วิชา ทำงานยังไงให้มีความสุข
เวลาทำงานแล้วไม่ชอบนี่ลำบากนะครับ
เพราะไม่ใช่ว่าเราจะอยู่กับมันแค่ 4 ปีเหมือนสมัยมหาลัย แต่เราต้องอยู่กับมันทั้งชีวิต
ใครได้ทำงานที่ชอบและได้เงินดีด้วยก็โชคดีมาก ต้องแสดงความยินดีด้วย ส่วนคนที่ยังไม่ได้ทำงานที่ชอบ ก็คงต้องหาที่ทางกันต่อไป

หลายเดือนก่อน ผมได้ทำงานที่ไม่ถนัดหลายอย่างเลยรู้สึกทุกข์มากครับ (หนึ่งในนั้นคือ การประชุม) คือ ทำได้แหละ แต่ไม่รู้สึกมี passion ก็ทำไปราวกับหุ่นยนต์ 

เพราะในที่ประชุมนั้น ถ้าจะเอาดีก็ต้องพูดเก่ง แต่งตัวดี เป็นมิตรกับชาวบ้าน ยิ้มแย้ม มีพวกพ้อง สนิทกับฝ่ายอื่น ฯลฯ ซึ่งผมไม่มีเลย ช่วงนี้จึงกลับมาใส่ใจงานที่พอจะถนัดบ้าง อย่างการแก้ต้นฉบับ แก้อาร์ตเวิร์ก แก้ปก ชีวิตก็ดีขึ้นเยอะ

ผมคิดว่า สาเหตุที่คนทำงานไม่มีความสุข ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการทำงานที่ไม่ถนัดและไม่ตรงสกิลนี่เอง คือเรามีความสามารถแบบนึง แต่บริษํัทใช้เราแบบนึง เหมารวมว่าทุกคนเหมือนกัน ซึ่งไม่ตรงความจริง เพราะว่าทุกคนมีความแตกต่างกัน มีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกัน

แล้วจะทำยังไงให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขล่ะ
อย่างแรกคือ คงต้องหางานหรือทำงานที่เข้ากับสไตล์ของเราให้มากขึ้น แต่ก่อนอื่นเราก็ต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นคนแบบไหน จึงจะหางานที่ตรงกับตัวตนของเราได้ 

ซึ่งในทฤษฎี Birckman (สีกับอารมณ์ของงาน) มี 4 สไตล์ให้เราตรวจสอบว่า เราเป็นคนแบบไหน

1) สีแดง สายไฟต์ติ้ง: ผู้ประกอบการ เถ้าแก่ หรือเจ้าของธุรกิจ) 
ลักษณะเด่นของสายนี้คือ คุณเป็นคนเรียนรู้จากการลงมือทำ หลายครั้งคุณทำก่อนคิด มันมาจากสัญชาตญาณล้วนๆ คุณชอบลงมือทำไปก่อน เสียหายว่ากันทีหลัง เพราะถ้าไม่ทำคุณก็ไม่รู้

คุณมีแรงขับที่ยิ่งใหญ่ อยากทำธุรกิจของตัวเอง ชอบอิสระ ชอบควบคุมและสั่งการ คุณอยากเป็นเจ้าคนนายคน เป็นซีอีโอ คุณพูดตรง ขวานผ่าซาก ไม่แคร์ใคร ไม่รักษาน้ำใจคน พร้อมตื่นเช้ามาลุยงานก่อนใคร คุณมีจิตวิญญาณของสตีฟ จอบส์ เหมาะจะทำงานของตัวเอง ไม่เหมาะจะเป็นลูกน้องใครเลย

(ตัวอย่างคนในสังคม เช่น สตีฟ จอบส์ คุณตัน อิชิตัน เจฟฟ์ เบซอส(Amazon.com) โฮวาร์ด ชูลท์ส(สตาร์บัคส์)

