(?-Shot) 21°C [ Kaeun x Yiren ] #3
มันน่าเศร้านะ ที่รู้ว่าโลกของเขาน่ะมันกว้างใหญ่แค่ไหน ในขณะที่โลกของเราน่ะ .. มีเขาแค่คนเดียว


เป็นเวลากว่าตีสองในร้านกาแฟใจกลางเมือง ที่มีลูกค้าเพียงคนเดียวในร้าน และอยู่กับพนักงานเพียงคนเดียวในร้านเช่นกัน ที่โต๊ะเดียวกัน

ยิ่งไปกว่านั้นคือตอนนี้ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน เสียงหายใจและเสียงหัวใจเต้นตอนนี้ยังดูดังไปเลย .. ทั้งสองคนจ้องหน้ากันไปกันมา จนสุดท้ายกาอึนต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น

“เลิกเล่นบทคนไม่รู้จักกันแล้วหรอ” แต่ดูเหมือนจะเป็นประโยคทำลายความเงียบที่ไม่ได้ฟังดูดีซักเท่าไหร่เลย

“ถ้าเลือกได้ก็อยากจะไม่รู้จักนั่นแหละ .. แต่มันรู้จักไปแล้ว จะให้ลืมก็คงยากใช่ไหม” อี้เหรินตอบกลับด้วยใบหน้าจริงจัง ปราศจากรอยยิ้ม เธอพึ่งตระหนักได้ตอนนี้ว่าคืนนี้ โปรเจ็กซ์ของเธอคงยังไปไม่ถึงไหน เพราะคงต้องสะสางเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าซะก่อน

“เราเป็นคนเริ่มนะ” ใช่..ที่กาอึนพูดน่ะถูก ตอนเห็นกาอึนครั้งแรกเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่นี่กับอึนบีน่ะ เธอช็อคและแทบหยุดหายใจไปเลยด้วยซ้ำ ในใจมีคำถามเป็นร้อยเป็นพันที่อยากจะถามคนตรงหน้า แต่เพราะว่าอึนบีอยู่ตรงนั้นด้วย เธอจึงเลือกที่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก

แต่มันดูไม่เป็นผลเท่าไร ในเมื่อควอนอึนบีนั้นอยากจะรู้จักกาอึนเหลือเกิน

ผลสุดท้ายก็เป็นเธอเองที่พ่ายแพ้ ทิ้งไอดีไลน์ไว้ให้อีกฝ่ายแอดไปคุยกัน แต่ผลก็ออกมาว่าคนโตกว่าไม่ยอมแอดไป .. เธอน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ในเมื่อเขากลับมาแล้วไม่บอกกันสักคำ มันจะมีเหตุผลอะไรให้เขาแอดไลน์เธอไป

สุดท้ายก็ทนไม่ไหว กลับมาที่นี่อีกครั้ง โดยไม่มีควอนอึนบีมาด้วย หวังว่าทุกๆอย่างจะง่ายขึ้น แต่พอเห็นซากุระ เธอบอกได้เลยว่ามันไม่มีอะไรง่ายเลยซักนิดเดียว

ต้องรอจนผู้หญิงคนนั้นไป ถึงได้เริ่มบทสนทนาที่น่าอึดอัดนี้

“ทำไมถึงไม่บอกกัน .. ว่ากลับมาแล้ว” เมื่อรวบรวมสติได้ อี้เหรินก็ถามประโยคที่เธออยากรู้มากที่สุดออกไปทันที โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะมีคำตอบที่ดีมาตอบเธอรึเปล่า

แต่การที่เห็นกาอึนมาอยู่ตรงหน้ากันแบบนี้ เขาจะรู้ไหมว่าเธอแอบหยิกตัวเองไปหลายครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป ..

ถ้าไม่รีบถาม เดี๋ยวอีกฝ่ายหายไปอีก จะทำยังไง

แค่จินตนาการก็รู้สึกว่าจะหายใจไม่ออกแล้ว

“ไม่รู้ว่าจะบอกไปทำไม” กาอึนเอ่ยตอบตามตรง ไม่ใช่ประโยคกวน แต่เธอหมายความตามนั้นจริงๆ แต่คำตอบของกาอึนส่งผลให้คนตัวเล็กน้ำตาร่วงผล็อย

“ร้องไห้ทำไม .. ไม่เอา ไม่ร้องสิ” เมื่อเห็นดังนั้น คนโตกว่าก็ไม่สบายใจ นัยน์ตาฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะยื่นกระดาษทิชชู่ให้ แต่คนตัวเล็กไม่ได้รับมันไว้



คนบางคนไม่ได้ต้องการกระดาษทิชชู่เพื่อซับน้ำตา แต่ต้องการมือจากใครอีกคนต่างหาก

“พี่รู้มั้ย .. ว่าตั้งแต่ที่พี่ไปแบบไม่บอกตอนนั้น .. ฉันรอพี่ทุกวัน รอโดยที่ไม่รู้ว่า .. มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่”

“...”

