รสชาติของการเรียนไกลบ้านก็แบบนี้แหละ
'มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นี่นา'

            ตัวฉัน มาจากต่างจังหวัดส่วนด้ามขวาน เพียรอ่านหนังสืออยู่หลายเดือนทีเดียวจนสามารถฝ่าฟันระบบการรับเข้าศึกษาอันแสนพะรุงพะรังเข้ามานั่งเป็น "น้องใหม่" ในลานพิธีฝากตัวเข้าเป็นศิษย์ได้ 
            ยืนขึ้นกล่าวคำปฏิญาณตนอย่างภาคภูมิใจ เข็มที่ประดับบนหน้าอกทำให้รู้สึกผึ่งผายขึ้นอัตโนมัติเมื่อเดินไปไหนมาไหน แต่กว่าจะถึงวันนี้ ก่อนหน้านี้ก็สาหัสสากรรจ์ทางความรู้สึกอยู่พอสมควรเลยล่ะ....

"ฮัลโหลแม่ สอบติดแล้วนะ "

"จริงเหรอ ดีใจด้วยนะ"

"อื้อ ดีใจมาก ๆ เลย"

"อืม...
           แค่นี้นะลูก"

ฉันและแม่จบบทสนทนากันเท่านั้น เสียงเธอสั่นเครือ และฉันรู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ตั้งแต่เกิดจนโต เราไม่เคยต้องห่างกันแสนไกลและยาวนานขนาดนี้ ฉันจัดอยู่ในหมวดคนติดบ้านระยะสุดท้าย ไม่ชอบออกข้างนอก ไม่เที่ยวที่ไกล ๆ เครื่องบินน่ะยังไม่เคยนั่งสักครั้งจนเข้ามหาลัย
ฉันอยู่กับครอบครัวมาตลอดทั้งชีวิต การออกไปเรียนที่ไกลจึงเป็นเรื่องใหม่อย่างมาก 
ฉันแอบเปิดมือถือของแม่ เข้าแอพสนทนาสีเขียวไปอ่านข้อความที่เธอพูดคุยปรับทุกข์กับบรรดาเพื่อน พี่ น้องทั้งหลาย ใจความทั้งหมดคือยังทำใจไม่ได้ที่ลูกต้องห่างจากอก เธอแอบร้องไห้ทุกคืน
ฉันก็ไม่ต่างกันหรอก.....

หลากหลายความรู้สึกตีรวมกันในอก เวลาเหลือเพียงไม่กี่วัน ทุกคืนฉันกระวนกระวาย ยากที่จะข่มตาหลับ ในหัวคิดสารพัดเรื่องราว พาลทำให้หัวใจอ่อนแอและเปราะบางอย่างหนัก ทรมานเหลือเกินที่ต้องจากไกล ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวโดยไม่เห็นหน้าแม่ทุกๆ วัน คิดถึงมากที่สุด คงเป็นอาหารฝีมือเธอ

ที่สนามบิน พ่อและแม่มาส่งฉัน เป็นวันที่รับมือกับความรู้สึกที่โถมเข้ามาได้ยากที่สุด พ่อมาส่งหน้าประตูเข้าอาคารและออกไปจอดรถ ส่วนแม่เดินเข้ามาพร้อมฉันจนสุดทาง

ฉันแทบไม่กล้าพูดอะไรมากมายกับเธอ กลัวว่าเขื่อนกักเก็บน้ำตาจะพังทลายลงมา 
เมื่อถึงนาทีสุดท้าย เราสั่งลากัน แม่เข้ามากอดฉันแน่นและร้องไห้พลางย้ำให้ฉันรายงานความเป็นไปในทุก ๆ วัน

ฉันแข็งใจเดินเข้าไปในเกท เมื่อตรวจสัมภาระเสร็จสิ้น หมุนตัวกลับมาโบกมือให้แม่เป็นครั้งสุดท้าย เธอยังคงมองมาที่ฉันตลอดเวลา และเดาว่าคงมองไปจนฉันเดินหายไปจากระยะสายตาที่เธอจะมองไปถึง

