พวกแมสไม่ต้องอ่านบทความนี้ ไป๊!! ชิ่วๆ เซ๊!!
ไอ่การเป็น "ตัวของตัวเอง" นี่บางทีมันหลอกให้เราคิดอะไรๆเพี้ยนๆไม่สมเหตุสมผลอยู่ประมาณนึงเลยนะผมว่า (อันนี้สังเกตจากตัวผมเองนะ)

เช่น เราจะคิดว่าตัวเราเองพิเศษกว่าคนอื่น เราอ่านหนังสือเยอะกว่าคนอื่น เราฟังเพลงล้ำกว่าคนอื่น เราดูหนังล้ำกว่าคนอื่น เพื่อนที่สนิทกับเราแม่งล้ำกว่าคนอื่น ฯลฯ

ซึ่งพอเวลาผ่านไป เริ่มโตๆขึ้น ผมก็คิดได้ว่า แม่งไม่จริงเลย


เช่น ฟังเพลงล้ำกว่าคนอื่น - ด้วยกระแสวิธีคิดแบบปัจเจกนิยม (Individualism) ที่มาเป็นแพ็คคู่กับอุดมการณ์แบบเสรีนิยม พยายามบอกเราว่าเราต้องให้ความสำคัญอย่างมากในการ "แตกต่าง" จากคนอื่น

ดังนั้นเวลาเราไปเจอเพลงแนวที่ (เราคิดว่า) ไม่แมส เราก็จะไม่ค่อยอยากให้ใครรู้จักเพลง "ล้ำๆ" ที่เราฟัง จนรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเพลงนั้นดัง เราก็(อาจจะ)รู้สึกไม่ภูมิใจเหมือนเดิมกับการประกาศตัวว่าฟังวงนี้ เพราะมัน "แมส" ไปเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งแน่นอนว่านี่ปี 2018 คนที่เรารู้จักเกือบทุกคนสามารถเข้าเน็ตได้ คิดเหรอว่าคนอื่นเขาจะไม่มีปัญญาฟังเพลงวงอื่นนอกจาก
Bodyslam,Retrospect,Klear,Big ass ฯลฯ แบบยุคที่จะฟังเพลงต้องซื้อแผ่น เปิดวิทยุ ?

เราก็จะคิดว่าเราล้ำอยู่คนเดียว จนกระทั่งเราไปเจอกับเพื่อนที่ฟังเพลงแนวคล้ายๆกัน เราก็จะคิดว่า "เอ้อ ไอ้เหี้ยนี่แม่งล้ำดีว่ะ คู่ควรกับการเป็นเพื่อนกู" ซึ่งในขณะเดียวกัน เพื่อนคนนั้นก็(อาจจะ)คิดแบบนี้ในใจเช่นกัน

ทีนี้จากการที่เราคิดว่าเราล้ำอยู่คนเดียวก็จะเพิ่มเติมเป็น

"กูและเพื่อนกู ที่ล้ำ"

ซึ่งถ้าให้ผมเปรียบเทียบ ผมอยากเปรียบเทียบว่า มันเหมือนเราเดินอยู่ในห้องมืด โดยมีคนอื่นๆเดินอยู่ในห้อง มีแสงรางๆลอดออกมาจากรูหลังคาห้องเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากพอให้เห็นอะไรได้ชัดเจน

เราในตอนนั้นคิดว่า มีแต่กูที่ตาดี ส่วนคนอื่นในห้องนั้นตาบอด คงไม่น่าเห็นแสงที่ลอดออกจากรู

ต่อมาเราเดินไปชนกับมนุษย์คนอื่นเข้า เราเริ่มพูดคุยกับเขา และเราพึ่งสังเกตได้ว่า "อ้าว นี่มันคนตาดีเหมือนกูนี่นา มึงเห็นแสง(ที่ลอดออกมาจากหลังคาเล็กน้อย) นั่นใช่ไหม เรามาเป็นเพื่อนกัน"

