มีแก มีเรา แต่ไม่มีดาวเพอร์เซอิดส์
ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์  หรือฝนดาวตกวันแม่ ในคืนวันที่ 12-13 สิงหาคม มีลุ้นให้เห็นถ้าฟ้าเปิด


เราอ่านข้อมูลที่หามาได้...บนหน้าจอมือถือร้าวๆของตัวเอง หลังจากทราบข่าวจากเพจ 'Lovecumentary'  ที่ชอบวาดการ์ตูนกับบทสนทนาอันแสนโดนใจในผู้ที่มีความแอบรักในหัวใจ 

คำว่า "ฝนดาวตก" สำหรับเรา... หากเปรียบเหมือนความรัก ก็คงจะเป็นรักที่ตั้งตารอคอยมาแสนนาน เป็นเหมือนสิ่งสวยงามที่อยากพบเจอ... หากแต่ว่าโอกาสเหล่านั้น มันไม่เคยเกิดขึ้นได้เลยสักที 

ความทรงจำอันน่าตื่นเต้นสุดท้ายของการเฝ้ารอคอยฝนดาวตก ก็คือช่วงมัธยมต้น 

ใช่...เป็นสุดท้ายที่เนิ่นนานมาแล้วมาก เพราะว่าช่วงม.ปลายเรามาเรียนในเมือง จนมาเรียนต่อป.ตรีและทำงานใน กทม โอกาสเจอกันของเราและฝนดาวตก เลือนลางจนแทบไม่เห็นแม้ร่องรอยว่าเคยเกิดขึ้น 

ช่วงหยุดหรือปิดเทอม ก็มีโอกาสได้ดูดาวบ้าง แต่...ฝนดาวตกนั้น มักจะมีในช่วงที่เรมอยู่ กทม.ตลอด 
ความเป็นไปได้ที่จะได้ดูแบบตาเปล่าเหมือนตอนเด็กๆน้อยมาก น้อยแบบคลาดแคล้วกันด้วยนะ เศร้าาา

พอได้ทราบข่าวมาดังนั้นก็แอบเซ็งตรงที่... ถ้าเราทำงานอื่น เราคงได้กลับบ้านตจว.เหมือนคนอื่น แต่เพราะงานของเราไม่ใช่...เราเลยไม่เคยจะได้หยุดในช่วงเทศกาล 

อันนั้นน่ะไม่เท่าไหร่...แต่เป็นเทศกาลที่มีฝนดาวตกไปอีกกก เจ็บใจเป็นล้นพ้น

"แก คืนนี้มีฝนดาวตก...ไปดูดาวตกแทนหน่อยสิ บ้านแกเห็นดาวมั้ย" 
เราส่งข้อความไปตัดบทลิงค์เพลงที่ส่งมาพอดีของเพื่อน 

"วันนี้หรอ มีกี่โมง" จริงๆแล้วที่เราพูดไปแบบนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้มันไปดูแทนจริงๆหรอกนะ... เพราะคงไม่คิดว่าผู้ชายเขาจะมาดูดาวกันหรอก 555 แล้วยิ่งไปดูแทนคนอื่น ยิ่งไม่น่าจะมีใครทำ 

"ตีสามนู่นอ่ะ เซ็งจัง...ทำไมต้องมีฝนดาวตกตอนที่ฉันอยู่ กทม.ตลอดด้วย ไม่เคยมีโอกาสได้ดูเลย" เราย่นหน้าใส่จออย่างเซ็งๆตามแบบที่พูด โดยจุดประสงค์แค่อยากระบายเท่านั้น 

"หรอ ตีสาม จะตื่นได้มั้ยน้อ" มันพูดมาแบบนั้นทำไมเราจะไม่รู้ว่าคงจะไม่ไปดูให้ ก็แหง...ใครมาดูแทนก็บ้าละ 55

"ก็ตั้งนาฬิกาปลุกไง ฉันอ่ะอยากดูมาก...ทำไมต้องพลาดตลอดด้วย เคยดูล่าสุดตอนม.ต้น จากนั้นก็ไม่มีโอกาสอีกเลย มาอยู่ในเมืองตลอด"  เราบ่นๆไปตามประสา ไม่ได้ต้องการจะสื่อหรือเร้าหรือให้มันดูให้ 

"งั้นจัดไป เดี๋ยวดูให้" ...กึก... เราอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนเผยรอยยิ้ม เมื่อนึกถึงแววตาอบอุ่นและรอยยิ้มใจดีของมัน ความใจดีของมันที่เราสัมผัสได้...มันออกมาจากข้างในจริงๆสินะ ถ้าเปลี่ยนจากอ่านเป็นฟังจากปาก 
คงละมุนหูเป็นบ้า  😉

"จริงดิ!! เย้ๆๆ ฝากอธิษฐานขอพรให้ข้อหนึ่งสิ" ยิ้มแก้มปริใส่หน้าจอจนคนรอบข้างมองมาด้วยสายตาประหลาด 

"มีขอพรแทนกันได้ด้วย?" 