ฉัน 'ทำเป็น' เข้มแข็งได้ดีพอสมควร       

ขึ้นเครื่องบินด้วยใจเบาหวิว โหวงว่างเหลือเกินในอก นั่งมองทิวทัศน์ท้องฟ้าและก้อนเมฆนอกหน้าต่าง แล้วอยู่ ๆ ดวงตาทั้งสองข้างของฉันก็มีน้ำไหลลงมา เขื่อนน้อย ๆ ได้ทลายลงแล้ว
 ฉันไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ฉันห้ามไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

 เป็นความรู้สึกที่อธิบายยาก ต้องใช้ชีวิตเองโดยไม่มีพ่อแม่ ต้องอยู่คนเดียวได้ ต้องดูแลตัวเอง และต้องโตเป็นผู้ใหญ่
                              

                 
เกือบเดือนแล้วที่ฉันมาใช้ชีวิตในเมืองหลวง และฉันรู้สึกแบบบรรทัดแรก

มันไม่เลวร้ายเหมือนที่คิดที่จินตนาการไว้ก่อนนอนทุกคืน ฉันรับมือได้กับความโดดเดี่ยวในห้องเงียบ ๆ นั่งกินข้าวตามร้านข้างหอคนเดียวท่ามกลางแสงไฟสีอุ่นช่วงหัวค่ำ  มีพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรแต่รู้สึกว่าทั้งหมดนี้เป็นที่ของฉันเพียงคนเดียวอย่างแท้จริง

ขอบคุณวิทยาการเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้ฉันและคนไกลได้เห็นหน้าและได้ยินเสียงกันง่ายมากขึ้น 2 ทุ่มของทุกวัน ฉันจะได้รายงานชีวิตประจำวันกับคนในครอบครัว

ฉันเรียนรู้และกำลังปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในเมืองอันไม่เคยหลับใหลนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป สภาพแวดล้อมที่บ้านเต็มไปด้วยพื้นที่กว้าง ต้นไม้สีเขียวและหญ้าล้อมรอบบริเวณ แต่ที่นี่เต็มไปด้วยตึกสูงรอบตัวฉัน เป็น 'ป่าปูน' อย่างที่เขาว่าไว้จริง ๆ  อีกทั้งมลพิษ ควัน ฝุ่นที่มาปะทะกันทุก ๆ วัน 
ฉันเช็ดทำความสะอาดใบหน้าด้วยสำลี เมื่อดูผลงานคราบเทาหม่นในแผ่นสีขาวก็ตกใจนิดหน่อย                                                                                                                                                                                                                                                  
แหม อากาศเมืองหลวงมันขนาดนี้เลยหรือ! แม่เพิ่งขึ้นมาเยี่ยมฉันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราไม่มีเวลาร่ำลากันมากนัก เพราะสาเหตุบางอย่างทำให้ต้องรีบเดินทางไปอย่างฉุกละหุก และเหมือนเดิม 

                 เรากอดกันและร้องไห้

เดินมารอรถเมล์ มีสายเรียกเข้าจากเธอ เราสนทนากันสั้น ๆ พูดลำบากเพราะน้ำตาไหลกันทั้งคู่

ฉันอยู่ในช่วงมีประจำเดือน สภาวะอารมณ์จึงอ่อนไหวมากกว่าปกติ ตั้งแต่จากบ้านมาถึงที่นี่ฉันยังไม่ร้องไห้เพราะคิดถึงบ้าน มีบ้างที่น้ำตาคลอหลังจากวางสายจากแม่ในบางวัน แต่เหมือนวันนี้เหตุการณ์คล้ายเดิมเกิดขึ้นอีกครั้ง และทำให้ฉันห้ามตัวเองไม่ไหวตลอดทางกลับ สายฝนโปรยลงมาแข่งกับน้ำตาอย่างไม่ยอมแพ้กัน