“แต่พี่น่ะ .. แค่จะติดต่อมาทางมือถือหรืออีเมลล์ .. ก็ยังไม่มีเลย” อี้เหรินเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจเธอโดยที่ไม่สบตากับคนตัวสูง ร่างบางหลุบตาต่ำลง ก้มหน้า และค่อยๆใช้มือเช็ดน้ำตาตัวเองเบาๆ

กาอึนเห็นแบบนั้น เธอรู้สึกว่าตัวเองโคตรใจร้ายแบบที่น้องมันว่านั่นแหละ คนตัวสูงค่อยๆลุกขึ้นยืนและค่อยๆเดินไปหาอี้เหรินที่ด้านนอกเคาท์เตอร์ และค่อยๆสวมกอดคนตัวเล็กเบาๆ และยกมือขึ้นลูบศีรษะคนเด็กกว่าเป็นเชิงปลอบ

“พี่ขอโทษ ..” เป็นคำเดียวที่นึกออกในตอนนี้ และเป็นคำเดียวที่แทนความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้กับน้องตอนนี้ มือซ้ายลูบศีรษะ มือขวาลูบหลัง หวังให้น้องจะหยุดร้อง

มีใครเคยบอกไหมว่าอี้เหรินเป็นคนที่ร้องไห้ได้น่าปลอบที่สุดเลย

“พี่..ฮึก.. พี่ .. ไม่หายไปอีกได้ไหม” ยากนักกว่าที่จะพูดออกมาเป็นประโยคโดยไม่มีเสียงสะอื้น นั่นมันทำให้กาอึนรู้สึกเหมือนแทบขาดใจ คนร่างสูงกอดน้องให้แน่นขึ้น ก่อนจะพยักหน้ารัวๆเป็นคำตอบ สุดท้าย อี้เหรินก็ค่อยๆยกมือขึ้นมากอดตอบคนตัวสูง แต่น้ำตาก็ยังคงไม่หยุดไหล

มันเหมือนฝันเลย ที่กาอึนมายืนอยู่ตรงนี้ .. แถมยังกอดปลอบเธอที่กำลังร้องไห้อยู่

มันทำให้เธอนึกไปถึงตอนหกขวบ ที่สะดุดล้มร้องไห้ และกาอึนก็มากอดปลอบเธอแบบนี้เช่นกัน .. ไม่ได้คิดไว้เลย ว่าเธอจะได้อ้อมกอดนี้จากคนๆนี้อีกครั้ง

ในเมื่อครั้งสุดท้ายที่เจอกาอึนคือตอนเธออายุสิบสองขวบ ส่วนคนโตกว่าก็สิบหก และอยู่ดีๆเขาก็หายไป ไม่ใช่หายไปเฉยๆ แต่หายไปทั้งบ้าน ทั้งครอบครัว พ่อกับแม่เธอบอกว่าเขาย้ายบ้านไปอยู่ที่อเมริกา .. แต่กาอึนไม่ได้บอกอี้เหรินซักคำว่าจะไป นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เธอโกธรคนตรงหน้ามากที่สุด และเขาก็ไม่ได้ติดต่อมา เธอเลยไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีก

“พี่จะไม่หายไปอีกค่ะ .. เราไปนั่งคุยกันดีๆที่โต๊ะได้ไหม” กาอึนเอ่ยอย่างหนักแน่น ก่อนจะค่อยๆคลายกอดออก ก้มหน้าจ้องคนเตี้ยกว่าเพื่อดูว่าหยุดร้องไห้หรือยัง และก็พบว่าน้องดูมีท่าทีดีขึ้นแล้ว ยังคงร้องไห้อยู่ แต่ไม่ได้สะอื้นหนักแบบเมื่อสักครู่แล้ว

อี้เหรินพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบ เมื่อเห็นดังนั้น กาอึนจึงค่อยๆเปลี่ยนมือที่จับต้นแขนน้องอยู่อย่างเบาๆเปลี่ยนไปเป็นกระชับมือน้องให้มาจับมือกันอย่างหลวมๆแทน และเดินนำไปที่โต๊ะสี่ เพื่อนั่งคุยกันอย่างจริงจัง

“อืม .. ว่ามาเลยค่ะ ฟังอยู่” อี้เหรินตอบทันทีที่นั่งลง และคนตัวสูงก็นั่งลงที่โต๊ะเดียวกัน แต่เป็นด้านตรงกันข้าม

“ไม่ทำงานแล้วหรอ?” ไม่ได้ตั้งใจจะเบี่ยงประเด็น แต่เป็นห่วงอีกคน ที่ตั้งใจจะมานั่งทำงาน แต่ต้องมาเคลียร์ปัญหาวัยเด็กแทน

“เอาไว้ก่อน” อี้เหรินตอบเสียงเรียบ กาอึนจึงพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยปากเล่าสิ่งที่อี้เหรินอยากฟังมาตลอดหลายปี

“ตอนนั้นพี่ก็รู้อย่างกะทันหันเหมือนกันว่าจะต้องย้ายบ้านไปอเมริกา แล้วพี่ก็ไม่รู้ว่าจะไปบอกเราได้ยังไงโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกเศร้า .. ก็เราสนิทกันมากนี่น่า ใช่ไหม..”

“...”

“สุดท้ายก็เลยไม่ได้บอก แล้วก็ออกมาเลย ออกตั้งแต่เช้าตรู่ .. แม่ก็ถามพี่แล้วว่าบอกน้องรึยัง แต่จะให้ทำไง พี่ไม่กล้าพอนี่นา” ยิ่งฟัง อี้เหรินก็ยิ่งรู้สึกว่าคนร่างสูงนี่ใจร้ายจริงๆ

“แล้วทำไมไม่ติดต่อมาบ้างล่ะคะ .. พี่ก็พูดเองว่าเราสนิทกัน แต่ไม่เคยติดต่อกลับมาเลย” ตอนนี้อี้เหรินอยากรู้อะไร เธอจะถามออกมาให้หมด เพราะก่อนหน้านี้ เธอไม่มีโอกาสได้ถามเลยซักคำถามเดียว

“จำได้ไหมว่าตอนเราสิบสองน่ะ เรายังไม่มีโทรศัพท์เลยนะ แล้วพี่จะติดต่อเรามาได้ยังไง สิ่งเดียวที่พี่มีก็คือเบอร์บ้านของเรานั่นแหละ แต่ก็รู้ๆกันอยู่ว่าหลังจากพี่ไปได้ไม่นาน บ้านเราก็ยกเลิกระบบโทรศัพท์บ้านใช่ไหมล่ะ” ก็จริง...

“แล้วพี่ก็อยู่แบบนั้น .. พี่ทำเหมือนว่าการไม่มีฉันในชีวิตพี่มันเป็นเรื่องง่ายอย่างนั้นแหละ”

“มันไม่มีอะไรง่ายหรอกนะ การไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองโดยที่ตัวเองไม่ได้อยากไปน่ะ อี้เหริน .. แต่พี่ต้องเข้มแข็ง พี่ต้องผ่านมันไปให้ได้ เข้าใจรึเปล่า” เธออยากตะโกนตอบไปให้สุดเสียงว่าไม่เข้าใจ .. แต่เห็นแววตาของคนตรงหน้าที่ดูสั่นไหวแล้วก็ได้แต่ปิดปากเงียบ

มันก็คงเป็นเรื่องที่แย่สำหรับกาอึนเหมือนกัน

“แล้วตอนกลับมา ทำไมไม่ติดต่อมาบ้างคะ” อี้เหรินพยายามรวมรวมสติให้อยู่กับเนื้อกับตัวให้ได้มากที่สุด ตอนนี้น้ำตาหยุดไหลไปแล้วเพราะรู้สึกเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น และการที่เธออายุมากขึ้น มันก็สอนอะไรเธอหลายๆอย่างด้วย

เช่นเมื่อตอนสิบสี่ขวบที่เธอร้องไห้คิดถึงกาอึน เพราะไม่มีใครคนไหนที่ให้ความรู้สึกเหมือนพี่สาวข้างบ้านคนนี้เลยแม้แต่น้อย ก็มีคนบอกเธอว่าร้องไห้ไปเขาก็ไม่กลับมาหรอก เพราะงั้น จะร้องไห้ให้ตัวเองปวดหัว ปวดตา เหนื่อย เพลีย ไปทำไมกัน .. และเธอค้นพบว่ามันจริง

“ก็พี่ไม่รู้น่ะสิ ว่าเด็กขี้แยคนนี้จะยังคิดถึงพี่อยู่ ก็คิดว่าลืมกันไปแล้วซะอีก มันก็ผ่านมา 7 ปีแล้วนี่นะ” กาอึนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ มือเรียวค่อยๆยกขึ้นมาลูบศีรษะอี้เหรินอย่างเอ็นดู ซึ่งเธอก็ไม่ได้ห้ามอะไร

หนำซ้ำ ยังชอบซะด้วยซ้ำ ..

“ฉันก็รอพี่ตั้งแต่พี่ไปนั่นแหละ” อี้เหรินเอ่ยออกมาในขณะที่สายตาเบนไปทางอื่นอย่างเคอะเขิน ก็เกิดมาไม่คิดว่าจะต้องมาพูดจาอะไรแบบนี้กับใครนี่น่า น่าอายชะมัด

“ใครสอนให้พูดจาแบบนี้เนี่ย..” กาอึนเอ่ยพร้อมยีหัวน้องอย่างหมั่นเขี้ยว

“โอเคแล้วนะ .. ไม่มีอะไรเคืองพี่แล้วใช่ไหม” กาอึนถามด้วยแววตาจริงจัง เป็นสิ่งที่บอกได้ชัดเจนว่าพี่สาวตัวสูงคนนี้ห่วงใยความรู้สึกน้องสาวตัวเล็กมากแค่ไหน

“ไม่เคืองแล้วก็ได้ ทำงานต่อดีกว่า เดี๋ยวไม่เสร็จกันพอดี” อี้เหรินเอ่ยพร้อมบุ้ยปากอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก เธออยากจะนั่งคุยกับกาอึนทั้งคืน อยากให้เขาเล่าสิ่งที่เจอมาทั้งหมดตลอดเวลา 7 ปีที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่มันก็เหมือนจะเป็นไปไม่ได้ และเธอก็ยังมีงานที่รออยู่ แถมเดดไลน์ก็ใกล้เข้ามาทุกทีๆ

“เดี๋ยวพี่ช่วยทำ” กาอึนเอ่ยก่อนจะยกเก้าอี้และขยับมานั่งที่โต๊ะฝั่งเดียวกับอี้เหริน เพื่อสะดวกในการช่วยทำงาน

“แต่วันนี้ไม่ให้ทิปแล้วนะ จนแล้ว” อี้เหรินเอ่ยติดตลกพร้อมหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย นั่นมันยิ่งน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่ สำหรับกาอึน

“ค่ะ ช่วยฟรีค่ะ” กาอึนเอ่ยพร้อมกับดันแมคบุ๊คให้หันมาทางตัวเองเพื่อให้สะดวกต่อการมองเห็น “ไหนดูซิ” ก่อนจะค่อยๆลงมือเช็คผลงานของน้องสาวที่ทำไว้ เอ่ยชมและติตามที่เห็นสมควร

กาอึนน่ะจบกราฟฟิคดีไซน์มาจากนอกเลยนะ และอี้เหรินก็รู้ข้อนั้นดี เพราะงั้นเธอจึงยอมให้กาอึนช่วยงานตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งคืนนี้ก็เหมือนกัน .. และมันจะเป็นการปั่นงานที่เธอรู้สึกมีความสุขที่สุดตั้งแต่เคยเรียนมหาวิทยาลัยมาเลย





เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า เริ่มมีคนทยอยเข้ามาซื้อกาแฟบ้างแล้ว กาอึนจึงต้องไปยืนประจำที่เคาท์เตอร์ แว้บมาช่วยงานอี้เหรินได้บ้างตอนไม่มีลูกค้า แต่นั่นก็ทำให้งานของอี้เหรินดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยคือเธอก็ไม่ต้องมาตรวจงานที่ตัวเองทำอีกรอบ เพราะมีคนคอยตรวจให้ และคอยเสนอแนะบางอย่างที่ช่วยให้งานเธอดีขึ้น

จนกระทั่งอี้เหรินตัดสินใจว่าพอแล้วสำหรับวันนี้ มันยังเหลืออะไรนิดๆหน่อยๆให้แก้ แต่โดยรวมถือว่าใกล้เสร็จแล้ว เธอรู้สึกโล่งใจขึ้นมากเพราะอย่างน้อยเธอก็มั่นใจว่าเธอเสร็จทันส่งวันมะรืนนี้แน่นอน อี้เหรินเรียกเช็คบิลและบอกขอบคุณกาอึนที่ช่วยทำงานให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจ่ายเงินค่าเครื่องดื่ม

“งี้งานใกล้เสร็จแล้ว จะแวะมานั่งร้านนี้อีกมั้ยเนี่ย?” กาอึนเอ่ยถามในขณะที่เช็คบิลเสร็จแล้ว กำลังเก็บแก้วน้ำและทำความสะอาดโต๊ะของอี้เหริน ในขณะที่คนตัวเล็กก็นั่งยิ้มหวานมองคนตัวสูงทำงานอยู่แบบนั้น