"ได้ดิ ดาวตก 1 ครั้ง...ขอได้ 1 ข้อ แกก็ขอให้ฉันข้อหนึ่ง" เราเถียงไปงั้น ไม่รู้จะได้จริงรึเปล่า แต่แค่แกเป็นคนข้อให้...ก็เป็นพรที่ดีที่สุดแล้ว

"ใครนะ...เป็นคนคิดมาว่า ต้องขอพรตอนดาวตก" 

"ไม่รู้สิ...ได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆละ ไม่รู้ล่ะ ฝากขอให้ฉันได้งานที่ B.Hospital ด้วยนะ เอาข้อเดียวพอ"  เป็นที่ทำงานใหม่ที่เราอยากได้มาก แต่รอสอบเข้าอยู่น่ะ 

"แต่ว่าวันนี้ฟ้ามันไม่ค่อยเปิดรึเปล่า" 

"อ้าวหรอ ฝนตกหรอ" 

"ให้น้องวิ่งออกไปดู บอกเมฆเยอะมาก" 

"ฟ้าใจร้าย... กว่าฝนดาวตกจะมีทีมันนานๆหนเลยนะ ยังจะมามีเมฆเยอะอะไรวันนี้" ใจลิงโลดของเราทรุดลงนั่งกอดเข่างอแง

ฝั่งเพื่อนเงียบไปสักพัก ก่อนส่งรูปผลพยากรณ์อากาศมา 

13 ส.ค.2561  (อำเภอ...) 
01.00 มีเมฆมาก
02.00 มีเมฆมาก
03.00 มีเมฆมาก
04.00 มีเมฆมาก เริ่มมีฝน
05.00 ฝนตกหนัก 

ไม่รู้สิ...แค่เห็นภาพพยากรณ์อากาศ ใจแป้วๆของฉันก็ชื้นขึ้นมาตามจำนวนเมฆมากที่ข้อมูลกล่าว... ไม่ได้ใจชื้นเรื่องดูดาว แต่เรากำลังเอาใบหน้าอิงแอบซบลงไปเบาๆ...กับความตั้งใจ และใส่ใจของแก

การบอกว่าจะดูให้ของแก...ไม่ใช่แค่การบอกรับส่งๆตัดรำคาญแล้วไม่ตื่นขึ้นมาดู  แต่กลับดูให้จริงๆ...เตรียมพร้อมในการดูอีกต่างหาก 

"โห เซ็งอ่ะ ดาวตกมีตอนตี 3 - ตี5 แล้วตี5 ฝนดันจะตกอีก เห้อเสียใจ" เอ...หรือว่ามันส่งมาแบบนี้เพื่อจะบอกว่า ไม่ต้องดูแล้ว ดูไม่ได้แล้วกันนะ

"นั่นสิ แต่ถ้าลุ้นก็คงลุ้นตี3 ไม่งั้นถ้าฝนตก ทุกอย่างจะจบ" 

"ถ้างั้นไม่เป็นไรหรอกแก ไม่รบกวนละ ไม่ดูก็ได้ มันไม่น่าจะเห็น" แล้วเราก็ส่งสติกเกอร์ร้องไห้ไป (มารยานัก5555)

"ไม่แน่หรอก ตีสามลุ้นได้อยู่ยังพอมีหวัง เดี๋ยวมาดูให้ ถ้าตื่นนะ กลัวไม่ตื่นจัง" 

"หรอๆ เอางั้นก็ได้...เดี๋ยวฉันโทรปลุกแกอีกแรง ตื่นมาด้วยดีกว่า เปิดเนตไว้นะ" เพื่อนส่งสติกเกอร์ตกใจมา... ตอนนั้นเราก็คิดว่า หรือว่ามันจะเป็นเรื่องไม่ควร มันไม่ชอบให้โทรปลุกหรอ หรือใช้คำผิดไป 

"งั้นรีบนอนดีกว่า นอนละ" 

"ตกลงจะให้โทรปลุกมั้ย" 

"ถ้าไม่ตื่นก็โทรมานะ" 

"เปิดเนตไว้ล่ะ ขอบคุณมากกก" คือเราจะโทรในเฟสนั่นแหละ 

"โอเค" 
เพื่อนไปนอนตอน 23.30 

หลังจากนั้น. 01.30 เราเลิกงานพอดี 
เหม่อมองเมฆบนฟ้าที่ล่องลอยไปมากันอย่างสนุกสนาน แล้วพาลนึกถึงท้องฟ้าที่บ้านแก...