ฉันขอให้แม่เอากีต้าร์คู่ใจมาให้ ทำให้ไม่รู้สึกเหงาอีกต่อไป ส่วนที่ว่างเปล่าในห้องได้รับการเติมเต็มให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ฉันกำลังพอใจกับตอนนี้ทีเดียวล่ะ

                อีกไม่กี่วันก็จะเริ่มเปิดภาคการศึกษาแรก ฉันหวังเหลือเกินว่าจะทำได้ดีเท่าที่จะสามารถ หวังว่าจะได้พบเจอคนที่ดีเข้ามาในวงจรชีวิต หวังว่าหัวใจดวงน้อยของฉันจะได้รับพลังที่ดีและเข้มแข็งขึ้นในทุกวันที่ผ่าน 

                            และหวังว่าฉันจะโตเป็น 'ผู้ใหญ่' ได้อย่างนุ่มนวล 



SHARE
Writer
anijja
emotion drinker
อนิจจาน่าเสียดาย ฉันทำชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง ส่วนที่หายนั้นลึกซึ้ง เจือน้ำผึ้งบุหงาลดามาลย์ -- อังคาร กัลยาณพงศ์ :)

Comments

ohkiml
1 year ago
ความรู้เดียวกันเลย 🌧️😅
Reply
anijja
1 year ago
สู้ๆและเข้มแข็งนะคะ เวลาผ่านไปจะทำให้หัวใจเราแข็งแรง ^^
Rattipum
23 days ago
ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้างครับ นี่พึ่งย้ายมาเรียนตจว. แค่3วัน บ่อน้ำตาไหลทุกวันเลย คิดถึงครอบครัว แฟนจากที่เคยประคับประคองกัน ในวันหลังจากนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะไม่ได้เรียนที่เดียวกัน ทุกอย่างรอบตัวขึ้นอยู่กับตัวเองหมด ไม่มีอารมอยากทำอะไรเลยซึมมาก ให้ออกไปข้างนอกแต่รถก็ติด แถมหาเรื่องเสียเงินอีกเพราะงานพาทไทม์ไม่มีว่าง(เหตุคือโควิด) เห้อออออออ
Reply
anijja
23 days ago
ถึงตอนนี้ปรับตัวได้กับทุกอย่างและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตไกลบ้านอย่างมีความสุขแล้วค่ะ ตอนกลับบ้านช่วงปิดเทอม พอถึงเวลาแยกกับครอบครัวเพราะต้องเดินทางทีไรก็ยังมีน้ำตาไหลอยู่บ่อยเลยค่ะ เราเข้าใจดีว่ามันยากมากในช่วงแรก ติดต่อกับครอบครัวบ่อยๆ หาเพื่อนที่ดี กิจกรรมที่ดี แล้วก็ให้เวลากับตัวเองเยอะๆไปลองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆนะคะ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีทั้งการเรียน การงาน การเงิน และความรักค่ะ
Rattipum
22 days ago
ขอบคุณครับ ทางนั้นเองก็เช่นกัน อะไรที่ตัดสินใจไปแล้วต้องไปให้สุดครับ เพื่อตัวเองและครอบครัวที่เชื่อมั่นให้ตัวเรามาที่จุดนี้....แต่ก็อย่างว่าเฉพาะคนติดบ้านอยู่แต่กับคนที่รัก และครอบครัวตลอด การแยกตัวเองมาใช้ชีวิตคนเดียวนี่ หนักหนามากๆ ขนาดเป็นคนไม่เคยเครียด มองทุกอย่างเป็น+ ติดคอมชอบเล่นเกม ทุกอย่างตรงข้ามหมดเลย รอกีต้าร์คู่ใจส่งมาจากบ้านก่อน ดูซิจะช่วยฮีลตัวเองได้ไหม