2) สีเขียว: นักขาย นักพูด
ลักษณะเด่นคือ คุณพูดเก่งมาก คุณคือนักขายมือทอง คุณคือนักพูดชั้นยอด เป็นนักพรีเซนต์และนำเสนอชั้นเยี่ยม คุณนำเสนอ โน้มน้าว และขายของได้หมด ไม่ว่าจะเป็นอะไร แม้ไม่มีข้อมูลคุณก็หาเรื่อง เชื่อมโยงประเด็น จนใครๆ ก็คล้อยตามได้หมด 

คุณนำเทรนด์ สนใจแฟชั่น ชอบพบปะผู้คน จะให้อุดอู้อยู่แต่ในโรงงานนั้นคงไม่ไหว คุณเหมาะจะเป็นเซล นักการตลาด นักพูด นักแสดง พิธีกร แม่ค้าออนไลน์ หรือเดี่ยวไมโครโฟน

(ตัวอย่างคนในสังคม เช่น พี่โน้ส อุดม แต้พานิช คุณวูดดี้)

3) สีเหลือง: ผู้จัดการ
คุณชอบกฎระเบียบ ทุกอย่างต้องเป็นขั้นตอน ตรวจสอบที่มาได้ คุณเชื่อถือคนอื่นจากระดับการศึกษา ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียง คุณกรี๊ดดอกเตอร์มากกว่าศิลปิน คุณรักษากฎระเบียบและวัฒนธรรมของสังคม ชอบเช็กและตรวจสอบทุกอย่าง โครงการใหญ่ๆจะเสร็จได้ งบประมาณไม่บานปลายก็เพราะคุณนี่แหละ

คุณเหมาะจะเป็นผู้จัดการ นักบัญชี โปรดิวเซอร์ ผู้ช่วย บรรณาธิการ พิสูจน์อักษร ฯล

4) สีน้ำเงิน: นักคิด
คุณมองทุกอย่างจากภาพรวม คุณชอบศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตัวเอง คุณเรียนรู้จากการอ่าน มากกว่าลงมือทำ คุณมีข้อมูล แนวคิด และทฤษฎีมากมายในการแก้ปัญหาต่างๆ คุณสันโดษ ชอบเก็บตัว ใช้เวลาไปกับการครุ่นคิด หากใครมีปัญหาและมาปรึกษาคุณ ก็จะได้ทางเลือกมากมาย คุณชอบคิดเอามากๆ จนหลายครั้งก็ลืมลงมือทำ

คุณเหมาะจะเป็นโค้ช ที่ปรึกษา จิตแพทย์ นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ แต่ในเมืองไทยนั้นโค้ชชิ่งหรือที่ปรึกษาส่วนใหญ่ที่เปิดตัวจะเป็นคนสีเขียวมากกว่า ขณะที่คนสีน้ำเงินจะดูธรรมดาและเรียบง่าย ความสันโดษทำให้คุณก็รู้ลึกและรู้กว้างในเรื่องต่างๆ สามารถเชื่อมโยงเรื่องที่ไม่เกี่ยวกันมาเป็นทฤษฎีใหม่ๆได้

(ตัวอย่างคนในสังคม เช่น วอร์เรน บัฟเฟตต์ อิงวาร์ คัมพาร์ด(อิเกีย) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์)

ลองหางานที่เหมาะกับสีและตัวตนของคุณ ใช้จุดแข็งให้เกิดประโยชน์
ผมว่าคุณจะทำงานสนุกและมีความสุขมากขึ้นครับ


หมายเหตุ บางคนเป็นไทด์ที่ผสมระหว่างสองสี เช่น แดงกับเหลือง เขียวกับน้ำเงิน
SHARE
Writer
porglon
Editor
พอกลอน ซาเสียง จบสถาปัตย์ ม.เกษตรศาสตร์ อดีตกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book (2551-2553) บรรณาธิการสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์บุ๊คส์ (2554) บรรณาธิการสำนักพิมพ์ springbooks (2555- 2561) / ผู้เขียนหนังสือ "ทดเวลาฝันเจ็บ" (2559) บรรณาธิการหนังสือ เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด / ก่อนความฝันจะล่มสลาย / บ๊อบ แมวเตะฝันข้างถนน / เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว / ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก / สิ่งที่เจ้านายไม่เคยบอก / โตขึ้นจึงรู้ว่า / ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ ฯลฯ

Comments