เมฆจะเยอะแบบนี้ไหม แล้วแกจะได้เจอกับฝนดาวตกหรือป่าว 

เรากลับมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เกือบตี 2.00  อีก 1ชม.ก็ตีสามแล้ว...เรากะว่าจะยังไม่นอน รอโทรปลุกแกดูดาว 

"เพอร์เซอิดส์" ชื่อของฝนดาวตกในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้สินะ 
ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เกิดจะเศษฝุ่นละอองของดาวหาง ที่เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อ 20 ปีก่อน เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้และเกิดแสงสว่างขึ้นบนท้องฟ้า 

...เป็นแค่เศษฝุ่นที่บังเอิญหลุดเข้ามาเท่านั้นสินะ... แถมยังเป็นเศษฝุ่นของอดีตอีกต่างหาก และยิ่งไปกว่านั้นยังมีทุกปีด้วย ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ปีหน้า...มันก็จะวนมาให้ได้เห็นอีก 

ไม่เคยรู้มาก่อนเลย 

เพราะไม่เคยได้ศึกษา 

รู้ตัวว่าอยากดูดาวตก แต่ก็ไม่เคยได้ศึกษาหรือเตรียมการว่า...สามารถดูได้ในช่วงไหน 

เพราะแบบนี้รึเปล่า...จึงไม่เคยได้ดูมาจนตลอด 

หรือความรัก...ก็จะเช่นกัน?

ครั้งที่แล้ว...ฉันเปรียบแกเป็นดาวอังคาร ที่โคจรเข้ามาใกล้โลกอย่างฉัน 
ครั้งนี้... ฉันขอเปรียบเหตุการณ์ดีๆระหว่างเรา เหมือนฝนดาวตกครั้งนี้ได้ไหม 

งดงามเพียงครู่... อยู่เป็นเศษฝุ่นความทรงจำ 
โคจรเข้าไปพบได้ทุกๆปี มีช่วงเวลาของมัน 

ใช่...เพราะฉันไม่ปรารถนาให้ความสัมพันธ์ของเราสองคนในขณะนี้ เนิ่นนานหรือพัฒนาไปถึงไหน ...แต่อยากให้มันงดงามแบบนี้ได้เรื่อยไป... ก็พอ 

อาจจะมีช่วงที่เว้นว่างไป...แต่ก็ยังมีโอกาสกลับมาใหม่ได้เสมอ 

ใครได้อ่านเรื่องก่อนหน้านี้ก็คงจะเข้าใจทุกอย่างที่เรากำลังสื่อ (31 กรกฏา 61 ถ้าฉันเป็นโลก แกคงเป็นดาวอังคาร//Storylog)

อยู่ๆ...มวลความคิดจินตนาการต่างๆ ก็ค่อยๆมีสีจางลง และหนังตาก็หนักแน่นขึ้น ก่อนปิดสนิทลง...ตามคำเรียกร้องของร่างกาย 
.
.
.
.
.
ฟึบ! เราเบิกกว้างขึ้นมองความมืดของเพดาน 
ความเงียบเชียบของราตรีกาล ทำให้เรารีบควานหาโทรศัพท์ 

04.15  หน้าจอปรากฏเวลาให้เรารู้ตัว 
!!! 
เราคลิกเข้าไปในแชทแก 
...ใช้งานเมื่อ 3 ชม.ที่แล้ว... ไม่มีวี่แววว่าจะทักตอบมา 

หรือว่าแกจะยังไม่ตื่น 

ฉันกดไปที่เครื่องหมายบนของแชท ที่เป็นรูปโทรศัพท์ 

ก่อนพาตัวเองวิ่งออกไปนอกระเบียง 

ตื้ด ตื้ด ตื้ดดดด 

"ฮัลโหล" เสียงทุ้มต่ำงัวเงียตอบกลับมา

"แกตื่นยัง" 

"ฮื้อ" เสียงงัวเงียกระชากใจ ทำเอาเราใจสั่นแปลกๆ  ก่อนตามด้วยเสียงรื้อผ้าห่ม ก้าวลงเตียง เปิดประตูออกไปของแก 
พร้อมกับที่เราเปิดหน้าต่างตรงระเบียงหน้าห้องพอดี 

"แก ฟ้าเปิดมั้ย" เราขยี้ตาพร้อมแหงนหน้ามองท้องฟ้าตรงระเบียง เมฆลอยละล่องสีขาว รับกับลมเย็นๆที่โชยมาได้เหมาะเจาะ ดิบดี 

