลยอ่ะ กูคิดว่าพลาดงานนี้ ไม่รู้น้องจะอยู่ไทยอีกกี่วัน กลับมาอีกเมื่อไหร่หรือจะได้เจออีกไหม" 
"นี่มึงชอบน้องเขาขนาดนี้ ทำไมไม่ไปทักทาย ทำความรู้จักหน่อยวะ? โอกาสดีเลยนะเว๊ย"
"ไม่อ่ะ กูชอบใครก็เป็นงี้หมดแหละ ชอบตามเขาเงียบ ๆ ดูอยู่ห่าง ๆ แสดงให้เขารู้แหละว่าชอบ แต่ไม่ชอบไปวุ่นวายชีวิตเขานะ ชอบมองความเป็นธรรมชาติของเขาแบบนี้มากกว่า อีกอย่างน้องมากับครอบครัว คงอยากใช้เวลาส่วนตัว พักผ่อนจิบชา เม้ามอยกับคนในครอบครัวมากกว่าเซย์ไฮกับใครไม่รู้ อยากให้เขารู้สึกว่ามีพื้นที่ส่วนตัว ได้ฟีลของการมาพักจริง ๆ แค่น้องหันมายิ้มให้ตอนเดินเข้ามาน่ะ ก็ฟินแล้วเว้ย" 
"ตามใจ แต่กูขอถามไรมึงหน่อยนะ นี่สรุปมึงชอบผู้ชายหรือผู้หญิงวะ เอาดีดี" 
"ถามไรของมึงเนี่ย ก็ต้องผู้ชายดิวะ"
"มึงบอกว่าชอบผู้ชายทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีแฟนมาเลย แล้วออกอาการหลงรักคลั่งไคล้ผู้หญิงยิ่งกว่าพวกกู ๆ และกูที่เป็นชายกันทั้งหมดเนี่ยนะ?"
"ก็เออ พวกมึงไม่เข้าใจ กูก็ไม่ได้ชอบ หรือคลั่งไคล้ผู้หญิงทุกคนป่าววะ แต่น้องเขาน่ารักจริง ๆ มึงดูสิ" 
"น้องเขาน่ารักน่ะใช่ แต่ไม่เข้าใจทำไมเวลาผู้ชายเขามาจีบมึงถึงไม่เอา แล้วชอบกรีด หวีดผู้หญิงแบบนี้หลายครั้งแล้วนะ กูจำได้"
"ก็กูไม่ชอบให้ใครมาจีบ ถ้ากูชอบเดี๋ยวกูจีบเองแหละ" 
"งั้นที่มึงจีบเพื่อนเนี่ย นับไหม จริงจัง??"
"เหยยยย ไม่เกี่ยว นั่นกูแหย่เล่น ก็มันน่าแกล้งดี"
"หยั่มมา อย่าให้กูรู้นะว่ามึงแกล้งหวีดผู้หญิงบังหน้าเพื่อกลบเกลื่อนอ่ะ" 
"เห๊ย พวกมึงน้องเขาเดินมาทางนี้ เชี่ย! มาทำไมอะ"
"อิถ่อว เปลี่ยนเรื่องอย่างไว ไหลปื้ด ๆ ยิ่งกว่าเนต 4G อีกนะมึงเนี่ย" 
"น้องเขามาชาร์จแบตมือถือเว๊ย อยู่ข้างหลังกู ๆ เชี่ยใกล้มาก เกร็งไปหมดแล้ว" 
"เพื่อนกูบ้าไปแล้ว" 

ไม่อยากให้ล้วงความลับต่อแล้ว ฮา เรารู้ว่าความลับไม่มีในโลก และเราก็รู้ว่าพวกนายรู้ เขาเองก็รู้แหละ ก็บอกแล้วไง ชอบแบบเงียบ ๆ สอดส่องดูแลเขาไป แสดงออกให้รู้ แต่ก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวายวอแวในชีวิตเขา 

ทั้งนี้ก็ไม่ได้มีการชอบผู้หญิงบังหน้าแต่อย่างใด เรื่องของน้องเขาเป็นความชอบที่คล้าย ๆ การชอบดารา หรือไอดอลใครคนหนึ่ง ปลื้มน้องคนนี้ เพราะคลิปแรกที่เจอน้องคือเป็นInspiredในการฝึกภาษาอังกฤษ สำเนียงน้องดีทีเดียว แล้วยิ่งตาม ๆ น้องกลับยิ่งเป็นInspiredหลายอย่างในการใช้ชีวิตมาก ในเรื่องการเรียนก็ดี หรือเรื่องชีวิตก็ดี ความคิด ความอ่าน การสื่อสาร attitude ต่าง ๆ ไม่เลวเลยทีเดียว 

แล้วเชื่อไหมว่า ตลอดระยะเวลาการติดตามน้องเขามากระทั่งวันนี้ ไม่เคยไปทักทาย พูดคุย คอมเม้นท์อะไรกับน้องเลย จะทำแค่ตามดูและกดไลค์เงียบ ๆ เท่านั้น 

อะไรไม่รู้ในคืนนั้นเอง หลังจากกลับจากร้าน The R.I.P อาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอน ก็เอาแต่คิดถึงรอยยิ้มน่ารัก ๆ นั่นตลอด เลยตัดสินใจDMหาน้องทางIG แค่อยากบอกว่า "ดีใจที่ได้เจอน้อง" 

น้องน่ารัก ตอบกลับเร็วพอสมควรแม้ว่าตอนนั้นจะห้าทุ่มนิด ๆ แล้ว เลยได้คุยกันนิดหน่อย ถึงเวลาที่อยู่ที่ร้านและเหตุการณ์ที่น้องลืมมือถือที่มาชาร์จทิ้งไว้ เราเหลือบไปเห็นตอนน้องออกไปแล้วว่าน้องลืมมือถือ สะกิดกับเพื่อนว่าไปเก็บและฝากเจ้าของร้านไว้ดีไหม หรือเดินไปบอกทางร้านเลยว่ามีคนลืมมือถือ แต่แล้วทางร้านเดินมาเก็บเอง น้องบอกว่ากับทางร้านสนิทกันดีพอสมควรเลย

หลังจากที่คุยกัน ยิ่งทำให้ชอบน้องมากขึ้นไปอีก และยังคอยติดตามอยู่เรื่อยไป

ยังคงขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่ทำให้เกิดวันนี้ขึ้น ได้มาเจอน้องเขา ได้รอยยิ้ม ความสุข วงสนทนา น้ำชายามราตรี และแน่นอนว่า...
"โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ ทุกสิ่งถูกลิขิตมาแล้ว แม้กระทั่งการพบเจอและการลาจากของพวกเรา"

//Quote เดิม ๆ จากคนเดิม หวังดีจากบ้านเล็ก ๆ ที่ใช้ย้ำเตือนทุกสถานการณ์ตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ เป็นquoteที่ให้กำลังใจได้ดีเวลาได้พบเจอใครต่อใคร หรือต้องพลัดพรากจากอะไรต่อมิอะไร หวังว่าวันหนึ่งเราจะเจอกัน 

SHARE
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments