[Book Talk] มะเขือเทศฆ่าตัวตาย โดย นพพร สันธิศิริ
นอกเหนือจากนิยามเรียกสุดประหลาดไม่ว่าจะในภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ งานเขียนแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ (Magical Realism) ก็ยังคงเป็นพื้นที่แปลกใหม่แห่งความตื่นตาตื่นใจสำหรับคอวรรณกรรมหลายๆคนอยู่เสมอ ด้วยจุดเด่นของมันที่มุ่งสร้างการทดลองผสานโลกของความจริงและความมหัศจรรย์ไว้ในโลกและตรรกะใบเดียวกันเอาไว้นี่แหละ, แล้วโลกที่ความจริงกับความมหัศจรรย์อยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนแกมประดักประเดิดนี่ให้ผลยังไงน่ะเหรอ?

มันก็สนุกสุดๆ ไปเลยน่ะสิ!

มะเขือเทศฆ่าตัวตาย เป็นรวมเรื่องสั้นแนวสัจนิยมมหัศจรรย์อีกเล่มหนึ่งที่ได้อ่านช่วงนี้ และต้องขออนุญาตอวยอย่างสนิทใจด้วยความชอบส่วนตัวเลยว่ามันสนุกมาก สนุกแบบขำก๊ากในบางที หัวเราะหึๆ กับบางประเด็นที่สอดแทรกมา และที่สำคัญที่สุดคือมันไม่ต้องปีนบันไดอ่าน เพราะต้องยอมรับว่าเราอ่านหนังสือไม่เก่งเอาเสียเลย จะชอบแค่ไหนแต่ถ้าซับซ้อนจนเอื้อมไม่ถึงก็มีถอดใจเอาง่ายๆ โดยเฉพาะกับงานเขียนแนวทดลองและงานแนวสัจนิยมมหัศจรรย์

คนเขียนเก่งมากในการใช้ภาษาง่ายๆ เรื่องราวง่ายๆ แต่เพี้ยนเกินพิกัดมาสร้างความประหลาดมหัศจรรย์แถมดันแทรกประเด็นเจ็บๆ เอาไว้ได้ลื่นคอสุดๆ

จริงๆ เฉพาะเรื่องมะเขือเทศฆ่าตัวตายนี้เราเคยอ่านครั้งแรกในช่อการะเกดฉบับพิเศษ (ฉบับรัฐประหาร) และก็เป็นเรื่องที่ชอบเป็นพิเศษตั้งแต่ตอนนั้นด้วยความแสบๆ บ้าๆ ของเทคนิคการเล่าเรื่องและพล็อตนี่แหละ เป็นเรื่องที่ใช้จำนวนหน้าน้อยเป็นลำดับต้นๆในบรรดาเรื่องสั้นที่ลงในช่อการะเกดเล่มนั้นเลยมั้ง พอมาอ่านเรื่องอื่นๆจากรวมเล่มครั้งนี้ก็ไม่ผิดหวังเช่นกัน แต่เรื่องที่ชอบเป็นพิเศษสำหรับเราคงเป็นเรื่องอารี กับเรื่องปลอมตัวนี่แหละ
(ไม่สปอยล์นะ มาซื้อที่ร้านได้ถ้าอยากรู้ว่ามันสนุกยังไง 555) เรื่องสั้นแต่ละเรื่องขนาดกะทัดรัด รวมแปดเรื่องแล้วเบ็ดเสร็จในเจ็ดสิบเก้าหน้า อ่านเพลินๆแป๊บเดียวก็จบเล่มแล้ว

เราเคยลองถามตัวเองอยู่บ้างว่าทำไมชอบงานแนวสัจนิยมมหัศจรรย์นักทั้งที่บางเรื่องก็อ่านรู้เรื่อง
บางเรื่องก็อ่านไม่รู้เรื่อง พบว่าความสนุกที่สำคัญที่สุดของมันอย่างนึงคือการทิ้งพื้นที่ตีความไว้อย่างมหาศาลให้คนอ่านได้ตีความตามบริบทของตัวเองและบริบทรอบตัวเองในเวลานั้นนี่แหละ (เช่นตอนอ่านมะเขือเทศฆ่าตัวตายในช่อการะเกดฉบับรัฐประหารนี่ใจจะเต้นตึกตักกว่านี้หลายเท่านัก และใครอีกหลายคนอาจรู้สึกกับมะเขือเทศมั่นหน้าพวกนี้ต่างกันออกไปจากเรา - แม้กระทั่งคนเขียนเอง 55) อีกอย่างนึงคือเราชอบความพิลึกพิลั่นของการเอาความจริงกับความมหัศจรรย์มาปนกันแบบที่จะเจอเฉพาะในงานเขียนแนวนี้ เพราะถึงเราจะบอกว่ามันปนกันอย่างกลมกลืน แต่คนอ่านติดขนบอย่างเรามักจะถูกรบกวนด้วยสัญญาณของความไม่ปกติยิกๆๆ อยู่เสมอ และความรู้สึกไม่ปกติในความปกติที่กวนใจนี่เองที่ทำให้เราหันซ้ายหันขวาและจ้องลึกลงไปในเรื่องราวได้มากขึ้นกว่าที่เราคิดซะอีก กับไอ้เรื่องบ้าๆ เหมือนจะไร้สาระนี่แหละ

เล่มนี้ก็เป็นอีกเล่มที่อยากชวนมาอ่านกัน 
SHARE
Written in this book
book talk/ movie talk
บันทึกเล็กๆ ถึงหนังสือที่อ่าน

Comments