"ไม่ค่อยเลยอ่ะ เห็นดาวดวงเล็กๆเอง หรือว่ามันจะตกไปหมดแล้ว" เสียงทุ้มทำนองโตโน่ พูดด้วยความงัวเงีย แต่ยังคงอบอุ่นดังเดิม 

"ไม่น่านะ แต่ไม่เห็นเพราะเมฆมากกว่า" เราทำเสียงอ่อยๆ 

"อากาศเย็นด้วย ทางนั้นเป็นไงบ้าง" แกว่าพร้อมทำเสียงจมูกฟุดฟิด โธ่เอ้ย ฉันแพ้อะไรแบบนี้จัง 😝

"เมฆขาวเต็มเลย เย็นนิดๆ ลมโชยๆ" แต่หน้าฉันนี่ร้อนไปหมดดดด 

"อื้อ... ไม่น่าจะเห็นแล้วอ่ะ เป็นดวงเล็กๆเอง อยู่ไกลๆนู่น" 
แม้จะเป็นท้องฟ้าผืนเดียวกัน แต่มันก็คนละน่านนะ... ทำไมฉันจะต้องเหม่อมองหาดวงดาวเล็กๆที่แกว่าด้วย 5555 

"นั่นสิ ขอบใจมากนะแก...ไม่เห็นแล้วก็ไม่เป็นไร" แต่ดวงตายังจับจ้องที่ก้อนเมฆขาวๆพวกนั้น 

"ไปนอนกันเถอะเนอะ..." ความอบอุ่นละมุนทั้งหมดอวลอยู่ในคำๆนี้ จากใจสั่นๆแตกกระเจิงไปไกล เหมือนถูกพาลอยขึ้นไปบนเมฆขาวๆ แล้วแหวกว่ายไปมา 

ละมุน อบอุ่น ใจดี แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเย็นสบายด้วย

ใช่...แกทำแบบนี้เพราะแกเป็นคนใจดี ฉันรู้

หลังจากวางสายกันไป... 

ฉันก็เพิ่งมารู้สติว่า... นี่มันเป็นการดูดาวร่วมกับผู้ชายครั้งแรก 
ประหลาดกว่านั้น ดูกันคนละฟากฟ้า...แต่ทว่าพร้อมกัน 
ขำดีเนอะ 😊 

"มันมีแต่ดวงเล็กๆไม่ยอมตกด้วย" 
ข้อความตามหลังมาในอีก 10 นาทีหลังวางสาย 
"ยังดูต่ออีกหรอ" 
"เข้ามานอนแล้วแหละ แค่หวังว่ามันจะตกเลยดูต่อ แต่ไม่มีหวังละ55" 
"เสียดายอ่ะ เซ็ง แต่ไม่เป็นไร... นอนเถอะ ขอบใจมากนะที่ใจดีกับฉัน" 

"อื้อ ฝันดีนะ" 
"ฝันดี" 


หลังจากตื่นนอนตอนเช้า ฉันก็ยังคงไปทำงานต่อปกติ แม้จะเพลียมากมาย 
ยามสายๆ แกตื่นมาทักทาย ก่อนพูดถึงเรื่องฝนดาวตกเมื่อคืน 

"ฉันไม่ยอมแพ้หรอก มันจะมีเรื่อยๆถึง 24 สค. 16 นี้จะกลับบ้าน จะไปดู ต้องได้เห็น!" 

"ยากอ่ะ ต้องไปนอนเฝ้า ปูเสื่อคอย ถึงจะได้" 

"ก็จะทำแบบนั้นแหละ ปกติกลับบ้านก็ปูเสื่อดูดาวอยู่ละ... แต่ครั้งนี้จะไปดูดาวตก ต้องได้อธิษฐาน" 

"หรอ ถ้าจะดู...ก็โทรมาด้วย ขอดูด้วย"

!!!!!!!!!  

...อยากปิดประตูห้องกรี๊ด... 

...เพอร์เซอิดส์...ออกมาให้อธิษฐานด้วยนะ 

มีพรจะขอเพิ่มอีกสักข้อ 😉

นับจากนี้ไม่ว่าจะเหม่อมองดวงดาวที่ไหน..
ก็คงจะอดคิดถึงเสียงทุ้มงัวเงียของแกไม่ได้ 

🌌



SHARE
Writer
SUPANNEEGA
letter girl
คุยกับตัวเอง

Comments

Precipitation
10 months ago
น่ารักจุง ^^
Reply
SUPANNEEGA
10 months ago
นั่นน่ะสิเนอะะอิอิ