[Book Talk] Sad at first sight - Mind da hed

.
.
.
เราว่าความเศร้าไม่ได้เจอเราก่อนความรัก…...แต่มวลความเศร้ามันข้นคลั่กหนักเหนียวจนรู้สึกถึงได้ก่อนเสียที่จะรู้ตัวว่าไม่อยากรู้สึกถึงเอาเสียเลย บันทึกเรื่องราวความสัมพันธ์ของเหล่านักรักมือสมัครเล่นที่ส่งเสียงออกมาจากหนังสือเล่มนี้จึงกลายเป็นบันทึกสะสมความเศร้า เศร้าซะจนเกือบจะเซแล้วล้มกลิ้งผ่านมวลความรักบางเบา มวลความคิดถึง มวลความตื่นเต้นของวัยเยาว์แรกขวย เศร้าและเหงาปนเจ็บจางๆ

บางครั้งความเศร้าก็เป็นผลพวงจากพิธีกรรมการบูชายัญตัวเองของผู้คนที่มีวัฒนธรรมร่วมเรื่องความรักแบบมาโซคิสซึ่ม เจ็บแต่รู้สึกดีชะมัด นาทีที่หนังสือพาเราไปแตะเสี้ยวของประสบการณ์ความรักและการบูชายัญหัวใจตัวเองครั้งเก่าๆ เราเลยรู้สึกอุ่นใจวาบปนขำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่เศร้าเท่านั้น ห้วงเวลาสั้นๆชั่วพริบตาของความสุขคงไม่สัมผัสใจได้มากไปกว่าการได้เอนตัวพิงหมอนตามลำพัง ว่าไหม?

นอกจากมวลความเศร้าแน่นปึ้กแล้วภาษาก็สวยจังเลย สวยเท่ากับที่ความเศร้าสวยเท่ากับความรักน่ะ ไม่รู้จะอธิบายว่ายังไงดี แต่การทำให้คนอ่านสาย “ใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรจบ” อย่างเรารู้สึกเศร้าๆ อึนๆ ตามไปด้วยได้หลายช่วงอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรจะมอบให้นอกจากคำว่าขอบคุณค่ะ สารภาพว่าก่อนเปิดอ่านคิดว่าเป็นหนังสือรวมภาพวาดสายเหงาซึ่งเป็นทางที่เราไม่ถนัดเลยไม่ยอมหยิบสักที พออ่านจบแล้วกลายเป็นอีกเล่มที่ดีใจที่ได้อ่านเลย 
SHARE
Written in this book
book talk/ movie talk
บันทึกเล็กๆ ถึงหนังสือที่อ่าน

Comments