และเราก็จะคิดว่ามีแต่เรากับเพื่อนเราที่เป็นคนตาดี
ยังงี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่เราจะไม่ป่าวประกาศนะว่ามีใครเห็น "แสง"นั่นบ้าง เดี๋ยวคนแย่งกันออกจากห้องมืดกัน พวกเราจะลำบากต้องมาแข่งกับแม่ง

หรือ ถ้าสรุปให้ง่ายกว่านั้นอีกนั่นคือ

"คนแมส" คือ "คนที่เราไม่สนิทด้วย"

ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแต่เรื่องเพลงอย่างเดียว เรื่องไลฟ์สไตล์ต่างๆก็ใช้กรอบคิดแบบนี้ได้

คนหลายคนที่ผมคิดว่า "แมส" พอได้มีโอกาสทำความรู้จักสนิทชิดเชื้อกันก็พบว่า ตัวตนของเขาในมิติอื่นมันก็มีความ "ไม่แมส" แตกต่างกันออกไป เป็นตัวเราเองต่างหากที่ประเมินเขาอย่างหยาบว่าเขา "แมส"

ซึ่งวิธีคิดแบบนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบัน เราถูกระบบ "บังคับ" (โดยไม่รู้ตัว) ว่าเราต้องพยายามสร้าง Identity อย่างแข็งขัน นั่นเพราะมันเป็นสิ่งที่จะ "ขายได้" ในขณะที่ "ความเหมือนกันไปหมด/เหมือนกับคนอื่น" นั้นเป็นคุณค่าที่ถือได้ว่า "เก่าไปแล้ว" ที่ตามไม่ทัน "ระบบการผลิตแบบใหม่ๆ" (ซึ่งระบบการศึกษาไทยที่ดักดานก็ยังให้ความสำคัญกับการ เหมือนกันไปหมด อยู่)

ทำให้เรายิ่งไม่อยากเหมือนคนอื่น เพราะการเหมือนกับคนอื่น มันแปลว่าตัวตนของเรา (ในฐานะสินค้าภายใต้ระบบทุนนิยมการสื่อสารที่บังคับให้เราต้องสื่อสารความเป็นตัวเองตลอดเวลาไม่ว่าจะผ่านทางออนไลน์หรือออฟไลน์) จะมีโอกาสขายออกยากกว่าเดิม

ซึ่งผลที่ตามมา จากการพยายามต่างจากคนอื่นอยู่ตลอด คือ เรารู้สึกว่าเราเหงา ไม่มีคนเข้าใจเรา เราต่างกับคนอื่นๆเกินไป เราทั้งอยากให้คนอื่นเข้าใจและไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจเราในเวลาเดียวกัน

แต่สำหรับสาวๆที่เหงาก็สามารถทัก Inbox ผมมาได้นะครับ
ผมพร้อมจะช่วยทำความเข้าใจพวกคุณอยู่นะ ♥

SHARE
Writer
PSYLENT
Rapper
อดีตนักเขียน Music Column @JOOX ,บรรณาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทรุ่น 1-4 ปัจจุบันเป็น Rapper ปากหมาจากวงซ้ายจัดชื่อ Kalibut ใน A.K.A PSYLENT และเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) สนใจในประเด็น ปรัชญาการเมือง,ดนตรี,เพศ มีทั้งความสาระดีและสารเลว ปะปนกันไป สำหรับการจ้างงานเขียน หรือ อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องตั่งต่าง ติดต่อได้ผ่าน FB: มือกลอง กบฏ เด้อครับเด้อ

Comments

E29AZA
5 months ago
บ้านนี้ชอบมีโฆษณาแฝงตรงบรรทัดท้ายอ่ะ 5555
ดึงดูดด้วยคอนเทนท์ดีๆ แล้วตบท้ายที่โฆษณา 😆
Reply
PSYLENT
5 months ago
ผมสไตล์หลอนประสาทครับ555555
E29AZA
5 months ago
😂😂😂
สวัสดีวันหยุดจ้ะ