“พี่ทำงานกี่โมงถึงกี่โมง?” เอ่ยถามทั้งๆที่ก็พอรู้คำตอบอยู่บ้างแล้ว แต่เธอแค่เลี้ยงประโยคคำถามของอีกฝ่ายต่างหาก

“ก็ประมาณหกโมงเย็นถึงแปดโมงเช้านั่นแหละ ถ้าไม่ได้ติดธุระอะไรอะนะ”

“ทำไมฟังดูเสียเปรียบกว่าพนักงานกะกลางวันอีแชยอนอะไรนั่นอ่ะ เขาทำ 10 ชั่วโมงแต่พี่ทำ 14 ชั่วโมง .. นี่ได้เงินเดือนเยอะกว่าหรอ?” ไม่ได้กวนตีน แต่สงสัยจริงๆ ..

“แล้วใครบอกเราว่าพี่เป็นพนักงานกะกลางคืน?”

“หือ .. หมายความว่าไง”

“พี่เป็นเจ้าของร้านต่างหาก :)” สิ้นประโยคนี้ของกาอึน อี้เหรินก็เบิกตาโพล่งอย่างตกใจ .. นึกย้อนไปเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก เธอกับอึนบีเข้าใจไปเองว่ากาอึนเป็นพนักงานร้านกาแฟกะกลางคืน เพราะไม่นึกว่าคนที่พึ่งเรียนจบจะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเองได้แล้ว ยิ่งในย่านใกล้มหาวิทยาลัยที่คนพลุกพล่านแบบนี้

ต้นทุนไม่ใช่น้อยๆเลยนะ

“ดูทำหน้าเข้าสิ ไม่เชื่อหรอ?” กาอึนเอ่ยปนหัวเราะน้อยๆที่เห็นคนอายุน้อยกว่าหน้าเหวอไปทันทีที่เธอบอกความจริง จริงๆก็อยากบอกตั้งแต่แรกที่เจอแล้วแหละ มันเป็นอะไรที่เธอภูมิใจและอยากอวดสุดๆ แต่ติดที่ว่าอีกฝ่ายแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกันซะอย่างนั้น เธอจึงต้องเล่นไปตามน้ำ

“เชื่อ .. แต่ว่า แค่แปลกใจ” อี้เหรินเอ่ยตอบกลับไปเสียงเบา รู้สึกอายเล็กน้อยที่คิดผิดและประเมิณคนตัวสูงต่ำไป .. กาอึนเป็นคนตั้งใจและมีเป้าหมายในชีวิตมาก ข้อนั้นเธอรู้ดีตั้งแต่เด็ก ด้วยเกรดที่ออกมาของกาอึนไม่เคยทำให้มารดาต้องผิดหวังเลย เป็นสิ่งที่อี้เหรินชื่นชมกาอึนมาโดยตลอด

“แต่เรายังไม่ตอบคำถามพี่เลยนะคะ ว่าจะแวะมาอีกไหม?” วกกลับมาคำถามที่เธอเลี่ยงที่จะตอบจนได้

“เดี๋ยวแวะมาบ่อยๆค่ะ .. แต่คงไม่บ่อยเท่าซากุระ” อี้เหรินเอ่ยตอบก่อนจะส่งยิ้มที่ทำให้กาอึนเคยเรียกเธอว่า ยัยตัวร้าย ก่อนจะโบกมือลาคนโตกว่าและเดินออกจากร้านมา ทิ้งให้กาอึนมองตามอย่างหมั่นเขี้ยว

อี้เหรินเป็นคนเจ้าเล่ห์ .. ตาใสแต่เจ้าเล่ห์ ความจริงข้อนั้นกาอึนพึ่งจะมารู้ตอนกลับมาเจอกันอีกครั้งเนี่ยแหละ

อี้เหรินรู้ดีว่าจะทำยังไงให้กาอึนรู้สึกพอใจ เอ็นดู หรือว่า หัวเสีย

แต่ในทางกลับกัน .. กาอึนก็รู้เหมือนกัน ว่าจะทำยังไงให้อีกฝ่ายพอใจ หรือว่าไม่พอใจ :)






วันนี้เป็นวันศุกร์ เป็นเช้าที่ค่อนข้างอากาศขมุกขมัว ตอนนี้แปดโมงสิบนาทีแล้ว กาอึนทำความสะอาดร้านไปพลางๆระหว่างที่รออีแชยอนมาทำงาน .. เสียงกระดิ่งจากประตูร้านเรียกให้ร่างสูงหันไปมองและเอ่ยต้อนรับ แต่เธอก็ต้องเลิ่กคิ้วอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาใหม่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา

ควอนอึนบี

เพื่อนสนิทหน้าตาสะสวยของอี้เหรินนั่นแหละ .. ที่เจอกันครั้งล่าสุดตอนเมื่อวันอาทิตย์ เธอรู้สึกว่าอึนบีเป็นคนที่น่ารักดี แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอในเวลาเช้าแบบนี้ บวกกับมาที่นี่คนเดียวโดยที่ไม่มีอี้เหรินมาด้วย

กาอึนไม่แน่ใจว่าอี้เหรินบอกอึนบีไปรึยังว่ารู้จักกับเธอ .. แต่เดี๋ยวเธอก็ได้รู้เองแหละ ในเมื่อเจออึนบีตัวเป็นๆแบบนี้แล้ว

“รับอะไรดีคะ” กาอึนเอ่ยทักทายอย่างสดใส และเดินไปที่เคาท์เตอร์อย่างรวดเร็ว ส่วนคุณลูกค้ามีท่าทีแปลกไปเล็กน้อย เมื่อคนหน้าสวยหันมองซ้ายทีขวาที ถ้ากาอึนมองไม่ผิด .. รู้สึกว่าอึนบีจะพยายามมองเข้าไปที่หลังร้านด้วย

“อเมริกาโน่เย็นค่ะ” อึนบีตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้กาอึนอย่างเป็นมิตร ในใจคิดไม่ตก สองจิตสองใจ จะถามดีไม่ถามดี ..

“ขอโทษนะคะ .. พนักงานอีกคน .. อีแชยอนน่ะค่ะ ยังไม่มาหรอคะ?” สุดท้ายก็กลั้นใจถามออกไป แม้ประโยคคำถามนี้จะทำให้กาอึนขมวดคิ้วสงสัยก็ตามแต่

“ยังไม่มาค่ะ อากาศแบบนี้อาจจะตื่นสายหรือไม่ก็ติดฝนที่ไหนอยู่รึเปล่าเราก็ไม่แน่ใจ .. คุณมีธุระอะไรกับแชยอนรึเปล่าคะ?” กาอึนเอ่ยถามออกไปอย่างมีมารยาท ในขณะที่ควอนอึนบีตอนนี้หัวสมองแบลงค์สุดๆ คิดไม่ออกว่าจะตอบอีกฝ่ายว่าอะไรดี

“อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ แค่ปกติเห็นว่าอยู่ร้านตลอด” เหมือนยิ่งเปิดช่องว่างให้กาอึนสงสัยเข้าไปอีก

“ตลอด .. หมายความว่าคุณก็มาร้านเราประจำสินะคะ เราไม่ค่อยได้เจอคุณเลย สงสัยเวลาคงไม่ตรงกัน” กาอึนเอ่ยอย่างเป็นมิตร ริมฝีปากบางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อจับสังเกตได้ .. ควอนอึนบีไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อกาแฟ แต่อยากมาหาคนทำกาแฟต่างหาก

ในขณะที่ควอนอึนบีตอนนี้อยากจะทึ้งหัวตัวเองเหลือเกิน ทำไมเป็นคนที่โป๊ะแตกง่ายขนาดนี้กันนะ .. เธอหลุดง่ายเกินไปหรือกาอึนจับสังเกตคนเก่งเกินไปกันแน่

กริ๊ง~

“แฮ่ก .. ขอโทษทีนะพี่กาอึน อากาศมันสบายมาก เราก็เลยตื่นสายอ่ะ” อีแชยอนมาได้ทันเวลาควอนอึนบีหน้าแทบสุกพอดี ร่างเพรียวเข้ามาในร้านอยากเร่งรีบ ก่อนจะหยุดหอบแฮ่กๆหน้าประตู โดยที่ไม่ได้สนใจคนที่อยู่ภายในร้านเลย

“คุณ .. อีกแล้ว” แต่เมื่อเงยหน้ามาเจอควอนอึนบีและกาอึนที่ยืนอยู่ตรงเคาท์เตอร์ และมองมาที่เธออย่างเป็นตาเดียวกัน แชยอนก็หลุดอุทานออกมาไม่ได้เมื่อเห็นหน้าอึนบี ส่งผลให้กาอึนหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้

เด็กๆสมัยนี้จีบกันน่ารักกันจัง

“อีกแล้วอะไรล่ะ คุณไม่ชอบลูกค้าประจำรึไง เราไปซื้อร้านอื่นก็ได้นะ” แต่ประโยคที่แชยอนหลุดออกมามันทำให้คุณลูกค้าไม่พอใจ อึนบีเอ่ยขู่ก่อนจะหันหลังกลับไปที่เคาท์เตอร์เพื่อรอรับอเมริกาโน่เย็น

“เคลียร์กันเองนะ” กาอึนเอ่ยกับแชยอนและขยิบตาให้อย่างรู้กัน ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนและยื่นให้แชยอนจัดการต่อเอง และเดินหายเข้าไปที่หลังร้านเพื่อเก็บของเตรียมกลับห้อง ทิ้งให้แชยอนรับมือกับลูกค้าคนสวยต่อไป

“เอ่อ .. เราไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น”

“...” ควอนอึนบีเงียบ รอฟังต่อ

“คุณอย่าหนีไปกินกาแฟร้านอื่นเลยนะ”

น่ารักแบบนี้แล้วควอนอึนบีจะหนีไปไหนพ้นเนี่ย







สองทุ่มวันเสาร์กับอี้เหรินที่เดินเข้าร้าน 21°C .. เธอเคลียร์งานได้ทัน และส่งไปเป็นที่เรียบร้อยก่อนเที่ยงคืนเมื่อวาน และใช้เวลาทั้งวันของวันนี้ในการนอนพักเอาแรงกับที่เสียไปทั้งอาทิตย์เพราะปั่นงาน ตกเย็นจึงออกมาหาอะไรทาน และมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านกาแฟร้านเดิมตอนสองทุ่มเนี่ยแหละ

เมื่อเดินเข้ามาในร้าน ก็พบร่างสูงที่คุ้นตายืนทำกาแฟอยู่หลังเคาท์เตอร์ ในร้านมีลูกค้าอยู่ประมาณสามสี่โต๊ะ เธอเดินไปที่เคาท์เตอร์และสั่งเมนูที่คุ้นเคย

“ฮ็อตช็อคโกแลตแก้วนึงค่ะ” เมื่อเป็นเสียงหวานที่กาอึนคุ้นเคย ร่างสูงจึงหันมามองที่เคาท์เตอร์และเผยรอยยิ้มอบอุ่น ตรงมารับออเดอร์อย่างรวดเร็ว

“ทานนี่หรือกลับบ้านดีคะ” เอ่ยถามคำถามที่ต้องถามเวลาลูกค้าไม่ได้ระบุด้วยคำพูดหรือท่าทางว่าจะรับแบบไหน แต่สำหรับรายนี้ เธอรูดีอยู่แล้ว แต่ก็แกล้งถามไปแบบนั้น

แค่ชอบเวลาเห็นคนตัวเล็กทำหน้ายุ่ง

“กลับบ้านดีมั้งคะ .. ทานนี่บ่อยแล้ว เบื่อ” กวนนักอี้เหรินก็จัดให้

แต่เมื่อเห็นคนตัวสูงทำหน้าเศร้าไป อี้เหรินก็ต้องแก้ให้อย่างเลี่ยงไม่ได้ .. ชอบแกล้งนัก แต่โดนแกล้งกลับก็ทำหงอยซะนี่

“ทานนี่สิคะ .. เดี๋ยวสามทุ่มก็มีลูกค้าประจำมาติดแล้ว เราปล่อยให้เป็นวันของเขามาตั้งหลายวันแล้ว วันนี้เราจอง” อี้เหรินเอายพร้อมกับยิ้มร้าย ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะหนึ่งอย่างจงใจ .. มันเป็นโต๊ะที่ซากุระมานั่งเป็นประจำ เพราะอยู่ใกล้ระดับสายตาของเคาท์เตอร์มากที่สุด แต่วันนี้ ก็อย่างที่เธอพูดนั่นแหละ

วันนี้ เธอจอง

“นั่งตรงนี้เดี๋ยวก็มีปัญหากันหรอก” เมื่อกาอึนทำฮ็อตช็อคโกแลตเสร็จและเอามาเสิร์ฟ ร่างสูงก็เอ่ยเป็นประโยคบอกเล่า ในประโยคนั้นมีความกังวลใจอยู่น้อยๆ อี้เหรินก็เข้าใจที่ว่าเจ้าของร้านคงไม่อยากให้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันในร้าน

แต่ช่วยไม่ได้ .. เธออยากมีเรื่องนี่น่า

“พี่อยากให้ฉันย้ายหรอ? แต่ฉันมาก่อนนะ” อี้เหรินเอ่ยพร้อมยักคิ้ว ประโยคที่พูดมีความหมายตามนั้น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหมายอื่นด้วย เธอไม่แน่ใจว่ากาอึนรู้ความหมายอื่นที่แฝงอยู่รึเปล่า

ก็กาอึนน่ะ .. ฉลาดทุกเรื่อง รู้ทันทุกคน ยกเว้นเรื่องตัวเอง นั่นแหละ

“แต่มันเป็นโต๊ะประจำของเขา”

“ก็ไม่ได้มีป้ายติดนี่น่า” อี้เหรินเอ่ยก่อนจะยกฮ็อตช็อคโกแลตขึ้นมาดื่ม สุดท้ายกาอึนก็ต้องยอมแพ้และเดินกลับไปที่เคาท์เตอร์

เห็นฮ็อตช็อคโกแลตแล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้ .. วันแรกที่เจอกันที่นี่ ที่กาอึนอาสาแนะนำเมนูฮ็อตช็อคโกแลตให้ เธอรู้ดีว่ากาอึนรู้ ว่าเธอเป็นคนประเภทที่ว่าไม่ชอบกินคาเฟอีนหรืออะไรขมๆ ตอนเด็กๆอี้เหรินแทบจะไม่แตะกาแฟเลย เพราะงั้นเธอจึงเข้าใจที่กาอึนทำฮ็อตช็อคโกแลตมาเสิร์ฟ แทนที่จะเป็นฮ็อตลาเต้ตามที่เธอสั่ง

ฮ็อตช็อคโกแลตเป็นเมนูโปรดของอี้เหรินสมัยเด็กเลยล่ะ เพราะเป็นคนขี้หนาว เวลาอยูในห้องแอร์หรืออากาศหนาวมากๆ การได้ทานอะไรอุ่นๆก็เป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ เธอจึงชอบฮ็อตช็อคโกแลตมาก

และอี้เหรินแทบจะไม่แตะของเย็นเลยเวลาที่อยู่ในที่ที่อากาศหนาวๆ

นัยน์ตากลมมองไปที่เครื่องปรับอากาศภายในร้าน ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่ามันถูกปรับเป็น 25°C แล้ว

ใครจะไม่รู้ ว่ากาอึนปรับให้เธอ .. เพราะรู้ว่าคนตัวเล็กนี่ขี้หนาวแค่ไหน

ถ้าซากุระมาเห็นทั้งหมดนี่ .. จะว่ายังไงกันนะ

แค่คิดก็สนุกแล้ว :)





กลับมาอีกครั้งกับตอนที่ 3 ค่ะ >_<
หลังจากมหาลัยเปิดเทอมเราก็ยุ่งมากๆเลย
พึ่งมีเวลาได้พักวันนี้นี่แหละ
ก็เลยมาอัพให้ได้อ่านกัน 
ตอนนี้กระแสคู่อื่นมาแรงมากๆเลย 
ยังมีคนชอบกาอึนอี้เหรินอยู่ใช่มั้ยคะ
ฝากติดตามด้วยนะคะ คาดว่าตอนหน้าก็จบแล้ว
Good Night ค่ะ ~
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์น่ารักๆนะคะ
SHARE
Writer
mmqira
Writer and Reader
ทุกๆชีวิต มีเรื่องให้ยิ้มอยู่เสมอ :’)

Comments

Sponge8282
2 years ago
ที่แท้ก็พี่ข้างบ้านในวัยเด็กนี่เอง ตอนนี้ก็ได้เจอกันแล้วนะคะหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานมาก น้องอี้เหรินเขาจะมาทวงพี่กาอึนของเขาคืนแล้วสินะคะ โชคดีนะซาจัง 😂
Reply
Kkkaeun
2 years ago
เราค่ะ เรายังพายเรือนี้อยู่ และยังติดตามเรื่องนี้เรื่อยๆ อ๋อเขามีความหลังกันนี่เอง น้อนอี้ก็ร้ายนะ กาอึนรับศึกหนักแน่ๆถ้าเจอซากุอ่ะ 5555
Reply
_WhiteDoG
2 years ago
ร้ายอะค่ะน้อนอี้ ร้ายตาใสมาก เจองี้ซากุระก็สู้ไม่ได้หรอกนะคะบอกเลย /ใช่ค่ะ เรากำลังพายเรือนี้(อยู่คนเดียว)อย่างขยันขันแข็ง
Reply
Hdkskaocjs
2 years ago
งื้อน่าร้ากกกกก น้องอี้ต้องร้ายขึ้นและทวงพี่กาอึนคืนให้ได้นะ อย่าไปยอมนะ สู้เค้า
Reply
MERINGUEx
2 years ago
รอตอนหน้า อยากรู้ว่าซากุระมาจะว่ายังไง อี้เหรินร้ายไม่เบาเลย 55555555
Reply